เด็กประถมชั้นปีที่สามคนหนึ่งโดนไล่ให้ออกไปสำนึกผิดข้างนอกห้องเรียน โทษฐานที่ไม่ได้ทำการบ้าน เธอนั่งเงียบ ๆ อยู่บริเวณลานเข้าแถว ครูใหญ่เดินผ่านมาเห็นเข้า เธอจึงถูกลงโทษด้วยฐานหนีเรียน เด็กน้อยถูกหวดด้วยไม้เรียวด้ามยาวใหญ่อย่างแรงจนน้ำตาไหลอาบแก้ม เธอมองงรูปปั้นพระแม่มารีและพระคริสต์ พรางเอ่ยในใจว่า “ขอพระองค์ได้โปรดยกโทษให้คุณครูด้วยนะคะ”
เด็กมัธยมปลายคนหนึ่งต้องการได้ทุนเรียนต่อต่างประเทศ ในวันที่เธอเดินทางไปสอบ เธอเดินผ่านรูปปั้นศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งบริเวณสี่แยกกลางกรุงเทพ ความอยากที่จะไปศึกษาต่อในต่างประเทศชวนให้เธอ “ร้องขอ” เทวรูปให้ดลบันดาลสิ่งที่เธอปรารถนา แต่อีกเสียงหนึ่งไล่หลังมา “พระพุทธเจ้าสอนว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นตามกรรม และเหตุปัจจัย เราจะได้รับในสิ่งที่สมควรแก่เรา” เธอยืนลังเลใจอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะพนมมือขึ้นไหว้เทพเจ้าแห่งความเมตตา พร้อมทั้งกล่าวในใจว่า “ขอให้หนูได้รับในสิ่งที่ทำมาก็แล้วกันคะ”
ในเวลาแห่งความเจ็บปวด และในยามที่สับสนระหว่างความปรารถนาภายในและความเป็นจริงตามธรรมชาติ เราเลือกคิดและทำอย่างไร เด็กทั้งสองคนนี้ตัดสินใจเดินตามสิ่งที่เธอเชื่อ นั่นคือ การให้อภัยกับผู้ที่ทำให้ตนเจ็บปวดแบบพระคริสต์ และการเชื่อในกฎแห่งการกระทำตามคำสอนของพระพุทธองค์
ความเชื่อของเด็กสองคนนี้ไม่เป็นเพียงคำพูดสวย ๆ ดูดี มีหลักการ หรือคุณธรรม ที่พูดบอก แล้วทำให้ผู้นั้นน่านับถือ แต่ความเชื่อของเธอทั้งสองเป็นวิถีแห่งจิตที่นำทางวิถีแห่งการกระทำและพฤติกรรม พูดง่าย ๆ คือ เรา “เป็น อยู่ คือ และทำ” ดั่งสิ่งที่เราเชื่อและศรัทธา
เราเชื่อและศรัทธาในเรื่องใด และความเชื่ออยู่ในเนื้อในตัวเราจริงหรือไม่ เราอาจร่ายความเชื่อดี ๆ ออกมาได้มากมาย [...]
Archive for October, 2009
ย้อนรอยความเชื่อ
Posted in Daily blooming on October 25, 2009 | Leave a Comment »
จิตวิญญาณความเป็นไท
Posted in Blooming Articles on October 13, 2009 | Leave a Comment »
เร็ว ๆ นี้ได้มีโอกาสกลับไปดูภาพยนตร์เรื่อง Amistad ซึ่งกำกับโดย สตีเฟน สปิลเบิร์ก เมื่อกว่าหนึ่งทศวรรษที่แล้ว รู้สึกประหลาดใจว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอเมริกาในยุคก่อนสงครามกลางเมืองเมื่อราว ค.ศ. 1839 คล้ายคลึงกับไทยในยุคดิจิตอล 2008 ทีเดียว เรื่องราวชวนติดตาม และคำพูดเด็ด ๆ ของตัวละครในเรื่อง สะท้อนให้เห็นหลายประเด็นที่อาจนำมาใคร่ครวญและเรียนรู้ได้ กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา
Amistad พูดถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จิตวิญญาณของชาติ การเมืองและการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม บรรยากาศความขัดแย้งทางความคิดของคนในสังคมระหว่างคนเหนือกับคนใต้ของสหรัฐอเมริกา
ชนวนของเรื่องเริ่มจากเรือเดินสมุทรสัญชาติสเปนชื่อ La Amistad ซึ่งแปลว่า มิตรภาพไร้พรมแดน Friendships without borders
ชื่อเรือช่างเย้ยหยันความจริงที่เกิดขึ้นเสียเหลือเกิน เนื่องด้วยเรือลำนี้บรรทุกชาวแอฟริกันที่ถูกลักลอบจับมาเพื่อไปขายต่อนายทาส ระหว่างทางที่รอนแรมในทะเล ทาสหลายคนถูกเฆี่ยนตีจนตาย ทาสสาวถูกล่วงละเมิดทางเพศ และทาสกว่า 50 ชีวิตถูกทิ้งถ่วงน้ำเพื่อลดภาระน้ำหนักของเรือและเพื่อคลายภาวะอาหารขาดแคลานบนเรือ
คืนฝนตกวันหนึ่ง ทาส ชื่อ ซินเค ใช้นิ้วแคะเอาตะปูจากแผ่นไม้ของเรือออกมาและใช้ตะปูไขทำลายโซ่ตรวนที่ล่ามอิสรภาพเขาไว้ เขาและพวก ฆ่าลูกเรือคนขาวเกือบหมดลำ เหลือเพียงผู้ที่สามารถเดินเรือได้ เพื่อให้นำเขากับพวกกลับกาฬทวีป
แต่เรือกลับไปขึ้นฝั่งที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทาสทุกคนบนเรือถูกจับในข้อหาฆ่าคน (ขาว) และรัฐบาลภายใต้การนำของพระราชินียิสซาเบลที่ 2 ของสเปนเรียกร้องให้สหรัฐส่งเรือพร้อมสินค้าทั้งหมดกลับสเปน ซึ่งสินค้าที่ว่านี้ก็ คือ มนุษย์ที่เรียกว่าทาส
ในช่วงปี ค.ศ. [...]
