<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Bloomingmind's Blog</title>
	<atom:link href="http://bloomingmind.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://bloomingmind.wordpress.com</link>
	<description>where inner joy springs for all</description>
	<lastBuildDate>Sat, 07 Jan 2012 08:19:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='bloomingmind.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Bloomingmind's Blog</title>
		<link>http://bloomingmind.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://bloomingmind.wordpress.com/osd.xml" title="Bloomingmind&#039;s Blog" />
	<atom:link rel='hub' href='http://bloomingmind.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>คุมใจ</title>
		<link>http://bloomingmind.wordpress.com/2012/01/07/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://bloomingmind.wordpress.com/2012/01/07/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 07 Jan 2012 08:18:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bloomingmind</dc:creator>
		
		<guid isPermaLink="false">http://bloomingmind.wordpress.com/2012/01/07/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%88/</guid>
		<description><![CDATA[ข่าวกลุ่มสถาปนิกหนุ่มวัยราว ๒๘ ปี วางแผนลักพาตัวเรียกค่าไถ่นักศึกษาปี ๑ โดยอ้างว่าเศรษฐกิจไม่ดี ต้องการเงินไปใช้ เลยต้องทำกระทำการอย่างนั้น จนเรื่องจบลงที่ชีวิตของเด็กหนุ่มนักศึกษาที่ต้องลาล่วงไป เราสะเทือนใจกับข่าวนี้ หลัก ๆ จากเหตุผลที่ผลักให้กลุ่มสถาปนิกหนุ่มกระทำการเหี้ยมโหดอย่างนั้น ชีวิตที่ล่วงมาถึงวัย ๒๘ จบการศึกษาระดับที่ประกอบวิชาชีพสถาปนิกได้ ไม่ได้ทำให้คน ๆ หนึ่งมีวุฒิภาวะ จริยภาวะสูงขึ้นเลย ทำไมพวกเขาจึงคิดหาทางออกอื่นที่จะแก้ปัญหาในทางสร้างสรรค์ไม่ได้ เกิดอะไรขึ้น เรื่องนี้สะท้อนภาพใหญ่ของสังคมเราอย่างไรบ้าง คำตอบแบบสำเร็จรูปประการหนึ่ง คือ สังคมวัตถุนิยม ทำให้คนเน้นหาเงินตรา วัตถุ ความเป็นนักบริโภคนิยมทำให้ต้องการได้อะไรแบบง่าย ๆ ด่วนได้ ไม่ค่อยพากเพียรใช้ความพยายาม และขาดความอดทนต่อการไปถึงเป้าหมาย   ในที่นี้ ขอเน้นข้อมูลสำคัญประการหนึ่งที่สะดุดใจ คือ กลุ่มคนหนุ่มที่วางแผนเรียกค่าไถ่ และเด็กนักศึกษา รู้จักกันที่ร้านเกม เราอดรู้สึกไม่ได้ว่า เกมบางประเภทอาจเป็นเหตุหนึ่งที่กระตุ้นเร้าให้คนขาดสติ และกระทำการในชีวิตจริง ราวกับว่าอยู่ในเกมเสมือนจริง เราได้เห็นเกมที่ออกแบบมา ให้มีการวางแผน คิดสังหาร มีอะไรต่อมิอะไร ที่ทำให้คนเล่นมีชีวิตใหม่ ที่ต่างจากชีวิตจริง (altered life and lifestyle) เราเป็นมือสังหาร [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bloomingmind.wordpress.com&amp;blog=5803179&amp;post=1103&amp;subd=bloomingmind&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ข่าวกลุ่มสถาปนิกหนุ่มวัยราว ๒๘ ปี วางแผนลักพาตัวเรียกค่าไถ่นักศึกษาปี ๑ โดยอ้างว่าเศรษฐกิจไม่ดี ต้องการเงินไปใช้ เลยต้องทำกระทำการอย่างนั้น จนเรื่องจบลงที่ชีวิตของเด็กหนุ่มนักศึกษาที่ต้องลาล่วงไป</p>
<p>เราสะเทือนใจกับข่าวนี้ หลัก ๆ จากเหตุผลที่ผลักให้กลุ่มสถาปนิกหนุ่มกระทำการเหี้ยมโหดอย่างนั้น</p>
<p>ชีวิตที่ล่วงมาถึงวัย ๒๘ จบการศึกษาระดับที่ประกอบวิชาชีพสถาปนิกได้ ไม่ได้ทำให้คน ๆ หนึ่งมีวุฒิภาวะ จริยภาวะสูงขึ้นเลย ทำไมพวกเขาจึงคิดหาทางออกอื่นที่จะแก้ปัญหาในทางสร้างสรรค์ไม่ได้ เกิดอะไรขึ้น เรื่องนี้สะท้อนภาพใหญ่ของสังคมเราอย่างไรบ้าง</p>
<p>คำตอบแบบสำเร็จรูปประการหนึ่ง คือ สังคมวัตถุนิยม ทำให้คนเน้นหาเงินตรา วัตถุ ความเป็นนักบริโภคนิยมทำให้ต้องการได้อะไรแบบง่าย ๆ ด่วนได้ ไม่ค่อยพากเพียรใช้ความพยายาม และขาดความอดทนต่อการไปถึงเป้าหมาย  </p>
<p>ในที่นี้ ขอเน้นข้อมูลสำคัญประการหนึ่งที่สะดุดใจ คือ กลุ่มคนหนุ่มที่วางแผนเรียกค่าไถ่ และเด็กนักศึกษา รู้จักกันที่ร้านเกม เราอดรู้สึกไม่ได้ว่า เกมบางประเภทอาจเป็นเหตุหนึ่งที่กระตุ้นเร้าให้คนขาดสติ และกระทำการในชีวิตจริง ราวกับว่าอยู่ในเกมเสมือนจริง</p>
<p>เราได้เห็นเกมที่ออกแบบมา ให้มีการวางแผน คิดสังหาร มีอะไรต่อมิอะไร ที่ทำให้คนเล่นมีชีวิตใหม่ ที่ต่างจากชีวิตจริง (altered life and lifestyle) เราเป็นมือสังหาร เป็นฮีโร่ และเป็นอะไรมากมาย ทำอะไรได้แปลกพิสดาร มีวิทยายุทธ กระโดดข้ามกำแพง ฯลฯ ซึ่งเหล่านี้ในชีวิต ทำไม่ได้เลย แต่เราจะได้ชีวิตที่ปรารถนา เก่งกล้าสามารถ มีอำนาจ เมื่อเราอยู่ในเกม</p>
<p>นอกจากนั้นภาพและการเคลื่อนไหวในเกมก็ดูเหมือนจริงมากขึ้นทุกที ไป ๆ มา ๆ คนจะแยกกันไม่ออกว่า ความจริง และความเสมือนจริงแตกต่างกัน</p>
<p>เคยมีคนกล่าวว่า สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น จะกลับมากำหนดและสร้างชีวิต จิตใจ และวิธีคิดให้กับมนุษย์ ก็ดูอย่างเครื่องจักรกลไก ที่ทำให้เรามองผู้คน และเรื่องราวต่าง ๆ แบบเป็นกลไกไปด้วย คนแต่ละคนทำงานไปตามสายพานการผลิต ใครทำไม่ได้ หรือทำได้ไม่ดี ก็เอาออกไป เอาอะไหล่ (มนุษย์คนอื่น) มาแทน หรือการมองพัฒนาการชีวิตเป็นเส้นตรงแบบนาฬิกาที่เดินไปข้างหน้าอย่างเดียว (ในขณะที่เวลาตามธรรมชาติเดินทางหมุนเวียนเป็นวัฏจักร แบบฤดูกาล เป็นต้น)</p>
<p>ดังนั้น เราจึงอดคิดไม่ได้ว่า วิธีคิดที่เราใช้เล่าเกม ก็คงไม่ต่างจาวิธีคิดที่เราใช้ในชีวิตจริง หรือบางทีเกมอาจจะทำให้เราสร้างวิธีคิดเพื่อเล่นเกม แต่วิธีคิดนั้นก็ติดตัว ติดหัว ติดใจเราออกมาในชีวิตจริงด้วย</p>
<p>ถ้าใครเจริญสติ แล้วลองเล่นเกม ตามดู ตามรู้ใจไป จะเห็นว่า ใจเวลาที่เล่มเกมโหด ๆ นั้นเป็นอย่างไร และเกิดอะไรขึ้นกับใจของเราบ้างเวลาที่เราเล่นเกมอย่างนั้น &#8212; บางคนอาจจะแย้งว่า ถึงแม้ไม่มีเกม คนก็พร้อมที่จะเหี้ยมโหดอยู่แล้ว ดูจากสงครามโลก และสงครามล้างเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ในอดีต และปัจจุบัน &#8212; ก็จริง แต่หากมนุษย์มีเมล็ดพันธุ์ความเหี้ยมโหดอยู่ในกมลสันดานแล้ว เราจะไปเพิ่มพูนตอกย้ำกัน เล่น ๆ ทำไม</p>
<p>ไม่ต้องเกมก็ได้ เครื่องไม้เครื่องมือที่เราใช้ในชีวิตประจำวันก็มีอิทธิพลต่อวิธีคิด วิธีที่เราสัมพันธ์กับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว โทรศัพท์มือถือ การใช้เฟสบุ๊ค โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือ อะไรต่าง ๆ มากมาย ลองแอบหันมามองดูใจเวลาที่ใช้เครื่องมือหรือสัมพันธ์กับสิ่งเหล่านี้ เราอาจจะเห็นอะไรดี ๆ เห็นใจ เห็นวิธีคิดบางอย่าง ที่ทำให้เราคุมเกมได้มากว่า ให้เกมของโลกคุมเราก็ได้</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bloomingmind.wordpress.com/1103/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bloomingmind.wordpress.com/1103/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bloomingmind.wordpress.com/1103/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bloomingmind.wordpress.com/1103/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bloomingmind.wordpress.com/1103/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bloomingmind.wordpress.com/1103/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bloomingmind.wordpress.com/1103/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bloomingmind.wordpress.com/1103/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bloomingmind.wordpress.com/1103/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bloomingmind.wordpress.com/1103/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bloomingmind.wordpress.com/1103/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bloomingmind.wordpress.com/1103/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bloomingmind.wordpress.com/1103/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bloomingmind.wordpress.com/1103/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bloomingmind.wordpress.com&amp;blog=5803179&amp;post=1103&amp;subd=bloomingmind&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bloomingmind.wordpress.com/2012/01/07/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/276743ce520cf88ecd71d68072403d12?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">bloomingmind</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ลูกคนกลาง</title>
		<link>http://bloomingmind.wordpress.com/2011/05/27/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://bloomingmind.wordpress.com/2011/05/27/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 May 2011 15:58:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bloomingmind</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blooming Articles]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bloomingmind.wordpress.com/?p=1086</guid>
		<description><![CDATA[ใคร ๆ ก็แสวงหาความเป็นกลาง อยากเป็นกลาง &#8230; ยกเว้นลูกคนกลาง “พ่อแม่รักพี่คนโต และสนใจน้องคนเล็ก ผมรู้สึกว่าไม่ได้รับความรักและความสนใจจากพ่อแม่ จะทำอย่างไรดี อายุก็มากแล้ว ยังรู้สึกอย่างนี้อีก” หนุ่มวัย ๓๐ คนหนึ่งครวญ ในรายการวิทยุคลื่นลูกใหม่ ช่วง “ธรรม ธรรมดา” &#8230; ถอนใจ&#8230; ฉันรู้สึกได้ถึงความทุกข์ใจของเพื่อนผู้ฟังคนนี้ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่เรารู้ความรู้สึกนี้ และปรารถนาจะเข้าใจ ก้าวข้ามมัน ในฐานะผู้ดำเนินรายการของช่วงนี้ ฉันพยายามหาข้อธรรม และความคิดเห็นที่น่าจะพอช่วยให้หนุ่มคนนี้ ก้าวข้ามความรู้สึกที่ฝังแน่นในใจมายาวนาน &#8230;. กายสงบ เข้าไปในใจ ขอปัญญาจากพระพุทธองค์   ยกมือขึ้นมา นิ้วมือ ๕ นิ้ว ไม่เท่ากัน ก้มดูนิ้วเท้า นิ้วทั้ง ๕ ก็ไม่เท่ากัน ส่องกระจก มองไปที่ดวงตาทั้งสอง ใบหูทั้งคู่ ดูเหมือนจะเท่าและเหมือนกัน แต่ก็ไม่ นี่เป็นความมหัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิต ทุกอย่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตน จะหาที่เหมือนกัน และเท่ากันไม่มี ใบไม้จากต้นเดียวกันก็ไม่ได้เท่ากัน เหมือนกัน [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bloomingmind.wordpress.com&amp;blog=5803179&amp;post=1086&amp;subd=bloomingmind&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ใคร ๆ ก็แสวงหาความเป็นกลาง อยากเป็นกลาง &#8230; ยกเว้นลูกคนกลาง</strong></p>
<p>“พ่อแม่รักพี่คนโต และสนใจน้องคนเล็ก ผมรู้สึกว่าไม่ได้รับความรักและความสนใจจากพ่อแม่ จะทำอย่างไรดี อายุก็มากแล้ว ยังรู้สึกอย่างนี้อีก” หนุ่มวัย ๓๐ คนหนึ่งครวญ ใน<strong>รายการวิทยุคลื่นลูกใหม่ ช่วง “ธรรม ธรรมดา”</strong></p>
<p>&#8230; ถอนใจ&#8230; ฉันรู้สึกได้ถึงความทุกข์ใจของเพื่อนผู้ฟังคนนี้ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่เรารู้ความรู้สึกนี้ และปรารถนาจะเข้าใจ ก้าวข้ามมัน</p>
<p>ในฐานะผู้ดำเนินรายการของช่วงนี้ ฉันพยายามหาข้อธรรม และความคิดเห็นที่น่าจะพอช่วยให้หนุ่มคนนี้ ก้าวข้ามความรู้สึกที่ฝังแน่นในใจมายาวนาน &#8230;. กายสงบ เข้าไปในใจ ขอปัญญาจากพระพุทธองค์</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>ยกมือขึ้นมา นิ้วมือ ๕ นิ้ว ไม่เท่ากัน</strong></p>
<p><strong>ก้มดูนิ้วเท้า นิ้วทั้ง ๕ ก็ไม่เท่ากัน</strong></p>
<p>ส่องกระจก มองไปที่ดวงตาทั้งสอง ใบหูทั้งคู่ ดูเหมือนจะเท่าและเหมือนกัน แต่ก็ไม่</p>
<p>นี่เป็นความมหัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิต ทุกอย่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตน จะหาที่เหมือนกัน และเท่ากันไม่มี ใบไม้จากต้นเดียวกันก็ไม่ได้เท่ากัน เหมือนกัน แบบใบไม้ที่ผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรม</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>ความรักไม่ใช่คณิตศาสตร์ที่จะชั่ง ตวง วัด คำนวน หรือมีสมการได้ </strong></p>
<p><strong>ความรักไม่ใช่เครื่องจักรที่สามารถผลิตตัวเอง ให้เหมือนและเท่ากันทุกครั้ง</strong></p>
<p>ความรักของพ่อ แม่ ก็คงเป็นเช่นนั้นละมั้ง &#8230;. <strong>จะหาความรักที่เป็นกลาง เท่าเทียมจากใจปุถุชนนั้นยาก</strong> ตัวเราเองยังรู้สึกกับสิ่งต่าง ๆ ไม่เท่ากันเลย เรารักสิ่งนี้ ไม่ชอบสิ่งนั้น รักคนนี้มากกว่าคนนั้น</p>
<p>เรารักพ่อ และแม่เท่ากันหรือไม่?</p>
<p>เราจะหวังให้พ่อ แม่ รักลูกทุกคนเท่ากันได้หรือ?</p>
<p>เราจะเอาอะไรวัดความรัก? <strong>เครื่องมือที่เราจะใช้วัดความรัก &#8212; ใจของเรา&#8212; มีความเป็นกลาง ได้มาตรฐานเที่ยงธรรมหรือไม่</strong></p>
