เด็กคนหนึ่งวาดรูปแม่ ตัวเอง และบ้าน ลงบนกระดาษศิลปะ เธอทำสีหน้าเง้าและกล่าวประมาณว่า “ครอบครัวของหนูไม่เหมือนเพื่อน ไม่สมบูรณ์ หนูไม่มีพ่อ”
บ้านที่ไม่มีพ่อ เป็นครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ จริงเสมอไปหรือไม่
องค์ประกอบของความเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ คือ พ่อ แม่ ลูก ที่อยู่ในบ้านอย่างนั้นหรือ
ถ้าอย่างนั้น ครอบครัวของเราก็เล็กและจำกัดเสียเหลือเกิน และไม่สมบูรณ์จริง ๆ ด้วย
พ่อ แม่ ลูก เป็นภาพมาตรฐานของครอบครัวสมัยใหม่ ยุคอุตสาหกรรม (เด็กในยุคเกษตรกรรม คงวาดภาพครอบครัวได้มากกว่านี้ ตั้งแต่ปู่ย่า ตายาย ป้า ลุง น้า ลูกพี่ลูกน้อง ฐาติ เพื่อนบ้าน เจ้าทุย เจ้านกเอี้ยง หรือพี่หุ่นไล่กา เป็นต้น)
ภาพมาตรฐานทางสังคมของครอบครัวที่ดูคับแคบและจำกัด อาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกว่า ตัวเองแตกต่างแบบแปลกแยก มีปมด้อย เพราะภาพครอบครัวขาดวิ่น
บ้านเราไม่มีแม่ … บ้านเราไม่มีพ่อ …. บ้านเราไม่มีลูก …. เราไม่มีบ้าน
ครอบครัวสมัยใหม่ที่ประกอบด้วย หน่วยเล็กจิ๋ว พ่อ แม่ ลูก และไม่ค่อยสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน (เพราะต่างคนต่างอยู่) และบรรยากาศในองค์กรของระบบทุนนิยมเน้นผลผลิตผู้คน ไม่เอื้อให้เอาเด็กไปเลี้ยงที่ทำงาน ไม่เหมือนสังคมเกาตรกรรมที่ผู้หญิงผูกผ้ากระเตงลูกไปทำนา ทำไร่ด้วยได้
เราจะอยู่อย่างไรในภาวะแบบนี้ ครอบครัวเล็กมีราคาต้องจ่ายแสนแพง
เมื่อเป็นอย่างนี้ ครอบครัวเล็ก ๆ นี้ ต้องดิ้นรน ทำไงล่ะ ทุกคนต้องทำงานหาเงิน จึงต้องเสาะแสวงหาคนเลี้ยงลูกตัวน้อย วัยสามเดือน หรืออาจจะอ่อนกว่านั้น
เด็กถูกส่งไปโรงงาน — เนอร์สเซอรี่— ไปเลี้ยงรวมกับเด็กอื่น ๆ ชะตากรรมของเด็ก ๆ เหล่านั้นเป็นเช่นไร เลี้ยงรวมเหมือนสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าอย่างไรอย่างนั้นเลย
ทำอย่างไรได้ ทางออกมีเพียงนี้จริง ๆ
เราจึงเกิดคำถาม เด็กคนนี้และคนอื่น ๆ ในชะตากรรมเดียวกัน เป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัวของเราด้วยหรือไม่ เราจะช่วยดูแลเด็ก ๆ กันอย่างไร….