ทิเบต…คือชัมบาลาในความทรงจำ
Posted in Daily blooming on October 10, 2009 | Leave a Comment »
บางครั้ง คนเราก็จำต้องออกเดินทางไปยังดินแดนไกลสุดปลายฟ้า ปีนป่ายสู่ยอดเขาสูงเทียมเมฆ หรือดำดิ่งสู่ห้วงมหาสมุทร เพื่อค้นพบขุมทรัพย์ที่เราล้วนมีอยู่แล้วภายในกายและใจของเราเอง … ความสุข และความหมายของการมีชีวิต
ปรัชวัน เกตุวัลห์ เป็นคนหนึ่งที่ การเดินทางตามเส้นทางแผนที่โลกได้พลิกชีวิตของเธอ และมอบลายแทงการเดินทางสู่โลกภายในของชีวิตให้เธอ
…….
จิ๊กเริ่มต้นเดินทางด้วยความรู้สึกเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป เธอต้องการแสวงหารสชาติการผจญภัย ความแปลกใหม่ในชีวิต และสัมผัสศิลปวัฒนธรรมที่แตกต่าง และทิเบตคือหนึ่งในดินแดนที่จะตอบสนองความอยากรู้ใคร่เห็นของเธอได้
แต่เมื่อเธอท่องเดินไปในทิเบต สายตาของเธอที่มองโลกก็เปลี่ยนไป หัวใจเธอเต้นในจังหวะช้าลง ปอดเธอสูดสัมผัสความสุข และชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ทิเบตให้คำตอบที่เธอไม่ได้ตั้งใจแสวงหา หากเป็นคำตอบสำคัญของชีวิต “ความสุขคืออะไร อยู่ที่ไหน และเราจะมีความสุขได้อย่างไร”
เธอค้นพบความสุขที่เกิดจากความเชื่องช้า สงบงามและเรียบง่ายในชีวิต มิตรภาพจากใจที่ใสกระจ่าง ศรัทธาในความดีและความรัก
ความสุขที่เธอลิ้มรสจากดินแดนหลังคาโลก ทำให้เธอกลับมาทบทวนชีวิตในเมืองหลวงที่ราบลุ่มน้ำเจ้าพระยา เธอตัดสินใจลาออกจากงานประจำ — แม้รายได้จะลดลงกว่าที่เคยได้รับ แต่สิ่งที่เธอได้มาทดแทน คือ เวลาที่มีความหมายกับลูก ๆ เวลาที่เธอจะได้ลงมือทำสิ่งที่เธอรักและโหยหาเติมเต็มหัวใจ เช่นศิลปะ ภาษาจีน ท่องเที่ยว งานอาสาสมัครช่วยงานมูลนิธิพันดารา
“หากเรายังคงทำงานและมีชีวิตเร่งรีบ บีบคั้นในแบบเดิม ๆ เราคงวิ่งบนเส้นทางชีวิตไม่รู้จบ เหนื่อย และดูเหมือนว่ายิ่งเราวิ่งเร็วขึ้นเท่าไรบนถนนชีวิต เราก็จะยิ่งห่างไกลจากหัวใจและชีวิตของตนเองมากขึ้นทุกที” จิ๊กว่า
“ภาษิตทิเบตกล่าวว่า “ชาติหน้าหรือพรุ่งนี้ เราไม่รู้หรอกว่าอะไรจะมาถึงก่อนกัน” ดังนั้นเราเลยตัดสินใจที่จะเดินตามเสียงจากภายในและใช้ชีวิตอย่างที่เราปรารถนา”
………………………
จิ๊กเดินทางกลับไปทิเบตอีกหลายครั้ง เธอบันทึกเรื่องราวผ่านภาษาที่งดงามและภาพถ่ายตะลึงใจมากมายและพร้อมจะแลกเปลี่ยนกับทุกท่านที่สนใจในงานเปิดตัวหนังสือของเธอ ทิเบต…คือชัมบาลาในความทรงจำ
เธอจะมาเล่าเรื่องราวการเดินทางท่องเที่ยวผ่านสี่ฤดูกาลในดินแดนหลังคาโลก ที่งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ ๑๔ [...]