<p>สิ่งที่เราน่าจะลองมอง คือ มีความรักอยู่ในความสัมพันธ์ระหว่าง เราและพ่อ แม่หรือเปล่า  </p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>ทุกชีวิตเติบโตและดำรงอยู่ได้ด้วยความรัก</strong></p>
<p>หากต้นไม้ไม่ได้รับความรักจากแสงแดด ลม อากาศ น้ำ สัตว์ และมนุษย์ ต้นไม้นั้นก็ยากที่จะเติบใหญ่</p>
<p>มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่เปราะบาง เราไม่สามารถดูแลตัวเองได้ เหมือนลูกสัตว์บางประเภท ที่เกิดมาก็ช่วยตัวเองได้ ลูกมนุษย์ต้องได้รับการดูแล ทะนุถนอมอย่างมาก</p>
<p>ลองทบทวนว่า ในแต่ละปี ตั้งแต่เราเกิด จนโตอย่างในปัจจุบัน พ่อ แม่ ต้องทำอะไรให้เราบ้าง ดูแลเราอย่างไร ให้เวลากับเราเท่าไร ท่านเสียเงินกับเราแค่ไหนในเรื่องต่าง ๆ ให้เราได้เรียนหนังสือ ไปเที่ยว มีของใช้ส่วนตัว &#8230; <strong>เราสัมผัสได้หรือไม่ว่า ทั้งหมดทั้งปวงที่ผ่านมา ตราบเท่าเวลาชีวิตเราในปัจจุบัน  คือ ความรัก &#8230; พอไหมสำหรับใจเรา?</strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>ความทุกข์เกิดขึ้นเมื่อเราเปรียบเทียบว่า พ่อแม่รักพี่ สนใจน้องมากกว่าเรา บางทีหากเรามีโอกาสได้ถามพี่และน้องที่เราแอบอิจฉา เราอาจรู้ว่า พี่อาจกำลังรู้สึกกดดันว่า พ่อแม่คาดหวังในตัวของเขาสูง น้องที่เราเห็นว่าได้รับความสนใจมาก อาจรู้สึกว่าอัดอัดกับความสนใจนั้น ลูกคนเดียวอาจรู้สึกเหงา และว่าพ่อแม่ว่า ไม่มีพี่น้องให้เป็นเพื่อนเขา</p>
<p><strong>ไม่มีอะไรพอดีสำหรับใจ &#8230; หลายอย่างในชีวิต มากไป น้อยไปเสมอ &#8230; ใจเราไม่เป็นกลาง</strong></p>
<p><strong> </strong><strong> </strong></p>
<p>พระพุทธองค์กล่าวว่า <strong>“ทุกอย่างเกิดแต่เหตุ” </strong>ความรักที่เอนเอียงไปในทางพี่ หรือน้อง คงเกิดจากเหตุบางอย่างที่เราไม่รู้ก็ได้ ลูกที่พ่อแม่รู้สึกว่ายังอ่อนแอทางกายหรือใจ อาจได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ ลูกคนโตที่ได้รับความรัก อาจกำลังแบกความหวังของพ่อแม่ ที่จะให้เป็นคนดูแลพี่น้องได้ในภายภาคหน้า &#8230; มีอีกหลายเหตุปัจจัย และความรู้สึกที่อยู่เบื้องหลังการแสดงออกของพ่อแม่ที่เราไม่รู้</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>หากในวันนี้ เรายังมีลมหายใจ มีชีวิต มีการศึกษา มีงานทำ มีเงินดูแลชีวิตตัวเอง มีโอกาสในฐานะความเป็นมนุษย์ &#8230;. เหล่านี้ก็เกิดแต่เหตุ &#8230; และหนึ่งในเหตุนั้น (เหตุหลักด้วย) คือ พ่อแม่ และความรัก ความกรุณาของท่าน</strong></p>
<p>หนทางที่เราอาจจะฝึกฝนปฏิบัติเพื่อ ช่วยคลี่คลายความรู้สึกน้อยใจพ่อแม่ได้บ้าง คือ</p>
<p><strong>๑. หมั่นใคร่ครวญตระหนักรู้ถึงบุญคุณ ความรักความกรุณาของพ่อแม่ที่มีต่อเรา</strong> ระลึกถึงความดีของท่านทุกวัน และทุกครั้งที่ความรู้สึกน้อยใจผุดขึ้นมา ที่ต้องทำอย่างนี้ เพราะเราฝึกใจให้คิดในทางลบ ทางน้อยใจมานาน เป็นเหมือนร่องในใจที่ลึก ฉะนั้น จะแก้ทางกัน ก็ต้องใช้เวลาและฝึกใจเสียใหม่ด้วยการทำซ้ำบ่อย ๆ คือ ขุดร่องความคิด ความรู้สึกใหม่ให้ใจ  </p>
<p>๒. <strong>แสดงมุทิตาจิต คือ ยินดีกับพี่และน้องที่เรารู้สึกว่า ได้รับความรัก ความสนใจจากพ่อแม่</strong> เวลาที่เรารู้สึกดีใจ หรือยินดีด้วยกับใคร ความรักเกิดขึ้นในหัวใจเราแล้ว โดยที่เราไม่ต้องไปเรียกร้องขอจากใคร</p>
<p>๓. <strong>น้อมนำธรรมข้อ “สันโดษ” ไว้ในใจ</strong> สันโดษ คือ ความพอใจในสิ่งที่มี สิ่งที่ได้รับ และสิ่งที่เป็น เป็นธรรมที่แก้ทาง “ตัณหา” คือ ความทะยานอยาก</p>
<p>ความอยากเหมือนเงา ที่ยิ่งเราวิ่งไล่ ก็ยิ่งหนี และเราต้องวิ่งตามอยู่ร่ำไป ได้แล้ว ก็อยากได้อีก ไม่มีวันจบสิ้น</p>
<p>พอใจในความรักที่พ่อแม่ให้ ท่านจะให้เท่าไร เราก็รับ และพอใจเท่านั้น เมื่อวางใจอย่างนี้ เราจะรู้สึกสบายใจ</p>
<p> ๔. <strong>กตเวทีต่อพ่อแม่ </strong>คือ ทำหน้าที่ลูกที่ดี ตอบแทนคุณท่าน ดูแลท่านให้ดีทั้งกาย และใจ รักษาน้ำใจท่านด้วยวาจา และท่าทีที่ชื่นใจ การทำหน้าที่ลูกที่ดีไม่ใช่เพื่อให้ท่านรัก แต่ทำเพราะเป็นความดีงามตามธรรม เมื่อเราทำแบบนี้ เราจะเกิดความรู้สึกภูมิใจในตัวเอง การทำความดี โดยเฉพาะกับพ่อแม่จะช่วยให้ใจเรามีพลัง มีความรัก เพราะเราได้แสดงความรักต่อพ่อแม่</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>ใจของผู้ให้ อิ่มเต็ม มีเหลือเฟือ เพื่อแบ่งปัน </strong></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bloomingmind.wordpress.com/1086/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bloomingmind.wordpress.com/1086/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bloomingmind.wordpress.com/1086/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bloomingmind.wordpress.com/1086/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bloomingmind.wordpress.com/1086/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bloomingmind.wordpress.com/1086/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bloomingmind.wordpress.com/1086/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bloomingmind.wordpress.com/1086/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bloomingmind.wordpress.com/1086/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bloomingmind.wordpress.com/1086/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bloomingmind.wordpress.com/1086/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bloomingmind.wordpress.com/1086/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bloomingmind.wordpress.com/1086/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bloomingmind.wordpress.com/1086/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bloomingmind.wordpress.com&amp;blog=5803179&amp;post=1086&amp;subd=bloomingmind&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bloomingmind.wordpress.com/2011/05/27/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/276743ce520cf88ecd71d68072403d12?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">bloomingmind</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เหตุผลที่คนเราควรมี &#8220;คนรู้ใจ&#8221;</title>
		<link>http://bloomingmind.wordpress.com/2011/01/23/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b5-%e0%b8%84%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://bloomingmind.wordpress.com/2011/01/23/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b5-%e0%b8%84%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 23 Jan 2011 13:55:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bloomingmind</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blooming Articles]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bloomingmind.wordpress.com/?p=1082</guid>
		<description><![CDATA[ทุกคนควรมีคนรู้ใจ ถ้ายังไม่มี ก็ควรหาไว้ และดูแลรักษาไว้ด้วย ทำไมนะหรือ? การมีคนรู้ใจแม้เพียงคนเดียวมีความหมายและคุณค่ามาก สำหรับโมงยามสุดท้ายของชีวิต  เรื่องเล่าสะกิดใจเราในข้อนี้ มีอยู่ว่า  วันหนึ่ง แพทย์และพยาบาลวิ่งกรูกันไปที่ห้องผู้ป่วยระยะสุดท้ายท่านหนึ่ง ด้วยเหตุว่า มีควันลอยฟุ้งออกมาจากประตูห้องพัก เมื่อเข้าไปถึง ภาพที่เห็นคือ ธูปกำใหญ่ที่กำลังมอดไหม้ส่งควันฟุ้งกระจายทั่วห้อง ควันและกลิ่นธูปยังไม่ระทึกขวัญเท่ากับความจริงที่ว่า ธูปเหล่านั้นปักอยู่ในกระถางที่วางไว้ข้าง ๆ ถังออกซิเจน!!!! พยาบาลรีบคว้ากระถางธูปออกไปจากห้องพักโดยเร็วที่สุด ก่อนที่ทุกคนในห้องนั้นจะเป็นคนในวาระสุดท้ายไปทั้งหมด นอกจากควันธูปแล้ว ในห้องก็ยังอบอวลด้วยเสียงสวดมนต์และธรรมเทศนาจากเครื่องเล่นซีดี และญาติที่พยายามส่งกำลังใจให้ญาติในระยะสุดท้ายให้เดินทางหลังความตายสู่สุคติภพ แต่คุณหมอไม่คิดอย่างนั้น จากการที่ดูแลผู้ป่วยรายนี้มาตลอด นี่ยังไม่ใช่เวลา เพียงแต่ร่างกายอ่อนล้า เกินกว่าจะสนทนาได้ ญาติจึงอาจเข้าใจว่า วาระสุดท้ายมาถึงแล้ว คุณหมอบอกให้ปิดเครื่องเล่นซีดี แล้วพูดคุยกับญาติจนพอเข้าใจกัน คราวหนึ่ง เมื่อผู้ป่วยเริ่มกลับมารู้ตัวพอที่จะคุยได้บ้าง  ที่คุณหมอมาดูแลอาการ และญาติไม่อยู่ในที่นั้น ผู้ป่วยคนนี้พูดขึ้นว่า &#8220;ขอบคุณหมอมาก ที่ช่วยฉันไว้ในวันนั้น ถ้าหากฉันตายไปในเวลานั้น ฉันต้องเป็น &#8220;ผีที่ดุมาก&#8221; แน่ ๆ เอ๊ะ ทำไม? &#8220;ก็ฉันเกลียดกลิ่นธูปที่สุด ไม่ชอบเลย และเสียงพระที่เอามาเปิด ก็เป็นพระที่ฉันไม่ศรัทธา ไม่ชอบ ถ้าฉันตายไปตอนนั้น ฉันต้องเป็นผีดุมาก ๆ (และอาจมาหลอกคนที่เอาธูปและเสียงพระที่ไม่ชอบใจมาเปิดให้ฟังส่งวิญญาณ)&#8221; สำหรับผู้ป่วยท่านนี้ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bloomingmind.wordpress.com&amp;blog=5803179&amp;post=1082&amp;subd=bloomingmind&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div>
<p>ทุกคนควรมีคนรู้ใจ ถ้ายังไม่มี ก็ควรหาไว้ และดูแลรักษาไว้ด้วย ทำไมนะหรือ?</p>
<p><strong>การมีคนรู้ใจแม้เพียงคนเดียวมีความหมายและคุณค่ามาก สำหรับโมงยามสุดท้ายของชีวิต</strong></p>
<p> เรื่องเล่าสะกิดใจเราในข้อนี้ มีอยู่ว่า</p>
<p> วันหนึ่ง แพทย์และพยาบาลวิ่งกรูกันไปที่ห้องผู้ป่วยระยะสุดท้ายท่านหนึ่ง ด้วยเหตุว่า <strong>มีควันลอยฟุ้งออกมาจากประตูห้องพัก </strong></p>
<p>เมื่อเข้าไปถึง ภาพที่เห็นคือ ธูปกำใหญ่ที่กำลังมอดไหม้ส่งควันฟุ้งกระจายทั่วห้อง ควันและกลิ่นธูปยังไม่ระทึกขวัญเท่ากับความจริงที่ว่า <strong>ธูปเหล่านั้นปักอยู่ในกระถางที่วางไว้ข้าง ๆ ถังออกซิเจน!!!!</strong></p>
<p>พยาบาลรีบคว้ากระถางธูปออกไปจากห้องพักโดยเร็วที่สุด ก่อนที่ทุกคนในห้องนั้นจะเป็นคนในวาระสุดท้ายไปทั้งหมด</p>
<p>นอกจากควันธูปแล้ว <strong>ในห้องก็ยังอบอวลด้วยเสียงสวดมนต์และธรรมเทศนาจากเครื่องเล่นซีดี และญาติที่พยายามส่งกำลังใจให้ญาติในระยะสุดท้ายให้เดินทางหลังความตายสู่สุคติภพ </strong></p>
<p>แต่คุณหมอไม่คิดอย่างนั้น จากการที่ดูแลผู้ป่วยรายนี้มาตลอด นี่ยังไม่ใช่เวลา เพียงแต่ร่างกายอ่อนล้า เกินกว่าจะสนทนาได้ ญาติจึงอาจเข้าใจว่า วาระสุดท้ายมาถึงแล้ว คุณหมอบอกให้ปิดเครื่องเล่นซีดี แล้วพูดคุยกับญาติจนพอเข้าใจกัน</p>
<p>คราวหนึ่ง เมื่อผู้ป่วยเริ่มกลับมารู้ตัวพอที่จะคุยได้บ้าง  ที่คุณหมอมาดูแลอาการ และญาติไม่อยู่ในที่นั้น ผู้ป่วยคนนี้พูดขึ้นว่า <strong>&#8220;ขอบคุณหมอมาก ที่ช่วยฉันไว้ในวันนั้น ถ้าหากฉันตายไปในเวลานั้น ฉันต้องเป็น &#8220;ผีที่ดุมาก&#8221; แน่ ๆ </strong></p>
<p>เอ๊ะ ทำไม?</p>
<p><strong>&#8220;ก็ฉันเกลียดกลิ่นธูปที่สุด ไม่ชอบเลย และเสียงพระที่เอามาเปิด ก็เป็นพระที่ฉันไม่ศรัทธา ไม่ชอบ ถ้าฉันตายไปตอนนั้น ฉันต้องเป็นผีดุมาก ๆ (และอาจมาหลอกคนที่เอาธูปและเสียงพระที่ไม่ชอบใจมาเปิดให้ฟังส่งวิญญาณ)&#8221; </strong></p>
<p>สำหรับผู้ป่วยท่านนี้ ครอบครัว ญาติใกล้ชิดไม่ใช่ &#8220;คนที่รู้ใจ&#8221; ในวาระสุดท้าย จึงทำให้ <strong>&#8220;เรื่องดี(เกืบ)กลายเป็นร้าย&#8221;</strong> คือ ญาติปรารถนาดี มอบสิ่งที่ตนคิดว่าดี กลับเป็นสิ่งที่ทำลายความสงบและความสุขของผู้ป่วย</p>
<p>ชีวิตเราเป็นอย่างนี้หรือไม่ <strong>เรามักให้ในสิ่งที่เราเชื่อและคิดว่า &#8220;ดี&#8221; สำหรับคนอื่น เมื่อเขาไม่ชอบ ไม่ใช้ ไม่เอา เราก็มักโทษว่า เขาเป็นคนไม่รู้คุณคนบ้าง หรือน้อยอกน้อยใจบ้าง</strong> </p>
<p>แต่เราถามหรือสืบค้นกันหรือไม่ว่า คนอื่นต้องการและจำเป็น ชอบ ไม่ชอบอะไร </p>
<p><strong>แม้ความปรารถนาดี เรื่องดี ๆ ความเห็นดี ๆ เราก็มักจะเอาตัวเองเป็นตัวตั้ง และศูนย์กลางของทุกเรื่อง </strong></p>
<p>รศ สิวีลี ศิริไล วิทยากรผู้ให้ความรู้เรื่อง palliative care การดูแลแบบประคับประคอง ให้แง่คิดสำคัญว่า การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายต้องดูแลแบบครอบคลุมทุกมิติของชีวิต ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา สิ่งแวดล้อม สังคม(ญาติ) และที่สำคัญ คือ จิตวิญญาณ (spiritualiy) ซึ่งเป็นมิติที่สำคัญมากในวาระสุดท้าย</p>
<p><strong>ในวาระสุดท้าย กายเราก็ต้องทิ้ง จิตใจ ความรู้สติปัญญา โลกทั้งใบที่เราคุ้นเคย ผู้คนไม่ว่าญาติและเพื่อนทั้งหลาย เราก็ต้องจากไป สิ่งที่เหลือ คือ จิต</strong></p>
<p>ในเมื่อเราต้องทิ้งทุกอย่างไว้ เหลือแต่ใจ เราจะเอาใจแบบไหนไป ใจที่สุขสงบ หรือใจทุรนทุราย โกรธ เกลียด</p>
<p><strong>และหากเราต้องการจากไป ด้วยใจสุขสงบ &#8212; อะไรจะช่วยให้ใจของเราสุขสงบในเวลานั้น ???</strong></p>
<p>ผู้ป่วยท่านหนึ่งอาการหนักมาก เหมือนกับว่า จะไปอยู่รอมร่อ แต่ไม่ยอมไป ผู้คนที่เฝ้าไข้หลายคนต่างเห็นในเรื่องนี้ แต่ไม่รู้ว่า ทำไมท่านไม่ยอมไป จนคนใกล้ชิดคนหนึ่งเอะใจ ลองไปกระซิบที่ข้างหูว่า &#8220;โครงการที่ท่านปรารถนาจะทำในการสร้างโบสถ์ให้วัดนั้น ไม่ต้องห่วง ทุกคนจะสานต่อให้สำเร็จ&#8221;</p>