เมื่อก่อน เรื่องนี้ไม่เป็นปัญหา เพราะครอบครัวอยู่กันหลายรุ่น 3-4 รุ่น ทวด ปู่ย่าตายาย ลุงป้า และมากมาย แต่เดี๋ยวนี้เหลือ คน 2 รุ่น
เรื่องวุ่นวายไม่จบเท่านี้ เรามีเรื่องการหย่าร้างเข้ามาอีก ทำให้ หลายครอบครัว เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว แม่เลี้ยงเดี่ยว ครอบครัวหดลงไปอีก เกิดปัญหาหลายอย่าง เพราะคนจำนวนน้อย ต้องแบกรับความรับผิดชอบในชีวิตใหม่อย่างใหญ่หลวง
สังคมเป็นปัจเจกนิยมมากขึ้น ครอบครัวของเราหดเล็กลงเรื่อย ๆ ซึ่งค้านกับความเป็นจริงของธรรมชาติและธรรมชาติความเป็นมนุษย์ของเราเอง
มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เราต้องอยู่ร่วมกัน อยู่เป็นหมู่เพื่อความอยู่รอด ทั้งทางกาย จิตใจ สติปัญญา และความรอดทางจิตวิญญาณ
อะไรคือความหมายของครอบครัว และครอบครัวที่สมบูรณ์มีหรือไม่ เป็นอย่างไร
ครอบครัวที่สมบูรณ์ น่าจะหมายถึงครอบครัวที่รู้สึกอิ่ม … อิ่มในความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน ไม่ว่า จำนวนสมาชิกจะมีเท่าไร และเป็นใคร สัมพันธ์ทางสายเลือด หรือสายใจ
ครอบครัวสมัยนี้ เราจะเห็นความหลากหลาย งดงามมากขึ้น เป็นต้นว่า
เรามีครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว พ่อเลี้ยงเดี่ยว
ครอบครัวพ่อเลี้ยงคู่กัน และครอบครัวแม่เลี้ยงคู่กัน
ครอบครัวขยายที่เต็มไปด้วยญาติ และญาติดพื่อน หรือ เพื่อนญาติ หรือยังนับรวมไปถึง หมา สุนัข แมว ที่นับวันก็จะกลายสภาพความเป็นอยู่เหมือนคนไปทุกที
สารคดีข่าวในอเมริกาล่าสุด สัมภาษณ์เด็ก ๆ ที่มีพ่อ และพ่อ และเด็ก ที่ มีแม่กับแม่ คือ คู่ที่รักเพศเดียวกันนั่นเอง เด็ก ๆ เหล่านี้กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกแปลกประหลาดอะไร ไม่ได้รู้สึกว่า พ่อ ๆ แม่ ๆ ของตนไม่ดี แปลก เพราะว่า ทั้งพ่อ ๆ แม่ ๆ ให้ความรัก ความอบอุ่น การดูแล เอาใจใส่อย่างดีมาก และไม่ได้รู้สึกว่า ตนจะต้องเป็นหรือไม่เป็นแบบพ่อหรือแม่ (รักเพศเดียวกัน) เพราะ “พ่อเลี้ยงหนูให้เป็นคนทีดีและมีความสุข”
ไม่สำคัญว่า ครอบครัวของเราจะมีลักษณะอย่างไร สิ่งสำคัญคือหัวใจของคนทุกคนที่หลอมรวมความรู้สึกเป็นครอบครัวเข้าด้วยกัน
เราอิ่มกับความสัมพันธ์ในครอบครัวหรือยัง ถ้ายังเราจะช่วยกันเติมเต็มความรู้สึกกันได้อย่างไร
บางทีเราอาจจะเห็นว่า ภาพครอบครัวที่ดูไม่ครบคน แท้จริงแล้วเต็มบริบูรณ์ด้วยความรู้สึก
ข่ายใยครอบครัว คือ ธรรมชาติชีวิตของมนุษย์
ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล มนุษย์ทุกคนถือกำเนิดมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน คือ อดัม และอีวา (อีฟ) ซึ่งพระเจ้าสร้างขึ้น และศาสนายิว คริสต์และอิสลามเป็นศาสนาพี่น้องกัน คือ สืบสายมาจากบรรพบุรุษ คือ อับราฮัมเหมือนกัน เพียงแต่ต่างมารดา ซึ่งเรื่องราวค่อนข้างซับซ้อน(ซึ่งจะไม่ขอกล่าวถึงในที่นี้)
ดังนั้น เราทั้งปวงต่างมาจากตระกูลเดียวกัน และเป็นพี่น้องกัน