<p> หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ท่านก็จากไปอย่างสงบ</p>
<p> <strong>คนรู้ใจสำคัญมากในวาระสุดท้าย</strong></p>
<p> ในเวลาที่ร่างกายเปราะบาง อ่อนแรง แม้แต่จะสื่อสารพูดบอกก็ทำไม่ได้ &#8230;. ใครจะช่วยเรา หาทางช่วยเราให้สงบใจได้ ในวิธีที่ &#8220;ใช่&#8221; สำหรับเรา บางคนอาจต้องการเจอลูกจากแดนไกล บางคนต้องการให้นิมนต์พระ อ่านพระคัมภีร์ พากลับบ้าน เอาผ้าห่มผืนโปรดมาให้</p>
<p>ถ้าเช่นนั้น เราก็ต้องถามตัวเองว่า <strong>เราจะมีคนรู้ใจอย่างนั้นได้อย่างไร เราต้องทำอะไรและอย่างไรจึงจะได้รับบุคคลที่มีค่ากับชีวิตในวาระสุดท้ายของเรา </strong></p>
<p>ในวันนี้ เรารู้ใจ เข้าใจคนรอบข้างมากน้อยเพียงไร หากเขาเหล่านั้นจะต้องอยู่ในสภาพสื่อสารความต้องการกับเราไม่ได้ หรือกำลังจะจากไป เรารู้หรือไม่ว่า สิ่งใดที่เราจะช่วยให้เขาสมปรารถนาในวาระสุดท้าย สิ่งใดจะช่วยคลี่ปมในใจ</p>
<p>หากวันนี้ เราไม่อาจสื่อสารกับใครได้ หรือเรากำลังจะจากชีวิตนี้ไป จะมีใครรู้ใจเราพอที่จะจัดสรรบรรยากาศที่งดงาม ส่งเราให้จากไปได้อย่างสงบ งดงามอย่างที่เราปรารถนา</p>
<p>หากใครมี &#8220;คนรู้ใจ&#8221; โดยเฉพาะในวาระสุดท้าย ถือว่า เขาโชคดีและทำกุศลไว้ดี ที่มีคนนั้นช่วยเหลือในวาระสุดท้าย หากเราไม่มี เราต้องทำให้ตัวเองเป็นที่พึ่งของตัวเองให้ได้ และเป็นคนรู้ใจของตัวเองให้ได้  </p>
<p><strong>วันนี้เรามีชีวิตอยู่อย่างไร เราปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างในชีวิตของเราอย่างไร เราดูแลหรือพยายามเข้าใจ รู้ใจคนรอบข้างมากน้อยแค่ไหน</strong></p>
<p>เราเคยคุยกันถึงความปรารถนาลึก ๆ ในใจกันบ้างหรือไม่ เรารู้ความเป็นไปของคนที่เรารักในมิติจิตวิญญาณหรือเปล่า</p>
<p>หากเขาชอบฟังธรรม ธรรมเทศนาของใครที่เขาชอบ เขาเป็นคนใฝ่ศาสนาหรือไม่ เขาสนใจอะไร คุณค่าในชีวิตที่เขายึดถือ ปลื้มภูมิใจคืออะไร อะไรที่เขาเจ็บปวด เศร้า เป็นปม</p>
<p>หากเราเห็นความสำคัญของมิติจิตวิญญาณ คือ ตัวตนด้านในในส่วนที่ลึกซึ้งนี้ เราจะใช้ชีวิตที่ยังมีอยู่สัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งเข้าใจสุข ทุกข์กันอย่าง เอา &#8220;เขา&#8221; เป็นตัวตั้งมากกว่า เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง เราจะรู้จักกันและกันในความปรารถนาลึก ๆ</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;</p>
<p>แรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องนี่ มาจาก โอกาสที่ไปร่วมงาน เกี่ยวกับมาตรา ๑๒ คือ เรื่องหนังสือแสดงเจตนาในวาระสุดท้าย ซึ่งมีการพูดถึงการดูแลผู้ป่วยในวาระสุดท้ายแบบประคับประคอง</p>
</div>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bloomingmind.wordpress.com/1082/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bloomingmind.wordpress.com/1082/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bloomingmind.wordpress.com/1082/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bloomingmind.wordpress.com/1082/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bloomingmind.wordpress.com/1082/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bloomingmind.wordpress.com/1082/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bloomingmind.wordpress.com/1082/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bloomingmind.wordpress.com/1082/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bloomingmind.wordpress.com/1082/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bloomingmind.wordpress.com/1082/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bloomingmind.wordpress.com/1082/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bloomingmind.wordpress.com/1082/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bloomingmind.wordpress.com/1082/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bloomingmind.wordpress.com/1082/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bloomingmind.wordpress.com&amp;blog=5803179&amp;post=1082&amp;subd=bloomingmind&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bloomingmind.wordpress.com/2011/01/23/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b5-%e0%b8%84%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/276743ce520cf88ecd71d68072403d12?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">bloomingmind</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ขยะ เป็นของขวัญชั้นเลิศ</title>
		<link>http://bloomingmind.wordpress.com/2010/12/04/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a8/</link>
		<comments>http://bloomingmind.wordpress.com/2010/12/04/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a8/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Dec 2010 06:58:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bloomingmind</dc:creator>
				<category><![CDATA[Daily blooming]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bloomingmind.wordpress.com/?p=1074</guid>
		<description><![CDATA[แววตาและรอยยิ้มที่ซื้อไม่ได้ แบกกล่องและถุง &#8220;ขยะ&#8221; ไว้ท้ายรถอยู่หลายวัน เพื่อรอคอยผู้โชคดีที่จังหวะของเส้นทางและการเดินทางของเราบรรจบกันลงตัว เพื่อที่ว่าเขาจะสงเคราะห์เอาขยะไปจากเราซะที และแล้วโอกาสที่ว่าก็มาถึง &#8230;วันนี้เอง&#8230; หลังจากกลับจากซื้ออาหารเช้าข้างนอก เราเห็นรถซาเล้งคันเล็กเก่า ๆ จอดอยู่ริมถนน ในช่วงหน้าของตัวรถที่ไว้บรรทุกของยังดูว่างเปล่า หญิงชายคู่หนึ่งกำลังสาละวนกับการค้นขยะที่มีคนมาทิ้งไว้ข้างทางเพื่อหาสิ่งที่ยังพอมีค่าและราคาไปขายได้ ฉันจอดรถ เปิดท้ายรถ และทักทายคนทั้งสอง &#8220;มีของให้พี่นะคะ บางอย่างยังพอใช้ได้ และบางอย่างพอเอาไปขายได้ ลองแยกดูนะคะ&#8221; หน้าของทั้งสองคนดูงง ๆ เหมือนประหลาดใจกับอะไรสักอย่าง หลังจากหายงง หญิงสาวหันไปหาผู้ชายบอกว่า &#8220;ช่วยขนของลงไปหน่อย พี่เค้าให้&#8221; เมื่อขนของจากท้ายรถฉันตามที่บอกจนหมดแล้ว หญิงสาวยกมือไหว้พร้อมกล่าวว่า &#8220;ขอบคุณค่ะพี่&#8221; แววตาและรอยยิ้มของเธองดงามมีพลัง ดึงฉันเข้าไปสัมผัสความรู้สึกซาบซึ้งใจของเธอ ฉันไม่ค่อยเห็นแววตาและรอยยิ้มอย่างนี้นัก ชั่วเสี้ยวยิ้มนั้น เราสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง ฉันสัมผัสคำขอบคุณจากหัวใจของเธอ ฉันรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างจุกในลำคอ ของที่ไม่มีค่าสำหรับฉัน ทำให้คน ๆ หนึ่ง ซาบซึ้งใจขนาดนี้เชียวเหรอ จริง ๆ แล้ว พวกเขาช่วยสงเคราะห์ฉันต่างหาก เอาสิ่งที่ฉันไม่ต้องการแล้วออกจากชีวิต ฉันรับไหว้ มอบรอยยิ้มกลับให้เธอ และขับรถจากไปพร้อมความรู้สึกว่า วันนี้ฉันได้รับของขวัญที่วิเศษ เป็นรอยยิ้มจากสวรรค์ ฉันก็เป็นคนขายของเก่าด้วยเหมือนกัน บางครั้งบางคราว [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bloomingmind.wordpress.com&amp;blog=5803179&amp;post=1074&amp;subd=bloomingmind&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แววตาและรอยยิ้มที่ซื้อไม่ได้ </strong></p>
<p>แบกกล่องและถุง &#8220;ขยะ&#8221; ไว้ท้ายรถอยู่หลายวัน เพื่อรอคอยผู้โชคดีที่จังหวะของเส้นทางและการเดินทางของเราบรรจบกันลงตัว เพื่อที่ว่าเขาจะสงเคราะห์เอาขยะไปจากเราซะที</p>
<p>และแล้วโอกาสที่ว่าก็มาถึง &#8230;วันนี้เอง&#8230;</p>
<p>หลังจากกลับจากซื้ออาหารเช้าข้างนอก เราเห็นรถซาเล้งคันเล็กเก่า ๆ จอดอยู่ริมถนน ในช่วงหน้าของตัวรถที่ไว้บรรทุกของยังดูว่างเปล่า หญิงชายคู่หนึ่งกำลังสาละวนกับการค้นขยะที่มีคนมาทิ้งไว้ข้างทางเพื่อหาสิ่งที่ยังพอมีค่าและราคาไปขายได้</p>
<p>ฉันจอดรถ เปิดท้ายรถ และทักทายคนทั้งสอง <strong>&#8220;มีของให้พี่นะคะ บางอย่างยังพอใช้ได้ และบางอย่างพอเอาไปขายได้ ลองแยกดูนะคะ&#8221; </strong></p>
<p>หน้าของทั้งสองคนดูงง ๆ เหมือนประหลาดใจกับอะไรสักอย่าง หลังจากหายงง หญิงสาวหันไปหาผู้ชายบอกว่า &#8220;ช่วยขนของลงไปหน่อย พี่เค้าให้&#8221;</p>
<p>เมื่อขนของจากท้ายรถฉันตามที่บอกจนหมดแล้ว หญิงสาวยกมือไหว้พร้อมกล่าวว่า &#8220;ขอบคุณค่ะพี่&#8221; <strong>แววตาและรอยยิ้มของเธองดงามมีพลัง ดึงฉันเข้าไปสัมผัสความรู้สึกซาบซึ้งใจของเธอ</strong></p>
<p>ฉันไม่ค่อยเห็นแววตาและรอยยิ้มอย่างนี้นัก ชั่วเสี้ยวยิ้มนั้น เราสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง ฉันสัมผัสคำขอบคุณจากหัวใจของเธอ ฉันรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างจุกในลำคอ <strong>ของที่ไม่มีค่าสำหรับฉัน ทำให้คน ๆ หนึ่ง ซาบซึ้งใจขนาดนี้เชียวเหรอ จริง ๆ แล้ว พวกเขาช่วยสงเคราะห์ฉันต่างหาก เอาสิ่งที่ฉันไม่ต้องการแล้วออกจากชีวิต </strong></p>
<p>ฉันรับไหว้ มอบรอยยิ้มกลับให้เธอ และขับรถจากไปพร้อมความรู้สึกว่า <strong>วันนี้ฉันได้รับของขวัญที่วิเศษ เป็นรอยยิ้มจากสวรรค์ </strong></p>
<p>ฉันก็เป็นคนขายของเก่าด้วยเหมือนกัน บางครั้งบางคราว แต่ฉันขายด้วยความสนุกเหมือนเล่นขายของ มีอะไรไม่ใช้ ขยะพลาสติก แก้ว กระดาษก็เก็บไปขาย ส่วนมากได้เงิน ๔๐-๑๐๐ บาท ในแต่ละครั้ง ได้มาก็ดีใจเอาไปซื้อขนมกิน มันปลื้ม &#8212; เอาขยะไปแลกของกินอร่อย ๆ</p>
<p>แต่ฉันรู้ว่า<strong> เงินจำนวนนี้สำหรับบางคน บางครอบครัว มันมีค่ามากกว่าขนมที่ฉันซื้อกินสนุกครึ้มใจ มันหมายถึงการอยู่รอดอิ่มท้องในแต่ละวัน เงิน ๔๐ บาท สามารถเลี้ยงดูปากท้องคน ๒ คน ได้ทั้งวัน </strong></p>
<p><strong>บางทีของขวัญที่ดี ก็คือ ขยะ </strong></p>
<p>ขยะ คือ ของที่เราไม่เอา ของที่เราจะทิ้ง หากเราคิดก่อนว่า สิ่งที่จะทิ้งยังมีประโยชน์อยู่หรือไม่ มีกับใคร และอย่างไร</p>
<p><strong>เราจะแปรขยะให้เป็นรอยยิ้มจากสวรรค์อย่างที่ฉันได้รับในวันนี้</strong></p>
<p><strong>และหากเราใส่ใจกับเรื่องเล็ก ๆ มากพอ เราจะรู้ว่า ไม่มีอะไรเลยที่เป็นขยะ </strong></p>
<p>กากผลไม้ ผัก อาหารที่กินเหลือก็ยังเป็นอาหารให้สัตว์บางชนิดได้ หรือเอาไปแปรสภาพทำปุ๋ยหมักชีวภาพ บำรุงต้นไม้ ผัก ปรับสภาพน้ำเสีย ฯลฯ</p>
<p>กระดาษก็เอามาใช้ได้มากมายสารพัด ไม่ว่า กระดาษหน้าสอง กระดาษหน้าสามสำหรับคนที่มีปัญหาด้านสายตา และท้ายสุดก็เอาไปทำกระดาษรีไซเคิล</p>
<p>ขวดแก้ว หรือขวดพลาสติกใส่น้ำ หรือ นม ต่าง ๆ ก็เอามาขายต่อ ฯลฯ เมื่อเราคิดกับขยะให้มากขึ้น เราจะจัดสรรขยะไปในที่ที่มันควรไป</p>
<p>นอกจากนั้นพฤติกรรมนี้จะช่วยให้เราหาหนทางลดการบริโภคและอุปโภคที่เป็นต้นทางของการสร้างขยะ (ส่วนตัว) ของเรา เป็นต้นว่า แทนที่จะซื้อของที่มีบรรจุภัณฑ์เล็ก ๆ เราก็อาจจะซื้อของที่มีบรรจุภัณฑ์ใหญ่ขึ้นเพื่อให้มีปริมาณจำนวนขยะน้อยชื้นลง ใช้งานได้นานขึ้น และหาช่องทางที่จะลดการใช้สิ่งนั้น ๆ ลงไปบ้างเพื่อลดปริมาณขยะ</p>
<p><strong>ขยะช่วยแปรเปลี่ยนนิสัย โลกทัศน์ และชีวิตของเรา และของใครหลายคนได้ </strong></p>
<p><strong>ไม่มีสิ่งใด คน ๆ ใด เป็นขยะนะจ๊ะ</strong></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bloomingmind.wordpress.com/1074/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bloomingmind.wordpress.com/1074/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bloomingmind.wordpress.com/1074/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bloomingmind.wordpress.com/1074/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bloomingmind.wordpress.com/1074/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bloomingmind.wordpress.com/1074/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bloomingmind.wordpress.com/1074/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bloomingmind.wordpress.com/1074/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bloomingmind.wordpress.com/1074/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bloomingmind.wordpress.com/1074/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bloomingmind.wordpress.com/1074/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bloomingmind.wordpress.com/1074/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bloomingmind.wordpress.com/1074/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bloomingmind.wordpress.com/1074/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bloomingmind.wordpress.com&amp;blog=5803179&amp;post=1074&amp;subd=bloomingmind&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bloomingmind.wordpress.com/2010/12/04/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/276743ce520cf88ecd71d68072403d12?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">bloomingmind</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ความรักของดอกอัญชัน</title>
		<link>http://bloomingmind.wordpress.com/2010/11/21/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://bloomingmind.wordpress.com/2010/11/21/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 21 Nov 2010 09:25:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bloomingmind</dc:creator>
				<category><![CDATA[Daily blooming]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bloomingmind.wordpress.com/?p=1061</guid>
		<description><![CDATA[เช้าฤดูหนาวที่สดใสวันหนึ่ง  ขณะที่ฉันเดินสบายอารมณ์ในสวนเล็ก ๆ หน้าบ้าน บินชมสวนกับบรรดาผีเสื้อหลากลวดลายที่ร่อนจากไม้นั้น ไปไม้อีกต้น สนุกสนาน .. และแล้ว ตาของฉันก็สะดุดและตรึงกับสีครามสดใสของดอกไม้เล็ก ๆ นามว่า “อัญชัน” ไม้เถาที่ฉันปลูกในกระถางข้างเสาโรงรถ  ฉันเดินตรงเข้าไปพินิจความงามของดอกไม้นี้ แล้วใจก็เริ่มรำพึง “อัญชัน เธอช่างสวยงามเหลือเกิน สด ใส สงบนิ่งอยู่บนกิ่งเถาเขียวอ่อน” ฉันเฝ้ามองดูและพยายามสนทนากับความงามตรงหน้า “เธอบานเต็มที่แล้ว ก็กำลังจะเหี่ยวสินะ เฮ้อ …” ฉันถอนใจเงียบ ๆ ข้างใน ขณะที่มองดอกไม้คลี่ตัวสุดกลีบ “เธอมาอยู่กับฉันเถอะ มาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตฉัน” ในความเงียบ ฉันคิดว่าได้ยินคำตอบ ฉันเอื้อมมือไป เด็ดอัญชันดอกนั้น พร้อมกล่าวในใจว่า “ขออนุญาตนะ” ฉันเดินกลับเข้ามาในบ้าน ร้องเพลงดั่งผีเสื้อบิน ประคองดอกอัญชันในมือด้วยความทะนุถนอม ฉันเตรียมน้ำในกาต้มน้ำไฟฟ้า และล้างดอกไม้อย่างอ่อนโยน &#8230; ก่อนที่จะใส่ดอกไม้ลงไปในกาต้มน้ำ “ลาก่อนนะ ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวเราจะได้พบกันใหม่ อีกเดี๋ยวเดียว สัก 5 นาทีนะ” ฉันกล่าวลา ปิดฝากาน้ำ แล้วเสียบปลั๊กไฟ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bloomingmind.wordpress.com&amp;blog=5803179&amp;post=1061&amp;subd=bloomingmind&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://bloomingmind.files.wordpress.com/2010/11/dsc02890.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-1064" title="DSC02890" src="http://bloomingmind.files.wordpress.com/2010/11/dsc02890.jpg?w=112&#038;h=150" alt="" width="112" height="150" /></a>เช้าฤดูหนาวที่สดใสวันหนึ่ง  ขณะที่ฉันเดินสบายอารมณ์ในสวนเล็ก ๆ หน้าบ้าน บินชมสวนกับบรรดาผีเสื้อหลากลวดลายที่ร่อนจากไม้นั้น ไปไม้อีกต้น สนุกสนาน .. และแล้ว ตาของฉันก็สะดุดและตรึงกับสีครามสดใสของดอกไม้เล็ก ๆ นามว่า “อัญชัน” ไม้เถาที่ฉันปลูกในกระถางข้างเสาโรงรถ </p>
<p>ฉันเดินตรงเข้าไปพินิจความงามของดอกไม้นี้ แล้วใจก็เริ่มรำพึง <strong>“อัญชัน เธอช่างสวยงามเหลือเกิน สด ใส สงบนิ่งอยู่บนกิ่งเถาเขียวอ่อน”</strong> ฉันเฝ้ามองดูและพยายามสนทนากับความงามตรงหน้า <strong>“เธอบานเต็มที่แล้ว ก็กำลังจะเหี่ยวสินะ เฮ้อ …”</strong> ฉันถอนใจเงียบ ๆ ข้างใน ขณะที่มองดอกไม้คลี่ตัวสุดกลีบ <strong>“เธอมาอยู่กับฉันเถอะ มาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตฉัน”</strong></p>
<p>ในความเงียบ ฉันคิดว่าได้ยินคำตอบ ฉันเอื้อมมือไป เด็ดอัญชันดอกนั้น พร้อมกล่าวในใจว่า “ขออนุญาตนะ”</p>
<p><strong>ฉันเดินกลับเข้ามาในบ้าน ร้องเพลงดั่งผีเสื้อบิน ประคองดอกอัญชันในมือด้วยความทะนุถนอม</strong></p>
<p>ฉันเตรียมน้ำในกาต้มน้ำไฟฟ้า และล้างดอกไม้อย่างอ่อนโยน &#8230; ก่อนที่จะใส่ดอกไม้ลงไปในกาต้มน้ำ <strong>“ลาก่อนนะ ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวเราจะได้พบกันใหม่ อีกเดี๋ยวเดียว สัก 5 นาทีนะ” </strong>ฉันกล่าวลา ปิดฝากาน้ำ แล้วเสียบปลั๊กไฟ</p>
<p>น้ำเดือดแล้ว ฉันเปิดฝากาต้มน้ำเพื่อพบกับดอกอัญชันอีกครั้ง เสียงหัวใจเต้นแรงด้วยความตื้นเต้น &#8230; เธอจะแปรสภาพเป็นอย่างไรนะ</p>
<p>ในกาต้มน้ำมีน้ำสีฟ้าเทอร์ควอซ์ (turquoise) ใสสวยงาม ดอกอัญชันกลายเป็นสีขาว เพราะคายสีออกมาในน้ำหมด (บางคนอาจจะหาว่าฉะน ฌาปนกิจอัญชันสด ๆ ก็ได้นะ ไม่ว่ากัน)</p>
<p><strong>“เราเจอกันอีกครั้งนะอัญชัน” </strong>ฉันกล่าวในใจ <strong>“ขอให้เธอมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ในกาย และใจของฉันนะ”</strong> ฉันค่อย ๆ รินน้ำฟ้าใสลงในแก้ชาใบเล็ก จิบชีวิตดอกอัญชัน <strong>“ฉันดีใจเหลือเกินที่เธอเข้ามาในชีวิตฉัน ความงาม ความสด ความใส และความสงบนิ่งของเธอ อีกทั้งสรรพคุณประโยชน์มากมาย ขอบคุณนะ”</strong></p>
<p>ฉันหลอมรวมกับดอกอัญชันด้วยความดื่มด่ำ เธอไม่มีรส มีแต่สี และ กลิ่น และสรรพคุณทางยามากมาย อันนี้ฉันรู้สึกอย่างนั้น</p>
<p>จำคำครูโยคะได้ว่า <strong>“ความรู้สึกที่เรามีต่อสิ่งที่เรากิน หรือความรู้สึกที่เรามีตอนกินดื่มอะไรเข้าไป จะกำหนดคุณภาพของอาหารและเครื่องดื่มนั้นด้วยเช่นกัน”</strong></p>
<p>ฉันไม่เพียงดื่มน้ำดอกอัญชัน แต่ดื่มความรัก ความงามของความรู้สึกที่เรามีต่อกัน</p>
<p><strong>ฉันดื่มความรักเข้าไป ความรักที่เริ่มจากการแลเอาใจใส่รดน้ำต้นไม้ ดูแลจัดที่ทางให้เหมาะสมกับอัญชัน ความรักของแสงแดด สายลม อากาศ แร่ธาตุในดิน ทั้งหมดทั้งปวงที่ทำให้ต้นอัญชันเติบโต และท้ายที่สุด ออกดอก และฝักผลออกมาให้ฉันได้ใช้ประโยชน์</strong></p>
<p><strong>เมื่อฉันดื่มน้ำอัญชัน ก็เท่ากับกำลังดื่มความรักของตัวเองและธรรมชาติ … ดั่งกันและกัน</strong></p>
<p><strong>ฉันจึงมั่นใจว่า น้ำดอกอัญชันนี้เป็นยาวิเศษ ยาอายุวัฒนะ และยาบำรุงหัวใจ  </strong></p>
<p>และก็จริงด้วย &#8230; ฉันลองสืบค้นคุณประโยชน์ของดอกอัญชัน ดูก็พบว่าเหมาะกับตัวเอง และคนยุคดิจิตอล ไอที อินเตอร์เนท</p>
<p>&#8212;- อัญชัน หรือ ถั่วผีเสื้อ ภาษาอังกฤษเรียก Butterfly pea เป็นพืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง ในดอกอัญชันมีสารแอนโทรไซยานิน (anthroyanin) ซึ่งมีคุณสมบัติเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในหลอดเล็กๆ ทำให้เลือดไปเลี้ยงราก ผมมากขึ้น  </p>
<p>ปัจจุบันพบว่า<strong>สารแอนโทรไซยานิน ที่มีอยู่มากในอัญชันมีประโยชน์มากต่อสุขภาพ เช่น ช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็น เพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นของตา</strong> มีการศึกษาวิจัยทางคลินิกเกี่ยวกับความสามารถของสารแอนโทรไซยานินในการเพิ่มประสิทธิภาพของตา เช่น ตาเสื่อมจากโรคเบาหวาน โรคต้อหิน โรคต้อกระจก เป็นต้น &#8212;-( คัดลอกจาก หนังสือข้อมูลสมุนไพร ในรายการผลิตของ สมุนไพรอภัยภูเบศร ปี 2550)</p>
<p>                อัญชันเป็นพืชตระกูลถั่วที่ปลูกง่าย ต้องการน้ำมากพอสมควร แดดถึง ไม่ต้องใช้สารเคมีอะไรก็งาม ดังนั้น หากเราปลูกอัญชัน เอาดอกมาทำอะไรได้มากมาย โดยไม่ต้องกลัวผลข้างเคียงจากสารเคมีในดอก</p>
<p>                ทำน้ำดอกอัญชันก็ง่ายแสนง่าย อย่างที่เล่าไปแล้ว ประโยชน์ก็มาก สำหรับคนที่ต้องใช้สายตาหน้าจอคอมพิวเตอร์ บำรุงสุขภาพตาให้แข็งแรง และหากอยากได้วิตามินเพิ่ม เราก็อาจฝานมะนาว บีบลงไปในน้ำดอกอัญชัน (น้ำอุ่นแล้ว วิตามินซีจะได้ไม่หาย) เป้นการเล่นสนุกกับน้ำอัญชันได้ด้วย เพราะน้ำสีฟ้าใสจะเปลี่ยนเป็นม่วงทันที กินไปสนุกดี นับ้ป็นเครื่องดื่มสมุนไพรบำรุงร่างกายและจิตใจที่ทำได้ง่าย ๆ และประโยชน์มากมาย</p>
<p>มีข้อแนะนำการดื่มน้ำสมุนไพรที่มีคนว่าไว้ จริงมากน้อยเพียงใด โปรดพิจารณาค่ะ  </p>
<p>1. ควรดื่มทันทีที่ปรุงเสร็จ เพื่อให้ได้คุณค่าทางอาหารและยา</p>
<p>2. การดื่มน้ำสมุนไพรชนิดเดียว ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ อาจทำให้เกิดการสะสมสารบางชนิด ที่มีฤทธิ์ต่อร่างกายได้ (เห็นด้วยแน่นอน)</p>
<p>3. การดื่มน้ำสมุนไพรร้อนๆ ที่มีอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียสขึ้นไปจะทำให้เยื่อบุผิวหลอดอาหาร เสียสภาพภูมิคุ้มกันเฉพาะที่และอาจทำให้มีการดูดซึม สารก่อมะเร็ง จุลินทรีย์ ฯลฯ ได้ง่าย (ไม่รู้ แต่ตัวเอง ไม่ชอบดื่มน้ำร้อนมาก ๆ ดังนั้นหากเรื่องนี้จริง ก็ปลอดภัยอยู่แล้ว)</p>
<p><a href="http://bloomingmind.files.wordpress.com/2010/11/dsc02895.jpg"><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-1068" title="DSC02895" src="http://bloomingmind.files.wordpress.com/2010/11/dsc02895.jpg?w=150&#038;h=112" alt="" width="150" height="112" /></a></p>
<p>หมายเหตุ &#8212; การปลูกอัญชันไม่ยากนะคะ แต่ถ้าใครไม่มีเนื้อที่ และมือร้อนจริง ๆ เพราะใจร้อน ก็สามารถหาดอกอัญชันตากแห้งที่มีขายในร้านค้าหลายแฟ่ง ที่รู้คือ ฟู้ดแลนด์ มาทำได้ค่ะ หรือใครที่มีดอกอัญช้น ก็ไม่ต้องปล่อยให้ดอกเหี่ยวเฉาคาเถา เก็บดอกเสียก่อน แล้วตากไห้แห้งสัก 2 วัน กลางแดดนะคะ แล้วเก็บให้ดี ไม่ชื้น สามารถใช้ดื่มได้ อีก 6 เดือน โดยประมาณค่ะ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bloomingmind.wordpress.com/1061/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bloomingmind.wordpress.com/1061/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bloomingmind.wordpress.com/1061/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bloomingmind.wordpress.com/1061/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bloomingmind.wordpress.com/1061/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bloomingmind.wordpress.com/1061/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bloomingmind.wordpress.com/1061/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bloomingmind.wordpress.com/1061/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bloomingmind.wordpress.com/1061/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bloomingmind.wordpress.com/1061/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bloomingmind.wordpress.com/1061/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bloomingmind.wordpress.com/1061/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bloomingmind.wordpress.com/1061/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bloomingmind.wordpress.com/1061/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bloomingmind.wordpress.com&amp;blog=5803179&amp;post=1061&amp;subd=bloomingmind&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bloomingmind.wordpress.com/2010/11/21/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/276743ce520cf88ecd71d68072403d12?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">bloomingmind</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bloomingmind.files.wordpress.com/2010/11/dsc02890.jpg?w=112" medium="image">
			<media:title type="html">DSC02890</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bloomingmind.files.wordpress.com/2010/11/dsc02895.jpg?w=150" medium="image">
			<media:title type="html">DSC02895</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ข่ายใยครอบครัว (2)</title>
		<link>http://bloomingmind.wordpress.com/2010/11/19/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7-2/</link>
		<comments>http://bloomingmind.wordpress.com/2010/11/19/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7-2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 19 Nov 2010 14:22:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bloomingmind</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blooming Articles]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bloomingmind.wordpress.com/?p=1056</guid>
		<description><![CDATA[เด็กคนหนึ่งวาดรูปแม่ ตัวเอง และบ้าน ลงบนกระดาษศิลปะ เธอทำสีหน้าเง้าและกล่าวประมาณว่า “ครอบครัวของหนูไม่เหมือนเพื่อน ไม่สมบูรณ์ หนูไม่มีพ่อ” บ้านที่ไม่มีพ่อ เป็นครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ จริงเสมอไปหรือไม่ องค์ประกอบของความเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ คือ พ่อ แม่ ลูก ที่อยู่ในบ้านอย่างนั้นหรือ ถ้าอย่างนั้น ครอบครัวของเราก็เล็กและจำกัดเสียเหลือเกิน และไม่สมบูรณ์จริง ๆ ด้วย พ่อ แม่ ลูก เป็นภาพมาตรฐานของครอบครัวสมัยใหม่ ยุคอุตสาหกรรม (เด็กในยุคเกษตรกรรม คงวาดภาพครอบครัวได้มากกว่านี้ ตั้งแต่ปู่ย่า ตายาย ป้า ลุง น้า ลูกพี่ลูกน้อง ฐาติ เพื่อนบ้าน เจ้าทุย เจ้านกเอี้ยง หรือพี่หุ่นไล่กา เป็นต้น) ภาพมาตรฐานทางสังคมของครอบครัวที่ดูคับแคบและจำกัด อาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกว่า ตัวเองแตกต่างแบบแปลกแยก มีปมด้อย เพราะภาพครอบครัวขาดวิ่น   บ้านเราไม่มีแม่ &#8230; บ้านเราไม่มีพ่อ &#8230;. บ้านเราไม่มีลูก &#8230;. เราไม่มีบ้าน ครอบครัวสมัยใหม่ที่ประกอบด้วย [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bloomingmind.wordpress.com&amp;blog=5803179&amp;post=1056&amp;subd=bloomingmind&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เด็กคนหนึ่งวาดรูปแม่ ตัวเอง และบ้าน ลงบนกระดาษศิลปะ เธอทำสีหน้าเง้าและกล่าวประมาณว่า <strong>“ครอบครัวของหนูไม่เหมือนเพื่อน ไม่สมบูรณ์ หนูไม่มีพ่อ”</strong></p>