ชาวคริสต์และอิสลามที่ดี มองทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน โดยเฉพาะมุสลิม ใครทำร้ายชาวมุสลิม ชาวมุสลิมอื่น ๆทั่วโลกต้องช่วยกัน (นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่พวกหัวรุนแรงมักใช้ ขยายความรุนแรงทางศาสนาให้กระจายไป)
ศาสนาและความเชื่อทางตะวันออกเห็นสิ่งต่าง ๆ วนเวียนเป็นวงกลม หาจุดเริ่มและจบที่ใดที่หนึ่งไม่ได้ชัด ๆ อย่างสัญลักษณ์ กงล้อแห่งธรรม หยิน-หยางของเต๋า หรือแม้แต่ความคิดไตรภาคของฮินดู แบบสร้าง-รักษา-ทำลาย วนเวียนกันไป
และในวงกลมนี้เอง ทุกสรรพสิ่งและชีวิตเชื่อมโยงกันทั้งหมด และน่าจะในความหมายความเป็นครอบครัวเดียวกันด้วย
พระพุทธองค์เคยตรัสว่า “ไม่มีใครเลยในโลกนี้ ที่ไม่เคยเป็น พ่อ แม่ ญาติ เพื่อน คนรัก … ของเรามาก่อนในภพชาติอันหาประมาณไม่ได้”
ในภาพยนตร์ ๗ ปีในทิเบต เราจะเห็นภาพคนทิเบตช้อนไส้เดือนดินขึ้นมาจากที่ที่วางแผนก่อสร้างเป็นโรงภาพยนตร์ ตามพระบัญชาขององค์ทาไลลามะ “ไส้เดือนนี้ อาจเป็นแม่ของเราในอดีตชาติ เราไม่อาจทำร้ายแม่ได้”
ความคิดเช่นเดียวกันนี้มีปรากฏอยู่ในบันทึกของหมอบรัดเล่ย์ เหมือนกัน (หากจำไม่ผิด) ที่เห็นคนไทยมาทำสวนที่บ้าน แล้วไม่ยอมขุดดิน เพราะมีไส้เดือน
บรรดาชนเผ่าต่าง ๆ ในโลกหลายแห่ง ก็มีความเชื่อว่า สรรพสิ่งทั้งหลายเป็นญาติกัน ภูเขา ท้องน้ำ ต้นไม้ สัตว์ต่าง ๆ มีจิตวิญญาณที่ส่งต่อ ถ่ายทอดถึงกันได้
ครูอินเดียนแดงของเราบอกว่า สายน้ำเป็นย่าของเรา แม้การต้องเอาชีวิตสัตว์มาเป็นอาหาร พวกเขาก็ให้ความเคารพ และบอกว่า ขอให้ญาติมาเป็นหนึ่งเดียวกับเขา และเขาตระหนักทุกครั้งที่ทำการใด ๆ
สำหรับอินเดียนแดง บุคคลคนหนึ่ง ไม่ใช่ตัวตนของเขาแท้ ๆ เพียว ๆ แต่หลอมรวมเอาตัวตนของต้นไม้ สายลม แม่น้ำ และสัตว์อยู่ภายในด้วย เรียกได้ว่า ทั้งครอบครัวอยู่ในเรา
แม้ในโลกสมัยใหม่ ความเจริญทางวิทยาศาสตร์ก็ดูเหมือนจะให้ข้อคิดเห็นไม่ต่างจากความเชื่อทางศาสนานัก
ล่าสุด สารคดีทางทีวีไทยจากต่างประเทศเรื่องหนึ่ง ชี้ให้เห็นความพยายามของวิทยาศาสตร์พันธุกรรม ที่พยายามถอดรหัสความเชื่อมโยงของมนุษย์ทั้งโลก ว่ามาจากต้นกำเนิดเดียวกันหรือไม่ อย่างไร (คือชาวตะวันตกก็คงยังมีกระบวนคิดแบบอดัม อีฟ และการกำเนิดโลก คือ สิ่งต่าง ๆ มีจุดเริ่มต้นที่จุดใดจุดหนึ่ง แล้วเติบโตขยายออกไป) และนักวิทยาศาตร์ก็บอกว่า คนจำนวนมากในโลกสืบสายมาจากต้นตระกูลเดียวกัน
ความเป็นครอบครัวที่แท้จริง น่าจะมาจากความรู้สึกผูกพัน เห็นกันและกันในข่ายใขครอบครัว
…………….
หากเรารักและเห็นคนทุกคน สรรพสิ่ง ธรรมชาติ สัตว์ เป็นเพื่อนเกิด-แก่-เจ็บ-ตาย อย่างพระพุทธองค์ตรัสสอน
เห็นเป็นญาติ อย่างพี่น้องชนเผ่าที่เห็นป่าไม้ ทะเล ท้องฟ้าเป็นฐาติและบรรพบุรุษ
เห็นทุกคนเป็นพี่น้องกันอย่างชาวยิว คริสต์ และมุสลิม
เห็นความคล้ายคลึงกันของดีเอ็นเอในตัวเรากับอีกหลายพันล้านคนทั่วโลก อย่างที่วิทยาศาสตร์พันธุกรรมกำลังพิสูจน์
หากเราขยายข่ายวงครอบครัวของเราออกไป โลกของเราจะเป็นอย่างไร เราจะดูแลครอบครัว พี่น้อง ของเราอย่างไร
แม่ชีเทเรซา พูดถูกแล้ว ปัญหาในโลกนี้ มาจากการที่เราวาดวงกลมครอบครัวของเราเล็กเกินไป