<p>บ้านที่ไม่มีพ่อ เป็นครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ จริงเสมอไปหรือไม่</p>
<p><strong>องค์ประกอบของความเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ คือ พ่อ แม่ ลูก ที่อยู่ในบ้านอย่างนั้นหรือ</strong></p>
<p><strong>ถ้าอย่างนั้น ครอบครัวของเราก็เล็กและจำกัดเสียเหลือเกิน และไม่สมบูรณ์จริง ๆ ด้วย</strong></p>
<p>พ่อ แม่ ลูก เป็นภาพมาตรฐานของครอบครัวสมัยใหม่ ยุคอุตสาหกรรม (เด็กในยุคเกษตรกรรม คงวาดภาพครอบครัวได้มากกว่านี้ ตั้งแต่ปู่ย่า ตายาย ป้า ลุง น้า ลูกพี่ลูกน้อง ฐาติ เพื่อนบ้าน เจ้าทุย เจ้านกเอี้ยง หรือพี่หุ่นไล่กา เป็นต้น)</p>
<p>ภาพมาตรฐานทางสังคมของครอบครัวที่ดูคับแคบและจำกัด อาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกว่า ตัวเองแตกต่างแบบแปลกแยก มีปมด้อย เพราะภาพครอบครัวขาดวิ่น  </p>
<p>บ้านเราไม่มีแม่ &#8230; บ้านเราไม่มีพ่อ &#8230;. บ้านเราไม่มีลูก &#8230;. เราไม่มีบ้าน</p>
<p>ครอบครัวสมัยใหม่ที่ประกอบด้วย หน่วยเล็กจิ๋ว พ่อ แม่ ลูก และไม่ค่อยสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน (เพราะต่างคนต่างอยู่) และบรรยากาศในองค์กรของระบบทุนนิยมเน้นผลผลิตผู้คน ไม่เอื้อให้เอาเด็กไปเลี้ยงที่ทำงาน ไม่เหมือนสังคมเกาตรกรรมที่ผู้หญิงผูกผ้ากระเตงลูกไปทำนา ทำไร่ด้วยได้</p>
<p>เราจะอยู่อย่างไรในภาวะแบบนี้ ครอบครัวเล็กมีราคาต้องจ่ายแสนแพง</p>
<p>เมื่อเป็นอย่างนี้ ครอบครัวเล็ก ๆ นี้ ต้องดิ้นรน ทำไงล่ะ ทุกคนต้องทำงานหาเงิน จึงต้องเสาะแสวงหาคนเลี้ยงลูกตัวน้อย วัยสามเดือน หรืออาจจะอ่อนกว่านั้น</p>
<p>เด็กถูกส่งไปโรงงาน &#8212; เนอร์สเซอรี่&#8212; ไปเลี้ยงรวมกับเด็กอื่น ๆ ชะตากรรมของเด็ก ๆ เหล่านั้นเป็นเช่นไร เลี้ยงรวมเหมือนสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าอย่างไรอย่างนั้นเลย</p>
<p>ทำอย่างไรได้ ทางออกมีเพียงนี้จริง ๆ</p>
<p>เราจึงเกิดคำถาม เด็กคนนี้และคนอื่น ๆ ในชะตากรรมเดียวกัน เป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัวของเราด้วยหรือไม่ เราจะช่วยดูแลเด็ก ๆ กันอย่างไร&#8230;.</p>
<p>เมื่อก่อน เรื่องนี้ไม่เป็นปัญหา เพราะครอบครัวอยู่กันหลายรุ่น 3-4 รุ่น ทวด ปู่ย่าตายาย ลุงป้า และมากมาย แต่เดี๋ยวนี้เหลือ คน 2 รุ่น</p>
<p>เรื่องวุ่นวายไม่จบเท่านี้ เรามีเรื่องการหย่าร้างเข้ามาอีก ทำให้ หลายครอบครัว เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว แม่เลี้ยงเดี่ยว ครอบครัวหดลงไปอีก เกิดปัญหาหลายอย่าง เพราะคนจำนวนน้อย ต้องแบกรับความรับผิดชอบในชีวิตใหม่อย่างใหญ่หลวง</p>
<p><strong>สังคมเป็นปัจเจกนิยมมากขึ้น ครอบครัวของเราหดเล็กลงเรื่อย ๆ ซึ่งค้านกับความเป็นจริงของธรรมชาติและธรรมชาติความเป็นมนุษย์ของเราเอง </strong></p>
<p>มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เราต้องอยู่ร่วมกัน อยู่เป็นหมู่เพื่อความอยู่รอด ทั้งทางกาย จิตใจ สติปัญญา และความรอดทางจิตวิญญาณ</p>
<p><strong>อะไรคือความหมายของครอบครัว และครอบครัวที่สมบูรณ์มีหรือไม่ เป็นอย่างไร</strong></p>
<p>ค<strong>รอบครัวที่สมบูรณ์ น่าจะหมายถึงครอบครัวที่รู้สึกอิ่ม &#8230;  อิ่มในความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน</strong> ไม่ว่า จำนวนสมาชิกจะมีเท่าไร และเป็นใคร สัมพันธ์ทางสายเลือด หรือสายใจ</p>
<p>ครอบครัวสมัยนี้ เราจะเห็นความหลากหลาย งดงามมากขึ้น เป็นต้นว่า</p>
<p>เรามีครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว พ่อเลี้ยงเดี่ยว</p>
<p>ครอบครัวพ่อเลี้ยงคู่กัน และครอบครัวแม่เลี้ยงคู่กัน</p>
<p>ครอบครัวขยายที่เต็มไปด้วยญาติ และญาติดพื่อน หรือ เพื่อนญาติ หรือยังนับรวมไปถึง หมา สุนัข แมว ที่นับวันก็จะกลายสภาพความเป็นอยู่เหมือนคนไปทุกที</p>
<p>สารคดีข่าวในอเมริกาล่าสุด สัมภาษณ์เด็ก ๆ ที่มีพ่อ และพ่อ และเด็ก ที่ มีแม่กับแม่ คือ คู่ที่รักเพศเดียวกันนั่นเอง เด็ก ๆ เหล่านี้กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกแปลกประหลาดอะไร ไม่ได้รู้สึกว่า พ่อ ๆ แม่ ๆ ของตนไม่ดี แปลก เพราะว่า ทั้งพ่อ ๆ แม่ ๆ ให้ความรัก ความอบอุ่น การดูแล เอาใจใส่อย่างดีมาก และไม่ได้รู้สึกว่า ตนจะต้องเป็นหรือไม่เป็นแบบพ่อหรือแม่ (รักเพศเดียวกัน) เพราะ <strong>“พ่อเลี้ยงหนูให้เป็นคนทีดีและมีความสุข”</strong></p>
<p><strong>ไม่สำคัญว่า ครอบครัวของเราจะมีลักษณะอย่างไร สิ่งสำคัญคือหัวใจของคนทุกคนที่หลอมรวมความรู้สึกเป็นครอบครัวเข้าด้วยกัน</strong></p>
<p><strong>เราอิ่มกับความสัมพันธ์ในครอบครัวหรือยัง ถ้ายังเราจะช่วยกันเติมเต็มความรู้สึกกันได้อย่างไร </strong></p>
<p>บางทีเราอาจจะเห็นว่า ภาพครอบครัวที่ดูไม่ครบคน แท้จริงแล้วเต็มบริบูรณ์ด้วยความรู้สึก   </p>
<p> <strong>ข่ายใยครอบครัว คือ ธรรมชาติชีวิตของมนุษย์ </strong></p>
<p><strong> </strong>ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล มนุษย์ทุกคนถือกำเนิดมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน คือ อดัม และอีวา (อีฟ) ซึ่งพระเจ้าสร้างขึ้น และศาสนายิว คริสต์และอิสลามเป็นศาสนาพี่น้องกัน คือ สืบสายมาจากบรรพบุรุษ คือ อับราฮัมเหมือนกัน เพียงแต่ต่างมารดา ซึ่งเรื่องราวค่อนข้างซับซ้อน(ซึ่งจะไม่ขอกล่าวถึงในที่นี้)</p>
<p>ดังนั้น <strong>เราทั้งปวงต่างมาจากตระกูลเดียวกัน และเป็นพี่น้องกัน </strong></p>
<p>ชาวคริสต์และอิสลามที่ดี มองทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน โดยเฉพาะมุสลิม ใครทำร้ายชาวมุสลิม ชาวมุสลิมอื่น ๆทั่วโลกต้องช่วยกัน (นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่พวกหัวรุนแรงมักใช้ ขยายความรุนแรงทางศาสนาให้กระจายไป)</p>
<p>ศาสนาและความเชื่อทางตะวันออกเห็นสิ่งต่าง ๆ วนเวียนเป็นวงกลม หาจุดเริ่มและจบที่ใดที่หนึ่งไม่ได้ชัด ๆ  อย่างสัญลักษณ์ กงล้อแห่งธรรม หยิน-หยางของเต๋า หรือแม้แต่ความคิดไตรภาคของฮินดู แบบสร้าง-รักษา-ทำลาย วนเวียนกันไป</p>
<p>และในวงกลมนี้เอง ทุกสรรพสิ่งและชีวิตเชื่อมโยงกันทั้งหมด และน่าจะในความหมายความเป็นครอบครัวเดียวกันด้วย</p>
<p><strong>พระพุทธองค์เคยตรัสว่า “ไม่มีใครเลยในโลกนี้ ที่ไม่เคยเป็น พ่อ แม่ ญาติ เพื่อน คนรัก &#8230; ของเรามาก่อนในภพชาติอันหาประมาณไม่ได้”</strong></p>
<p>ในภาพยนตร์ ๗ ปีในทิเบต เราจะเห็นภาพคนทิเบตช้อนไส้เดือนดินขึ้นมาจากที่ที่วางแผนก่อสร้างเป็นโรงภาพยนตร์ ตามพระบัญชาขององค์ทาไลลามะ <strong>“ไส้เดือนนี้ อาจเป็นแม่ของเราในอดีตชาติ เราไม่อาจทำร้ายแม่ได้”</strong></p>
<p>ความคิดเช่นเดียวกันนี้มีปรากฏอยู่ในบันทึกของหมอบรัดเล่ย์ เหมือนกัน (หากจำไม่ผิด) ที่เห็นคนไทยมาทำสวนที่บ้าน แล้วไม่ยอมขุดดิน เพราะมีไส้เดือน  </p>
<p>บรรดาชนเผ่าต่าง ๆ ในโลกหลายแห่ง ก็มีความเชื่อว่า สรรพสิ่งทั้งหลายเป็นญาติกัน ภูเขา ท้องน้ำ ต้นไม้ สัตว์ต่าง ๆ มีจิตวิญญาณที่ส่งต่อ ถ่ายทอดถึงกันได้</p>
<p>ครูอินเดียนแดงของเราบอกว่า สายน้ำเป็นย่าของเรา แม้การต้องเอาชีวิตสัตว์มาเป็นอาหาร พวกเขาก็ให้ความเคารพ และบอกว่า ขอให้ญาติมาเป็นหนึ่งเดียวกับเขา และเขาตระหนักทุกครั้งที่ทำการใด ๆ</p>
<p><strong>สำหรับอินเดียนแดง บุคคลคนหนึ่ง ไม่ใช่ตัวตนของเขาแท้ ๆ เพียว ๆ แต่หลอมรวมเอาตัวตนของต้นไม้ สายลม แม่น้ำ และสัตว์อยู่ภายในด้วย เรียกได้ว่า ทั้งครอบครัวอยู่ในเรา</strong></p>
<p>แม้ในโลกสมัยใหม่ ความเจริญทางวิทยาศาสตร์ก็ดูเหมือนจะให้ข้อคิดเห็นไม่ต่างจากความเชื่อทางศาสนานัก</p>
<p>ล่าสุด สารคดีทางทีวีไทยจากต่างประเทศเรื่องหนึ่ง ชี้ให้เห็นความพยายามของวิทยาศาสตร์พันธุกรรม ที่พยายามถอดรหัสความเชื่อมโยงของมนุษย์ทั้งโลก ว่ามาจากต้นกำเนิดเดียวกันหรือไม่ อย่างไร (คือชาวตะวันตกก็คงยังมีกระบวนคิดแบบอดัม อีฟ และการกำเนิดโลก คือ สิ่งต่าง ๆ มีจุดเริ่มต้นที่จุดใดจุดหนึ่ง แล้วเติบโตขยายออกไป) และนักวิทยาศาตร์ก็บอกว่า คนจำนวนมากในโลกสืบสายมาจากต้นตระกูลเดียวกัน</p>
<p>ความเป็นครอบครัวที่แท้จริง น่าจะมาจากความรู้สึกผูกพัน เห็นกันและกันในข่ายใขครอบครัว</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.</p>
<p>หากเรารักและเห็นคนทุกคน สรรพสิ่ง ธรรมชาติ สัตว์ เป็นเพื่อนเกิด-แก่-เจ็บ-ตาย  อย่างพระพุทธองค์ตรัสสอน</p>
<p>เห็นเป็นญาติ อย่างพี่น้องชนเผ่าที่เห็นป่าไม้ ทะเล ท้องฟ้าเป็นฐาติและบรรพบุรุษ</p>
<p>เห็นทุกคนเป็นพี่น้องกันอย่างชาวยิว คริสต์ และมุสลิม</p>
<p>เห็นความคล้ายคลึงกันของดีเอ็นเอในตัวเรากับอีกหลายพันล้านคนทั่วโลก อย่างที่วิทยาศาสตร์พันธุกรรมกำลังพิสูจน์</p>
<p><strong>หากเราขยายข่ายวงครอบครัวของเราออกไป โลกของเราจะเป็นอย่างไร </strong>เราจะดูแลครอบครัว พี่น้อง ของเราอย่างไร</p>
<p><strong>แม่ชีเทเรซา พูดถูกแล้ว ปัญหาในโลกนี้ มาจากการที่เราวาดวงกลมครอบครัวของเราเล็กเกินไป </strong></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bloomingmind.wordpress.com/1056/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bloomingmind.wordpress.com/1056/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bloomingmind.wordpress.com/1056/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bloomingmind.wordpress.com/1056/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bloomingmind.wordpress.com/1056/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bloomingmind.wordpress.com/1056/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bloomingmind.wordpress.com/1056/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bloomingmind.wordpress.com/1056/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bloomingmind.wordpress.com/1056/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bloomingmind.wordpress.com/1056/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bloomingmind.wordpress.com/1056/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bloomingmind.wordpress.com/1056/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bloomingmind.wordpress.com/1056/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bloomingmind.wordpress.com/1056/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bloomingmind.wordpress.com&amp;blog=5803179&amp;post=1056&amp;subd=bloomingmind&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bloomingmind.wordpress.com/2010/11/19/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/276743ce520cf88ecd71d68072403d12?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">bloomingmind</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ขยายข่ายใยครอบครัว (1)</title>
		<link>http://bloomingmind.wordpress.com/2010/11/17/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7-1/</link>
		<comments>http://bloomingmind.wordpress.com/2010/11/17/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7-1/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Nov 2010 09:32:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bloomingmind</dc:creator>
				<category><![CDATA[Daily blooming]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bloomingmind.wordpress.com/?p=1049</guid>
		<description><![CDATA[ &#8221;The problem of the world is that we draw our circle of  family too small&#8221; เป็นคำกล่าวของแม่ชี เทเรซา ที่เรารู้สึกกระทบใจอย่างมาก อยากครุ่นคิดต่อให้ลึกซึ้ง เพื่อเข้าใจความหมายที่นักบุญหญิงท่านนี้ต้องการจะสื่อบอกเรา ครอบครัวของเราใหญ่แค่ไหน วงกลมของข่ายใยครอบครัวของเรามีรัศมี เส้นผ่าศูนย์กลางเท่าไร ใครและอะไรบ้างที่เรารู้สึกว่า คือ ครอบครัวของเรา และหากเรารู้สึกว่า ใครหรือสิ่งใดเป็นครอบครัว ท่าที วิธีที่เราสัมพันธ์กับครอบครัวจะเป็นเช่นไร เมื่อเอ่ยถึงครอบครัว ภาพแรก ๆ ที่เข้ามาในใจ คือ ภาพบ้าน และคนในบ้านที่เราอยู่ด้วยปัจจุบันนี้ และคนที่เราอยู่ด้วยตั้งแต่สมัยเด็ก รวมถึงญาติพี่น้องที่พบเจอกันเป็นครั้งคราวเวลามีงานบุญ งานสังสรรค์ที่เครือญาติน่าจะมาประชุมกัน อย่าง งานแต่งงาน งานศพ เป็นต้น เราเกิดและเติบโตในครอบครัวขยาย ผู้คนเต็มบ้าน ตั้งแต่คุณทวด (ซึ่งมาบ้านเป็นบางครั้ง) ถึงตัวเรา เท่านั้นยังไม่พอ เรายังมีครอบครัวที่เป็นเพื่อนกับคุณยาย และชุมชนที่เราอยู่ เวลาที่ครอบครัวของเราขยายกว้างไกลกว่าตัวบ้าน เราจะรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย สมัยเด็ก [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bloomingmind.wordpress.com&amp;blog=5803179&amp;post=1049&amp;subd=bloomingmind&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong> &#8221;The problem of the world is that we draw our circle of  family too small&#8221;</strong> เป็นคำกล่าวของแม่ชี เทเรซา ที่เรารู้สึกกระทบใจอย่างมาก อยากครุ่นคิดต่อให้ลึกซึ้ง เพื่อเข้าใจความหมายที่นักบุญหญิงท่านนี้ต้องการจะสื่อบอกเรา</p>
<p>ครอบครัวของเราใหญ่แค่ไหน วงกลมของข่ายใยครอบครัวของเรามีรัศมี เส้นผ่าศูนย์กลางเท่าไร</p>
<p>ใครและอะไรบ้างที่เรารู้สึกว่า คือ ครอบครัวของเรา</p>
<p><strong>และหากเรารู้สึกว่า ใครหรือสิ่งใดเป็นครอบครัว ท่าที วิธีที่เราสัมพันธ์กับครอบครัวจะเป็นเช่นไร</strong></p>
<p>เมื่อเอ่ยถึงครอบครัว ภาพแรก ๆ ที่เข้ามาในใจ คือ ภาพบ้าน และคนในบ้านที่เราอยู่ด้วยปัจจุบันนี้ และคนที่เราอยู่ด้วยตั้งแต่สมัยเด็ก รวมถึงญาติพี่น้องที่พบเจอกันเป็นครั้งคราวเวลามีงานบุญ งานสังสรรค์ที่เครือญาติน่าจะมาประชุมกัน อย่าง งานแต่งงาน งานศพ เป็นต้น</p>
<p>เราเกิดและเติบโตในครอบครัวขยาย ผู้คนเต็มบ้าน ตั้งแต่คุณทวด (ซึ่งมาบ้านเป็นบางครั้ง) ถึงตัวเรา เท่านั้นยังไม่พอ เรายังมีครอบครัวที่เป็นเพื่อนกับคุณยาย และชุมชนที่เราอยู่</p>
<p><strong>เวลาที่ครอบครัวของเราขยายกว้างไกลกว่าตัวบ้าน เราจะรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย</strong> สมัยเด็ก ๆ เราจึงสามารถเดินไปไหนมาไหนในชุมชนย่านซอยสวนพลูได้โดยไม่ต้องห่วงกังวล เพราะ<strong>ไม่ว่าเราจะเดินไปไหน สายตาของญาติก็อยู่ที่นั่น</strong> ไม่ว่า จะเป็น อาม่าร้านขนมที่เราชอบไปซื้อของกิน อาแป๊ะขายข้าว คุณยายขายขนมที่ตลาด ลุงตำรวจจราจร พี่ที่เรียนเทคโนฯ ในย่านนั้น เป็นต้น</p>
<p><strong>เราจึงเป็นเด็กอนุบาลที่มีอิสระมาก เดินไปไหนมาไหนได้ เที่ยวสนุกเข้าออกร้านโน้น ร้านนี้ บ้านคนโน้นคนนี้ได้</strong></p>
<p>ที่โรงเรียน และมหาวิทยาลัย ก็เป็นที่ที่เราสร้างครอบครัวของเราได้ เพื่อน ๆ ครู ก็เป็นครอบครัวของเราได้ และครอบครัวดูแลกันและกัน</p>
<p>ล่าสุด มีเรื่องที่เราประทับใจนมิตรภาพมาก ๆ เมื่อเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยคนหนึ่งประสบปัญหาชีวิต ทั้งเรื่องครอบครัว และสุขภาพ</p>
<p>เพื่อน ๆ หลายคนส่งกำลังใจให้ผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ หลายคนไปหาให้กำลังใจก่อนการผ่าตัดสำคัญ และเราลงใจกันว่า <strong>จะตั้งมูลนิธิของรุ่นเรา เพื่อดูแลกันและกันในเวลาที่ใครในพวกเราเผชิญความยากลำบากในชีวิต</strong> และรวมไปถึงการให้ความช่วยเหลือดูแลลูกและครอบครัวของเพื่อน ๆ กันด้วย</p>
<p> <strong>มิตรภาพและความงามในหัวใจมนุษย์ ทำให้เรารู้สึกปีติ อิ่มใจ</strong></p>
<p>เรื่องในทำนองเดียวกันเกิดขึ้นในที่ทำงานด้วย เพื่อนร่วมงานก็เป็นครอบครัวของเราเช่นกัน เราอยู่ด้วยกัน วันละ ๘ ชั่วโมง หากเราไม่เป็นครอบครัวกันแล้ว ก็จะทุกข์มากทีเดียว</p>
<p>น่าดีใจที่ตัวเราเอง ได้ทำงานและมีเพื่อน (ครอบครัว) ที่งดงามมาตลอด ๑๐ ปีที่ทำงานที่ Outlook, The Bangkok Post ครอบครัวของเราที่นี่ น่ารักทุกคน ดูแลหัวใจและชีวิตกันและกัน มากบ้างน้อยบ้าง แต่ทุกคนมีหัวใจดี ๆ ให้กัน</p>
<p><strong>ที่นี่ เราได้พบน้องสาว พี่สาว ร่วมจิตวิญญาณ เราอาจไม่ได้เกิดจากพ่อแม่เดียวกัน แต่ความรู้สึกที่เราให้กันลึกซึ้งเหมือนมาจากต้นธารชีวิตและใจเดียวกัน และที่นี่ เราก็มีเพื่อนชายที่น่ารัก น่าขบขัน ทำให้เราหัวเราะได้ตลอดเวลา เรามีเพื่อน พี่ น้อง มากมาย</strong></p>
<p>แม้เราจะออกมาจากที่ทำงานประจำ เราก็ได้มีโอกาสสานสัมพันธ์กับเพื่อนต่างที่ทำงาน ที่มีโอกาสร่วมงานกันเป็นครั้งคราว ทำกิจกรรมเป็นครั้ง ๆ</p>
<p><strong>ความเป็นครอบครัวไม่จำเป็นต้องอาศัยเวลาในการบ่มเพาะ สิ่งสำคัญคือ หัวใจ ความจริงใจ ความรักและปรารถนาดีต่อกัน ความเข้าใจกัน เพียงเท่านี้ เราก็ผูกพันกันเป็นครอบครัวได้</strong></p>
<p>หลายคนที่เราพบและสัมพันธ์สั้น ๆ แต่เป็นความสัมพันธ์ที่ดี ทำให้เราเชื่อมโยงชีวิต จิตใจ และการงานกันได้ ในเวลาที่จำเป็น เ<strong>รื่องราวชีวิตและความสัมพันธ์มักหมุนเป็นวงกลม คนที่เราพบเราจะได้พบกันอีก ต่างเวลา สถานการณ์ สถานที่ ไม่มีใครหายไปจากชีวิตเรา</strong></p>
<p>หากเราใส่ใจที่จะสัมพันธ์กับผู้คนด้วยความรัก ความจริงใจ ไม่ว่า เราจะพบเขาคนนั้น สั้น ๆ เผิน ๆ สักวันหนึ่ง เราจะกลับมาพบกัน และสานต่อความสัมพันธ์ที่ดี ช่วยเหลือเกื้อกูลกันดี ๆ</p>
<p>บางคน ไม่ใส่ใจกับคนที่พบ คิดสั้น ๆ ว่า พบกันเผิน ๆ แล้วกระทำการบางอย่างที่ไม่ยี่หระต่ออีกคน คือ พูดหรือทำไม่ดีด้วย &#8212; โลกมันกลม สักวัน เราจะได้เจอกันต่างกรรมและวาระ และเมื่อวันนั้นมาถึง เงาของสิ่งที่เราละเลยไป จะกลับมาหลอนเรา</p>
<p><strong>ดังนั้น เราจึงคิดว่า ไม่ว่าจะพบใคร สั้นยาว เราต้องรักษาความสัมพันธ์ความรู้สึกที่ดีต่อกันไว้ให้ดีที่สุด เท่าที่สามารถทำได้ ด้วยความปรารถนาดี และจริงใจ เคารพในผู้อื่น</strong></p>
<p>&#8230;&#8230;.</p>
<p><strong>นับวัน ครอบครัวของเราก็ขยายไปตามวงปีชีวิต</strong></p>
<p>ครอบครัวของเรายังหมายถึง ธรรมชาติ ดิน น้ำ ต้นไม้ สัตว์ สายลม จิตวิญญาณต่าง ๆ ที่เราไม่เห็น</p>
<p>เมื่อใจเราโอบหลายสิ่งไว้ในอ้อมกอด เราจะมีความสุข รู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย ไม่เหงา เพราะเรามีญาติ ครอบครัวอยู่ทุกหนทุกแห่ง</p>
<p>เรามีคุณทวดต้นไม้ให้ร่มเงา ความสดชื่น</p>
<p>เรามีแม่ธรณีประคองเราในทุกฝีก้าว &#8212; รู้สึกอบอุ่นไหม</p>
<p>เรามีสายลมเป็นเพื่อนเวลาทุกข์ เขาพัดมาให้เรารู้สึกเย็นใจ</p>
<p>ทุกวัน เราขยายข่ายใยครอบครัวของเราให้กว้างขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเราจะไม่มีวันโดดเดี่ยวอีกต่อไป</p>
<p><strong>คำถามสำคัญต่อไป ที่น่าครุ่นคิด คือ ทุกวัน เราดูแลครอบครัวของเราอย่างไร </strong></p>
<p>เราดูแลครอบครัวทางสายเลือด ดูแลครอบครัวที่โรงเรียน สถานที่ทำงาน ครอบครัวในท้องถนน ตลาด ในสังคม ครอบครัวของเราในธรรมชาติ ครอบครัวที่เรามองไม่เห็น (แต่สัมผัสรับรู้ได้ว่าอยู่ตรงนั้น&#8230; กึ๋ย)</p>
<p><strong>เราจะดูแลครอบครัวของเราอย่างไร &#8230; เมื่อรู้แล้ว ลงมือ ลงใจ ลงคำพูด ที่รักษาครอบครัวของเรานะค่ะ </strong></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bloomingmind.wordpress.com/1049/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bloomingmind.wordpress.com/1049/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bloomingmind.wordpress.com/1049/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bloomingmind.wordpress.com/1049/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bloomingmind.wordpress.com/1049/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bloomingmind.wordpress.com/1049/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bloomingmind.wordpress.com/1049/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bloomingmind.wordpress.com/1049/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bloomingmind.wordpress.com/1049/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bloomingmind.wordpress.com/1049/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bloomingmind.wordpress.com/1049/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bloomingmind.wordpress.com/1049/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bloomingmind.wordpress.com/1049/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bloomingmind.wordpress.com/1049/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bloomingmind.wordpress.com&amp;blog=5803179&amp;post=1049&amp;subd=bloomingmind&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bloomingmind.wordpress.com/2010/11/17/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7-1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/276743ce520cf88ecd71d68072403d12?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">bloomingmind</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ครูที่ดีเป็นไงครับ?</title>
		<link>http://bloomingmind.wordpress.com/2010/11/13/1044/</link>
		<comments>http://bloomingmind.wordpress.com/2010/11/13/1044/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Nov 2010 14:45:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bloomingmind</dc:creator>
				<category><![CDATA[Daily blooming]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bloomingmind.wordpress.com/?p=1044</guid>
		<description><![CDATA[“พี่อุ๊ครับ ครูที่ดีมีคุณสมบัติอย่างไรครับ” เด็กชายคนหนึ่งส่งข้อความเข้ามาในช่วง “ธรรม ธรรมดา” ของรายการ คลื่นลูกใหม่ ทาง Cool FM 93.0 เป็นคำถามที่ดีมากจริง ๆ ความคิดแรกที่เข้ามาในหัวเรา “เด็กคนนี้เจออะไรมาหรือเหรอ ครูทำอะไรไม่ดีด้วยหรือเปล่า จึงถามหาความเป็นครูที่ดี” “หากเขามีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับครู การที่ตั้งคำถามนี้ แสดงให้เห็นว่า เด็กคนนี้ช่างคิดทีเดียว ไม่ด่วนสรุปความคิดความเห็น ความรู้สึก แต่ตั้งคำถามและถามเพื่อสืบค้นคำตอบ” เรารู้สึกทันทีว่า ต้องตอบคำถามนี้ด้วยความรับผิดชอบสูงสุด “ไม่งั้น เด็กอาจรู้สึกไม่ดีกับครูที่กำลังสอนอยู่ก็ได้ จะเป็นปัญหาทั้งกับเด็กและครู” ระหว่างครุ่นคิดว่าเราเห็นในเรื่องนี้อย่างไร อีกความคิดก็แวะเข้ามา “เอ หรือนี่เป็นคำถามการบ้าน ที่เด็กใช้เราหาคำตอบไปส่งครูนะ” แล้วเราก็หัวเราะกลิ้งกับความคิดใหม่ที่ผ่านเข้ามา&#8230; ชอบที่เห็นหลายมุมความคิดภายในตัวเอง ไม่ว่าจะคิดแง่ไหน เราเลือกที่จะคิดแง่บวกอยู่ดีแหละ แต่รู้สึกฮาดีที่มีมารกระซิบอยู่ข้าง ๆ ฮ่าๆๆๆ เวลาที่มีคำถามดี ๆ แบบนี้ เรามักเงียบเพื่อให้คำตอบปรากฏขึ้นเอง (ขี้เกียจคิด ปวดหัว) “คำตอบ” ไม่ได้หมายความว่า เป็นความรู้ถูกต้องสมบูรณ์ แต่เป็นเสียงสะท้อนจากคำถามก็เท่านั้น เราเงียบสักครู่ แล้วภาพพระพุทธองค์ก็ปรากฏขึ้นในใจ “ใช่ พระพุทธเจ้าเป็นบรมครู” [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bloomingmind.wordpress.com&amp;blog=5803179&amp;post=1044&amp;subd=bloomingmind&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“พี่อุ๊ครับ ครูที่ดีมีคุณสมบัติอย่างไรครับ” </strong>เด็กชายคนหนึ่งส่งข้อความเข้ามาในช่วง “ธรรม ธรรมดา” ของรายการ คลื่นลูกใหม่ ทาง Cool FM 93.0</p>
<p>เป็นคำถามที่ดีมากจริง ๆ ความคิดแรกที่เข้ามาในหัวเรา “เด็กคนนี้เจออะไรมาหรือเหรอ ครูทำอะไรไม่ดีด้วยหรือเปล่า จึงถามหาความเป็นครูที่ดี”</p>
<p>“หากเขามีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับครู การที่ตั้งคำถามนี้ แสดงให้เห็นว่า <strong>เด็กคนนี้ช่างคิดทีเดียว ไม่ด่วนสรุปความคิดความเห็น ความรู้สึก แต่ตั้งคำถามและถามเพื่อสืบค้นคำตอบ</strong>”</p>
<p>เรารู้สึกทันทีว่า ต้องตอบคำถามนี้ด้วยความรับผิดชอบสูงสุด “ไม่งั้น เด็กอาจรู้สึกไม่ดีกับครูที่กำลังสอนอยู่ก็ได้ จะเป็นปัญหาทั้งกับเด็กและครู”</p>
<p>ระหว่างครุ่นคิดว่าเราเห็นในเรื่องนี้อย่างไร อีกความคิดก็แวะเข้ามา “เอ หรือนี่เป็นคำถามการบ้าน ที่เด็กใช้เราหาคำตอบไปส่งครูนะ” แล้วเราก็หัวเราะกลิ้งกับความคิดใหม่ที่ผ่านเข้ามา&#8230; ชอบที่เห็นหลายมุมความคิดภายในตัวเอง</p>
<p>ไม่ว่าจะคิดแง่ไหน เราเลือกที่จะคิดแง่บวกอยู่ดีแหละ แต่รู้สึกฮาดีที่มีมารกระซิบอยู่ข้าง ๆ ฮ่าๆๆๆ</p>
<p>เวลาที่มีคำถามดี ๆ แบบนี้ เรามักเงียบเพื่อให้คำตอบปรากฏขึ้นเอง (ขี้เกียจคิด ปวดหัว)</p>
<p><strong>“คำตอบ” ไม่ได้หมายความว่า เป็นความรู้ถูกต้องสมบูรณ์ แต่เป็นเสียงสะท้อนจากคำถามก็เท่านั้น</strong></p>
<p>เราเงียบสักครู่ แล้วภาพพระพุทธองค์ก็ปรากฏขึ้นในใจ “ใช่ พระพุทธเจ้าเป็นบรมครู” เราน่า<strong>จะเรียนรู้คุณสมบัติความเป็นครูที่ดีจากพระองค์ได้ ท่านเป็นอย่างไร และท่านทำอย่างไร ทำไมเราจึ่งรู้สึกว่า ท่านเป็นพระบรมครูของเรา</strong></p>
<p>เงียบต่อ แล้วเสียงบางอย่างก็สะท้อนขึ้นมา <strong>“เมตตากรุณาและปัญญา”</strong></p>
<p><strong>เมตตากรุณา</strong> &#8212; ในคราวที่ท่านตรัสรู้แล้ว ท่านรำพึงอยู่ลำพังว่า ธรรมที่ท่านเข้าถึงนั้น ยากและลึกซึ้งยิ่งนัก มนุษย์จะเรียนรู้ตามได้หรือไม่ แล้วพระองค์ก็ตัดสินใจว่า จะสอน ประกาศธรรมไป เผื่อว่ามีคนที่ใจพร้อมรับธรรมะ และพ้นทุกข์จากสังสารวัฏได้</p>
<p>๔๕ ปี หลังการตรัสรู้ธรรมของพระองค์ ไม่มีวันไหนที่ท่านไม่ประกาศธรรม หรือโปรดสัตว์ ท่านไม่มีลาพักร้อน ไม่เลือกผู้คนที่จะโปรด ผู้ที่ท่านโปรดมีตั้งแต่กษัตริย์ พราหมณ์ (นักปราชญ์ ปัญญาชน) นายพราน โจร นางคณิกา (ผู้ให้ความสำราญทางโลกีย์) เศรษฐี เด็ก ยาจก จัณฑาล หรือแม้ เทวดา พรหม ท่านก็ให้เวลาแสดงธรรม พระมหากรุณาธิคุณนั้นประมาณไม่ได้</p>
<p><strong>หัวใจความเป็นครูที่ดี จึงน่าจะอยู่ที่ความเมตตากรุณาต่อศิษย์ อยากให้ศิษย์ได้ดี พ้นทุกข์ และยินดีเมื่อศิษย์เป็นสุขพ้นทุกข์ และเป็นความกรุณาที่เท่าเทียมให้ทุกคนที่เป็นศิษย์</strong></p>
<p>ท่านไม่ได้หวังปรารถนาลาภ ยศ สรรเสริญ ไม่ต้องการให้ศิษย์เอาใจ เอาทรัพย์สมบัติอะไรมาให้ ไม่ต้องการคำชม ไม่ต้องการอะไรเลย เพราะท่านได้มากกว่าสิ่งใด ๆ ทั้งปวง ท่านอิ่มเหลือเกินแล้ว สิ่งที่ท่านทำเพื่อศิษย์โดยแท้</p>
<p>ในยามที่ศิษย์ทำไม่ดี ท่านก็ตักเตือน ให้โอกาสเสมอ และหากใครเตือนกันไม่ได้แล้ว ท่านก็ปล่อยไป (อย่างพระเทวทัต) ท่านไม่คิดแค้นศิษย์ที่ทำร้าย หรือบริภาษท่าน</p>
<p><strong>ปัญญา </strong>&#8212; พระพุทธองค์ทรงมีพระปัญญาสว่างไสว รู้แจ้งในเรื่องราวที่ท่านจะเทศน์ สาธยายธรรมให้ศิษย์เข้าใจได้ตามภูมิธรรมและพื้นจริตนิสัยของศิษย์แต่ละคน</p>
<p>ในแง่นี้ <strong>ครูที่ดี จึงควรมีความรู้ในเรื่องที่จะสอนศิษย์ และมีวิธีการอธิบาย แจกแจงให้ศิษย์เข้าใจได้ ตามฐานะของแต่ละคน</strong></p>
<p>ศิษย์แต่ละคนความรู้ไม่เท่ากัน พื้นเพ อุปนิสัยก็ต่างกัน พระพุทธองค์ทรงใช้ต่างวิธีการในการแสดงสอนกับศิษย์ การที่พระองค์ทำอย่างนี้ได้ เพราะท่านทรงรู้จักศิษย์ อ่านศิษย์ออก ว่า คนนี้ต้องใช้วิธีการนี้ อีกคนต้องอีกวิธีการหนึ่ง คนนี้ต้องบอกตอนนี้เลย อีกคน ทอดเวลาออกไปอีกหน่อย ให้จิตพร้อมเปิดรับธรรม แล้วจึงจะสอน บางคนท่านใช้ไม้อ่อน บางคนท่านใช้ไม้แข็ง</p>
<p><strong>การรู้จักศิษย์จึงเป็นคุณสมบัติที่จะช่วยให้ครูทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์</strong></p>
<p>ลูกศิษย์ตนเป็นคนอย่างไร จริตนิสัยอย่างไร ชอบไม่ชอบ ถนัด ไม่ถนัดอะไร เมื่อรู้จักศิษย์พอสมควรแล้ว เราจึงจะเลือกวิธีการเข้าถึงใจเขาและให้เขาเปิดรับความรู้ที่เราจะให้ได้</p>
<p>เราจะรู้จักศิษย์ได้  เมื่อมีเวลารู้จัก เรียนรู้ สังเกต พูดคุยกับเขา ไม่ต้องมีฌาน หรือญาณหยั่งลึกอะไรมากก็ได้ แต่เวลาอยู่กับศิษย์ ให้เปิดใจ สังเกต เรียนรู้ลูกศิษย์ อย่างที่เขาเป็น ทำไปเรื่อย ๆ เราจะรู้จักเขาเอง</p>
<p><strong>พระพุทธองค์เป็นพระบรมครูสอนศาสตร์ความเป็นมนุษย์ที่แท้ </strong>ไม่ว่าศิษย์เป็นใคร มาจากไหน <strong>หากเขาเข้าถึงความเป็นมนุษย์ที่แท้ ไม่เพียงแต่เขาจะมีชีวิตที่ดีเป็นสุขแล้ว เขาก็จะเผื่อแผ่ความสุข และยังประโยชน์ให้ผู้อื่นในสังคมด้วย</strong></p>
<p>ครูสมัยนี้ จึงไม่ควรสอนเพียงวิชาการความรู้ ครูควรสอนความเป็นมนุษย์ให้ศิษย์ด้วย</p>
<p>ศิษย์มักจำครูที่สอนความเป็นมนุษย์ให้เขา เพราะสิ่งนั้นติดเนื้อติดตัว ติดใจ เป็นสิ่งที่อยู่กับเขาไปนานเท่านาน</p>
<p>   <strong>              ครูกับศิษย์เป็นกระจกส่องกันและกัน</strong></p>
<p>            ครูที่ดี มีความรู้ในสิ่งที่ตัวเองสอน ที่สำคัญ<strong> ครูต้องเป็นนักเรียนรู้ ใส่ใจ และใฝ่ใจในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ</strong></p>
<p><strong>นักเรียนรู้ที่ดี มักมีใจเปิดกว้าง เปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ได้เสมอ </strong>ใจไม่ปิดหรือยึดมั่นกับความรู้เดิมมากเกินไป และใจเปิดได้ เมื่ออ่อนน้อม “อาจจะมีอะไรที่เรายังไม่รู้นะ”</p>
<p>นักเรียนรู้ ช่างสังเกต ฟังอย่างลึกซึ้ง ตั้งคำถาม แม้กับสมมติฐานและความรู้ของตัวเอง ไม่ด่วนสรุปอะไรง่าย ๆ และเร็ว ๆ </p>
<p>รู้จักศิษย์ที่ตนสอน และหาเทคนิควิธีการที่จะสอนศิษย์แต่ละคนให้เข้าใจตามสถานะของศิษย์ (เรื่องนี้เห็นจะยากอยู่ในการศึกษาปัจจุบันที่เป็นแบบอุตสาหกรรม ครูหนึ่งคนสอนนักเรียน ๕๐ คน และระบบการสอบประเมินผลก็ทำแบบมาตรฐานอุตสาหกรรม ไม่ได้ดูความแตกต่างในแต่ละบุคคล)</p>
<p>ให้เวลากับศิษย์ ให้ความเป็นกันเอง เป็นมิตร</p>
<p>ฟังมากกว่าบอก สั่ง พูดคุยด้วยการถาม เพื่อรับรู้ รับฟังความคิดเห็นของศิษย์</p>
<p>สอนด้วยการทำตนเป็นตัวอย่าง</p>
<p><strong>ท้ายที่สุด เราเชื่อว่า ความรัก ความจริงใจ ของครู สอนเด็กได้ดีที่สุด</strong></p>
<p>เด็กรับรู้ได้ และความรักจะสอนให้เขาเป็นนักเรียนรู้ที่ดี และเป็นคนที่ดี เราคงได้ยินตัวอย่างของเด็กหลายคนที่ความรักของครู และคนอื่น ๆ ที่หยิบยื่นให้เขา ทำให้เขาเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนจิตใจได้</p>
<p> To sir/Madame with love.</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bloomingmind.wordpress.com/1044/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bloomingmind.wordpress.com/1044/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bloomingmind.wordpress.com/1044/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bloomingmind.wordpress.com/1044/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bloomingmind.wordpress.com/1044/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bloomingmind.wordpress.com/1044/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bloomingmind.wordpress.com/1044/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bloomingmind.wordpress.com/1044/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bloomingmind.wordpress.com/1044/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bloomingmind.wordpress.com/1044/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bloomingmind.wordpress.com/1044/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bloomingmind.wordpress.com/1044/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bloomingmind.wordpress.com/1044/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bloomingmind.wordpress.com/1044/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bloomingmind.wordpress.com&amp;blog=5803179&amp;post=1044&amp;subd=bloomingmind&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bloomingmind.wordpress.com/2010/11/13/1044/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/276743ce520cf88ecd71d68072403d12?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">bloomingmind</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ภานากับรอยยิ้ม</title>
		<link>http://bloomingmind.wordpress.com/2010/11/09/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://bloomingmind.wordpress.com/2010/11/09/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Nov 2010 06:19:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bloomingmind</dc:creator>
				<category><![CDATA[Daily blooming]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bloomingmind.wordpress.com/?p=1038</guid>
		<description><![CDATA[รอยยิ้มเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของมนุษยชาติ รอยยิ้มเป็นเครื่องมือของใจในการแสดงออกความรู้สึกดี เป็นมิตร ปลอดภัย วางใจ ไว้ใจ สบายใจ &#8230;สุข พิสูจน์ดูว่า จริงไหม &#8230; ลองยิ้ม แล้วสัมผัสในใจว่า ใจของเราเวลาที่ยิ้มเป็นอย่างไร ลักษณะของใจเป็นเช่นไร การยิ้มไม่จำเป็นต้องทำผ่านริมฝีปาก เราใช้สายตายิ้มก็ได้ เคยรับรู้การยิ้มผ่านสายตาไหมล่ะ บางทียิ้มด้วยดวงตานั้นชัดกว่าปาก เพราะ ดวงตาเป็นหน้าต่างของดวงใจ &#8230; ฝืนยิ้มได้ยาก ส่วนปากนั้น ยังฝืน ๆ ยิ้มได้ ดูไม่ออกสำหรับบางคน และบางครั้ง เรายังยิ้มผ่านน้ำเสียงได้เช่นกัน ใจที่ยิ้มส่งผ่านน้ำเสียงประพรมรอยยิ้มไปได้ด้วย เรายิ้มผ่านสัมผัส เวลาจับมือกัน สัมผัสกัน เราจะรู้สึกได้ว่า เรายิ้มให้กันในใจด้วยหรือไม่ อยากชวนกันมายิ้มและฝึกภาวนากับรอยยิ้มในหัวใจ แล้วจะรู้ว่า การภาวนานั้นง่าย และเป็นธรรมชาติมาก เคยสังเกตตัวเองไหมว่า เวลาภาวนา บางครั้งเราหน้าบึ้งมาก คิ้วขมวด ตัวเกร็งแข็ง ดูน่ากลัว เป็นสมาธิตรงไหน? เครียด เกร็ง ไม่สบายตัว แล้วจะสบายใจ สุข สบาย โปร่ง เบาได้อย่างไร ลองดูวิธีนี้ ปรับใช้ในการภาวนาดู เผื่อจะเป็นประโยชน์ หมอยาชาวบาหลีที่เราอ่านพบในหนังสือ Eat [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bloomingmind.wordpress.com&amp;blog=5803179&amp;post=1038&amp;subd=bloomingmind&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>รอยยิ้มเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของมนุษยชาติ <strong>รอยยิ้มเป็นเครื่องมือของใจในการแสดงออกความรู้สึกดี เป็นมิตร ปลอดภัย วางใจ ไว้ใจ สบายใจ &#8230;สุข </strong></p>
<p>พิสูจน์ดูว่า จริงไหม &#8230; ลองยิ้ม แล้วสัมผัสในใจว่า ใจของเราเวลาที่ยิ้มเป็นอย่างไร ลักษณะของใจเป็นเช่นไร</p>
<p>การยิ้มไม่จำเป็นต้องทำผ่านริมฝีปาก <strong>เราใช้สายตายิ้มก็ได้</strong> เคยรับรู้การยิ้มผ่านสายตาไหมล่ะ บางทียิ้มด้วยดวงตานั้นชัดกว่าปาก เพราะ ดวงตาเป็นหน้าต่างของดวงใจ &#8230; ฝืนยิ้มได้ยาก ส่วนปากนั้น ยังฝืน ๆ ยิ้มได้ ดูไม่ออกสำหรับบางคน และบางครั้ง</p>
<p><strong>เรายังยิ้มผ่านน้ำเสียงได้เช่นกัน </strong>ใจที่ยิ้มส่งผ่านน้ำเสียงประพรมรอยยิ้มไปได้ด้วย</p>
<p><strong>เรายิ้มผ่านสัมผัส</strong> เวลาจับมือกัน สัมผัสกัน เราจะรู้สึกได้ว่า เรายิ้มให้กันในใจด้วยหรือไม่</p>
<p><strong>อยากชวนกันมายิ้มและฝึกภาวนากับรอยยิ้มในหัวใจ แล้วจะรู้ว่า การภาวนานั้นง่าย และเป็นธรรมชาติมาก</strong></p>
<p>เคยสังเกตตัวเองไหมว่า เวลาภาวนา บางครั้งเราหน้าบึ้งมาก คิ้วขมวด ตัวเกร็งแข็ง ดูน่ากลัว เป็นสมาธิตรงไหน? เครียด เกร็ง ไม่สบายตัว แล้วจะสบายใจ สุข สบาย โปร่ง เบาได้อย่างไร</p>
<p>ลองดูวิธีนี้ ปรับใช้ในการภาวนาดู เผื่อจะเป็นประโยชน์</p>
<p>หมอยาชาวบาหลีที่เราอ่านพบในหนังสือ Eat Pray Love ให้คำแนะนำในการทำสมาธิง่าย ๆ ว่า <strong>&#8220;จะภาวนานะเหรอ นั่งนิ่ง ๆ แล้วยิ้มน้อย ๆ แค่นั้น เพียงนั้น ไม่ต้องหวัง พยายามอะไรมากไปกว้านั้น หากเราทำอะไรด้วยใจเคร่งเครียด เรากำลังทำร้ายตัวเอง ทำให้ตัวเองป่วย&#8221; </strong></p>
<p><strong>เคล็ดลับการใช้ชีวิต คือ ไม่เครียด และการไม่เครียด เราสามารถแสดงออกได้ทางการยิ้ม </strong></p>
<p>ยิ้มน้อย ๆ ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อบนใบหน้า และช่วยคลี่คลายใจให้เปิดนิด ๆ จะได้ดียิ่งขึ้น ต้องฝึกยิ้มด้วยหัวใจเช่นกัน</p>
<p>ลองทำดู &#8230; ยิ้มด้วยใจ เป็นความรู้สึก หรือใครจะลองจินตนาการเครื่องหมาย <img src='http://s0.wp.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' />  ปรากฏแถวหัวใจ เป็นตัวช่วยไปก่อนก็ได้ ฝึกไปจะยิ้มด้วยความรู้สึกจากหัวใจได้เอง</p>
<p>จากนั้นลองฝึกยิ้มให้กับร่างกาย อวัยวะต่าง ๆ ส่งความรักให้อวัยวะต่าง ๆ เซลล์ต่าง ๆ ที่ประคับประคองชีวิตเรา และรู้สึกว่า เซลล์ต่าง ๆ นั้นยิ้มกลับมาให้เราด้วย</p>
<p><strong>ยิ้มให้หัวใจเราเอง</strong> ส่งความรู้สึกดี ๆ ให้หัวใจเรา ทั้งที่เป็นหัวใจอวัยวะ และหัวใจที่เป็น จิตใจ</p>
<p><strong>ยิ้มให้กับทุกความรู้สึกที่ผ่านเข้ามา</strong></p>
<p><strong>ยิ้มให้กับทุกใบหน้าที่ผุดมาในความคิด </strong>ไม่ว่าจะเป็นคนที่เรารัก หรือชัง คนที่ยังอยู่หรือจากไปแล้ว</p>
<p>ยิ้มให้กับทุกความคิด ความรู้สึก คิดดี คิดไม่ดี รู้สึกดี รู้สึกไม่ดี</p>
<p><strong>ยิ้มด้วยใจให้ทุกสิ่ง ไม่แบ่งแยก </strong></p>
<p>การยิ้มช่วยคลี่คลายความรู้สึกหลายอย่าง</p>
<p>หากเราทุกข์ เศร้า โกรธ และมีอารมณ์ทางลบต่าง ๆ ลองดู ลองฝืนแล้วฉีกยิ้ม &#8230; สัมผัสความรู้สึก เราจะรู้เลยว่า ใจของเราเปิดออก ห่อทุกข์ที่รักแน่นคลายตัว และใจเบาขึ้น</p>
<p><strong>การยิ้มช่วยคลี่คลายความเจ็บปวดทางกายและใจได้ </strong></p>
<p>ยิ้มให้รอยแผล ความเจ็บปวด เมื่อยิ้ม ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจะหายไป (ชั่วขณะ) ถ้าปวดมาก จึงต้องยิ้มถี่ ๆ (ฮ่าๆๆๆ) รอยแผลในใจก็ช่วยได้ ปวดเจ็บเมื่อไร ก็ยิ้ม อาจต้องยิ้มถี่กว่าความเจ็บปวดทางกายก็เป็นได้</p>
<p>หากกลัวผี เห็นผี ยิ้มไว้ ผีจะเป็นกลายเป็นสิ่งที่เป็นมิตร น่ารักไปในขณะนั้น ฉะนั้นก็ยิ้มถี่ ๆ เข้าไว้</p>
<p>เราสามารถยิ้มได้ตลอดเวลา ยิ้มได้ทั้งวัน เจอใครก็ยิ้ม ยิ้มข้างในใจ และหากจะเผยมาข้างนอกบ้าง ก็ตามแต่กาละเทศะ </p>
<p><strong>ยิ้มส่งความรู้สึกเป็นมิตร (เมตตา) จากหัวใจให้ทุกคนที่เราเดินผ่าน ทุกคนที่ความคิดของเราผ่านไป ทุกคนที่ความรู้สึกของเราแวะไปทักทาย </strong></p>
<p><strong>นี่เป็นปฏิบัติการ เมตตาภาวนา แบบง่าย ๆ แบบหนึ่ง </strong></p>
<p>เมื่อใจเราสามารถยิ้มได้ตลอดทั้งวัน ใจเราก็จะสงบ สุข สบาย เมื่อถึงเวลาภาวนาจริงจัง ใจเราก็พร้อมกับการปฏิบัติที่ลึกซึ้งต่อไปโดยง่าย แล้วเราก็จะไม่นั่งหน้าบึ้งภาวนาอีกแล้ว</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bloomingmind.wordpress.com/1038/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bloomingmind.wordpress.com/1038/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bloomingmind.wordpress.com/1038/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bloomingmind.wordpress.com/1038/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bloomingmind.wordpress.com/1038/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bloomingmind.wordpress.com/1038/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bloomingmind.wordpress.com/1038/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bloomingmind.wordpress.com/1038/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bloomingmind.wordpress.com/1038/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bloomingmind.wordpress.com/1038/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bloomingmind.wordpress.com/1038/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bloomingmind.wordpress.com/1038/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bloomingmind.wordpress.com/1038/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bloomingmind.wordpress.com/1038/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bloomingmind.wordpress.com&amp;blog=5803179&amp;post=1038&amp;subd=bloomingmind&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bloomingmind.wordpress.com/2010/11/09/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/276743ce520cf88ecd71d68072403d12?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">bloomingmind</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>หมาจรจัด และความหมายชีวิต</title>
		<link>http://bloomingmind.wordpress.com/2010/11/01/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://bloomingmind.wordpress.com/2010/11/01/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Nov 2010 05:20:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bloomingmind</dc:creator>
				<category><![CDATA[Daily blooming]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bloomingmind.wordpress.com/?p=1032</guid>
		<description><![CDATA[หม้อดำด้วยเขม่าตั้งอยู่บนเตาถ่าน ฝาหม้อเผยอ เห็นข้าวขาวหุงขึ้นหม้อ ดูน่ากิน   ฉันเดินผ่านหม้อข้าวนั้นที่ตั้งอยู่บนทางเดินก่อนเข้าไปในบ้านไม้หลังเก่าทรุดโทรมที่สร้างมาตั้งแต่สมัยคุณทวด ทักทาย คุณน้า คุณตาและยายที่อาศัยในบ้านนั้น “ดูสิ หุงข้าวให้หมาหม้อเบ้อเร่อ” คุณยายแอบบ่นให้ผู้มาเยือนฟัง  “ข้าวก็ไม่มีจะกิน ทำข้าวให้หมา บางครั้งมันก็อดข้าว ให้หมาได้กิน” คุณยายพูดด้วยความเป็นห่วง “แหม ก็หมาพวกนี้มันไม่มีใคร ไม่มีกินก็อดตายนะสิ สงสารมัน” น้าสี่ หญิงวัยประมาณ ๕๐ กว่า ๆ กล่าวเสียงอ่อย พร้อมหลบหน้า สาระวนกับการเอาข้าวสาร อาหารแห้ง ที่พวกเราเอาไปให้ เก็บเข้าที่เข้าทาง ฉันนิ่งฟัง และมองทุกอย่างในชีวิตน้าสี่ &#8230; น้าสี่มาขออาศัยในบ้านไม้เก่า ๆ เล็ก ๆ หลังนี้ ซึ่งเป็นบ้านของคุณยายได้หลายปีแล้ว หลังจากพ่อและแม่ของน้าสี่จากไป ทรัพย์สมบัติ ที่ดินต่าง ๆ บรรดาพี่น้องร่วมท้องแม่ก็แบ่งสรรกันไปหมด แล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง ฉันไม่แน่ใจว่า เกิดอะไรขึ้นกับน้าสี่ น้าสี่ได้สมบัติอะไรบ้าง แต่นี่คือปัจจุบันชีวิตของแก พื้นที่ใต้ชายคาบ้านหลังนี้จึงกลายเป็นที่พักอาศัยของน้าสี่ พื้นไม้โล่ง ๆ เป็นที่กิน [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bloomingmind.wordpress.com&amp;blog=5803179&amp;post=1032&amp;subd=bloomingmind&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หม้อดำด้วยเขม่าตั้งอยู่บนเตาถ่าน ฝาหม้อเผยอ เห็นข้าวขาวหุงขึ้นหม้อ ดูน่ากิน  </p>
<p>ฉันเดินผ่านหม้อข้าวนั้นที่ตั้งอยู่บนทางเดินก่อนเข้าไปในบ้านไม้หลังเก่าทรุดโทรมที่สร้างมาตั้งแต่สมัยคุณทวด ทักทาย คุณน้า คุณตาและยายที่อาศัยในบ้านนั้น</p>
<p>“ดูสิ หุงข้าวให้หมาหม้อเบ้อเร่อ” คุณยายแอบบ่นให้ผู้มาเยือนฟัง</p>
<p><strong> “ข้าวก็ไม่มีจะกิน ทำข้าวให้หมา บางครั้งมันก็อดข้าว ให้หมาได้กิน”</strong> คุณยายพูดด้วยความเป็นห่วง</p>
<p><strong>“แหม ก็หมาพวกนี้มันไม่มีใคร ไม่มีกินก็อดตายนะสิ สงสารมัน” </strong>น้าสี่ หญิงวัยประมาณ ๕๐ กว่า ๆ กล่าวเสียงอ่อย พร้อมหลบหน้า สาระวนกับการเอาข้าวสาร อาหารแห้ง ที่พวกเราเอาไปให้ เก็บเข้าที่เข้าทาง</p>
<p>ฉันนิ่งฟัง และมองทุกอย่างในชีวิตน้าสี่ &#8230;</p>
<p>น้าสี่มาขออาศัยในบ้านไม้เก่า ๆ เล็ก ๆ หลังนี้ ซึ่งเป็นบ้านของคุณยายได้หลายปีแล้ว หลังจากพ่อและแม่ของน้าสี่จากไป ทรัพย์สมบัติ ที่ดินต่าง ๆ บรรดาพี่น้องร่วมท้องแม่ก็แบ่งสรรกันไปหมด แล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง ฉันไม่แน่ใจว่า เกิดอะไรขึ้นกับน้าสี่ น้าสี่ได้สมบัติอะไรบ้าง แต่นี่คือปัจจุบันชีวิตของแก</p>
<p>พื้นที่ใต้ชายคาบ้านหลังนี้จึงกลายเป็นที่พักอาศัยของน้าสี่ พื้นไม้โล่ง ๆ เป็นที่กิน อยู่ หลับนอน ข้าวของที่น้าสี่มีก็เป็นชั้นเหล็กเตี้ย ๆ เอาไว้วางเครื่องปรุงอาหาร มีกล่องกระดาษเก่า ๆ ไว้ใส่ฟูกนอน ผ้าห่ม และหมอน และกระเป๋าเดินทางที่เราเคยให้ไว้เมื่อครั้งก่อน น้าสี่ก็เอาไว้ใส่เสื้อผ้า แทนที่จะแขวนตามข้างฝาอย่างเดียว เฟอร์นิเตอร์ของแกมีเท่านี้ &#8230; ไม่สิ ยังมีตุ่มเอาไว้ใส่ข้าวและของแห้งบางอย่าง ความมืดและเย็นของตุ่มอาจใช้แทนตู้เย็นได้</p>
<p>ตรงทางเดินก่อนเข้าบ้าน จะมีเตาถ่าน หม้อไว้หุงข้าว และกะทะที่ที่จับหลุด ต้องเอาเชือกฟางมาพันไม้เสียบไว้ใช้แทน  </p>
<p>ทั้งหมดนั้น คือ เครื่องประดับชีวิตของน้าสี่</p>
<p>ภาพที่สัมผัสอาจดูแร้นแค้น แต่ฉันไม่เห็นแววตาเศร้า สีหน้าหดหู่จากน้าสี่ ไม่เคยได้ยินแกบ่นเรื่องความทุกข์ยากให้คนอื่นสงสารหรือเห็นใจ</p>
<p>น้าสี่หัวเราะ ยิ้มพูดคุยสนุกสนาน และดูเหมือนว่าจะยอมรับชีวิตได้อย่างดี “ให้อะไร ชั้นก็เอา ใช้ได้ทั้งนั้นแหละ” น้าสี่ว่า พร้อมดูเสื้อสามตัวที่แม่ซื้อมาให้ใหม่ “สวยนะเนี่ย ชั้นใส่ได้แน่น ๆ”</p>
<p>เมื่อคุณยายหยิบดูเสื้อผ้าใหม่ของน้าสี่ แกก็ว่า <strong>“เอาไหมละ อยากได้เอาไปได้นะ ชั้นให้” </strong>น้าสี่พูดพร้อมรอยยิ้ม</p>
<p>และฉันก็อมยิ้มในใจไปด้วย ของที่น้าสี่ได้รับเป็นของแกในทันที และแกมีสิทธิที่จะหยิบยกให้ใครก็ได้ <strong>“การมี” อะไรบางอย่างที่เป็นของ ๆ ตน เปิดโอกาสให้เรา “ให้” และการให้นั้นทำให้มนุษย์เรารู้สึกดี มีค่า มันอาจทำให้เรารู้สึกว่า เราเป็นคนมีเหลือ มีพอที่จะแบ่งปัน และความรู้สึกนี้อาจทำให้เรารู้สึกว่า ชีวิตไม่ได้ยากไร้ แร้นแค้นสักทีเดียวก็ได้กระมัง</strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>“ข้าวที่เอามาให้เอาไว้ให้เธอกินนะรู้ไหม ไม่ได้ให้หมากินหมดนะ” แม่ย้ำ “ข้าวหอมมะลิอย่างดีเอามาให้เธอกิน” น้าสี่หลบตาก่อนพูดว่า “ชั้นก็กิน ไม่อดหรอก”</p>
<p>น้าสี่ไม่เคยรับปากเวลามีใครปรามไม่ให้แกหุงข้าวให้หมา “หุงข้าวให้หมาหมด บางทีมันก็อด” ยายบอก</p>
<p><strong>หมาและแมวจรจัด ไร้เจ้าของเป็นครอบครัวของน้าสี่ </strong></p>
<p>พวกมันแวะเวียนมาหาน้าสี่เป็นประจำ บางทีมันก็เดินตามน้าสี่มาจากวัด บ้างก็ไป ๆ มา ๆ บ้างก็ขออาศัยด้วย</p>
<p>ทุกวันน้าสี่จะหุงข้าวเพื่อเลี้ยงหมาซี่โครงขึ้นกว่า ๑๐ ตัว เงินที่พอมีบ้างจากการทำงานหรือที่ใครให้มา แกก็เอาไปซื้ออาหารทำคลุกข้าวกิน สำหรับทั้งคนและหมา</p>
<p>แม้จะมีกับข้าวเพียงถุงเดียว แกก็จะแบ่งให้พวกหมา ๆ แมว ๆ อย่างครั้งหนึ่ง พวกเราซื้อก๋วยเตี๋ยวไปฝากและกินด้วยกัน แกก็ขอน้ำก๋วยเตี๋ยวที่เหลือจากทุกคนเอาไปคลุกข้าวให้หมากิน และไปซื้อผักหรือเนือ้อะไรอีกนิดหน่อยเติมเข้าไป</p>
<p>ตอนกลางคืน น้าสี่นอนกับแมว และหมาบางตัวที่ขอมานอนด้วย เมื่อก่อน มีหมาขี้เรื้อนมาขอนอนด้วย แกก็นอนกอดมัน “เหม็นจะแย่ ไม่รู้กอดไปได้อย่างไร” ยายว่า “แหม มันน่าสงสาร มันไม่สบาย” น้าสี่ตอบ ฉันอดรู้สึกไม่ได้ว่า <strong>น้าสี่กำลังโอบกอดชะตากรรมของตัวเองอยู่ด้วยหรือเปล่า  </strong></p>
<p>บางคนอาจมองว่าแกเบียดเบียนตัวเอง ตัวเองก็ยากไร้อยู่แล้ว ทำไมไม่เก็บข้าวที่ได้มาไว้กิน มีเหลือค่อยแบ่งให้หมา “สงสารมัน มันไม่มีใคร ถ้าไม่มีเรา มันก็ไม่มีกิน ก็อด” น้าสี่พูดเสมอ</p>
<p>บางทีหมาแมวไร้ญาติ ตกระกำลำบาก อาจทำให้ชีวิตท่านมีความหมาย มีคุณค่า พวกมันเป็นเหตุผลให้น้าสี่ไปรับจ้างทำงาน ไปช่วยงานวัดเผื่อมีข้าวเหลือมาเลี้ยงลูกน้องสี่ขา</p>
<p>น้าสี่ไม่ใช่คนที่มีร่างกายสมบูรณ์นัก ขาและหลังโก่งนิด ๆ แต่แกก็ยังแข็งแรง เดินได้ปรกติ แกไม่ได้ทำงานอะไรเป็นหลัก เคยรับดูแลเด็กบ้าง เพราะแกเป็นคนใจดี แต่ตอนหลัง สุขภาพแย่ลง ดูแลเด็กได้ไม่เต็มที่ จึงต้องงดงานนั้นไปบ้าง</p>
<p><strong>แม้จะยากไร้และรอคอยความช่วยเหลือจากญาติมิตร แต่น้าสี่ไม่ได้เป็นผู้รับแต่อย่างเดียว เธอเป็นผู้ให้ เป็นผู้มีคุณค่าสำหรับสิ่งมีชีวิตที่ยากไร้ ขัดสนกว่าแก และนั่น เป็นเหตุผลที่ทำให้น้าสี่ยังมีชีวิตอยู่และมีความสุข</strong></p>
<p>ฉันลองจินตนาการ ถึงชีวิตน้าสี่ที่มีแต่ตัวเองลำพัง หุงข้าวไม่ต้องนึกถึงใคร นอนลำพัง ทำงานเพื่อตัวเองอย่างเดียว น้าสี่จะยังมีรอยยิ้ม มีความสุขอย่างทุกวันนี้หรือไม่</p>
<p>เป็นไปได้ไหม ความรู้สึกว่า <strong>ยังมีสิ่งมีชีวิตที่แย่กว่าเรา และต้องการความช่วยเหลือและความรักจากเรา ที่ทำให้น้าสี่ลืมความทุกข์ของตนเอง และเราสามารถอดเพื่อสิ่งมีชีวิตเหลานี้ได้ </strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>ฉันนึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าเรื่อง พรหมวิหาร ๔ ที่หลวงปู่ ติช นัท ฮันห์อธิบายความว่า</p>
<p><strong>เมตตา คือ ความปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข และพยายามหยิบยื่นความสุขนั้นให้ผู้อื่น แต่เราต้องรู้ว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้ผู้อื่นมีความสุข</strong></p>
<p><strong>กรุณา คือ ความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ และพยายามหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ผู้อื่น แต่เราก็ต้องรุ้ว่า อะไรทำให้ผู้อื่นเป็นทุกข์</strong></p>
<p><strong>เราจะรักคนอื่นได้ หากเรารู้ว่า ความสุขและความทุกข์ของเขาอยู่ที่ไหน เป็นอะไร</strong></p>
<p><strong>เราจะรู้ได้ว่า อะไรเป็นความสุขและทุกข์ของผู้อื่น ต่อเมื่อเรานิ่งฟัง สังเกต และเข้าใจคน ๆ นั้น</strong></p>
<p>ฉันคิดว่า คราวหน้า <strong>จะซื้อข้าวสารคุณภาพกลาง ๆ ไปฝากน้าสี่สัก ๒-๓ ถัง ให้น้าสี่เอาไว้หล่อเลี้ยงความหมายและความสุขในชีวิตของแก      </strong></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bloomingmind.wordpress.com/1032/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bloomingmind.wordpress.com/1032/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bloomingmind.wordpress.com/1032/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bloomingmind.wordpress.com/1032/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bloomingmind.wordpress.com/1032/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bloomingmind.wordpress.com/1032/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bloomingmind.wordpress.com/1032/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bloomingmind.wordpress.com/1032/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bloomingmind.wordpress.com/1032/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bloomingmind.wordpress.com/1032/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bloomingmind.wordpress.com/1032/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bloomingmind.wordpress.com/1032/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bloomingmind.wordpress.com/1032/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bloomingmind.wordpress.com/1032/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bloomingmind.wordpress.com&amp;blog=5803179&amp;post=1032&amp;subd=bloomingmind&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bloomingmind.wordpress.com/2010/11/01/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/276743ce520cf88ecd71d68072403d12?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">bloomingmind</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
