Right Attitude

(เรื่องราวของแม่ชีชาวเนปาล  อานิ โชว์ญิ โดลมา ผู้ร้องเพลงสวดเพื่อดับทุกข์ในใจคน ตอนที่ ๑) 

สายวันเสาร์วันหนึ่ง ฉันมีนัดสัมภาณ์แม่ชีชาวเนปาล ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลกในฐานะนักร้องบทสวดภาวนา และเพลงแนวจิตวิญญาณ ขณะที่รอท่านอยู่ที่ล้อบบี้โรงแรม แม่ชีในจีวรแดงเข้มก็เดินตรงมา ท่าทางสง่าองอาจ ทะมัดทะแมง แต่ก็สงบสำรวม และนุ่มนวล

ทักทายกันแล้ว เราก็พากันเดินไปที่สวนสาธารณะกลางเมือง ที่อยู่ใกล้กับโรงแรม ฉันว่าตัวเองเดินเร็วแล้ว แต่ก็ยังต้องเร่งฝีเท้า ก้าวให้ทันท่าน

ท่านอานิ โชว์ญิง โดลมา นั่งลง แตะมือเบา ๆ ที่ด้านหนึ่งของม้าหิน เชื้อเชิญให้ฉันนั่งข้าง ๆ ท่าน ฉันรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด ท่านพยักหน้าน้อย ๆ เพื่อบอกว่าพร้อมแล้วสำหรับการสนทนา ฉันจึงไม่รีรอที่จะยิงคำถามแรก “ท่านรู้สึกอย่างไรคะ ที่ได้รับการขนานนามว่า singing nun ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จัก ได้รับรางวัลนักร้องเสียงทอง (อันนี้แปลเอง) ออกอัลบั้มมากมาย และยังมีการทัวร์คอนเสิร์ตด้วย” ท่านนิ่งฟัง พยักหน้าน้อย ๆ ฉันถามต่อ “สำหรับคนทั่วไปแล้ว การร้องเพลงดูเหมือนจะเป็นเรื่องของการบันเทิงแบบโลกียวิสัย ท่านมองเรื่องนี้อย่างไร ท่านรู้สึกว่ามันขัดแย้งกันหรือไม่คะ”

จบคำถาม คำตอบก็มาอย่างฉับไว “ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นนักร้อง ในแบบที่คนทั่ว ๆ ไปจะคิดถึงนักร้อง เวลาที่ฉันสวดหรือร้องเพลงบนเวทีคอนเสิร์ต มันก็ไม่ต่างจากการที่ฉันสวดมนต์เวลาที่อยู่ในวัด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เวลาที่ร้องเพลงหรือสวดภาวนา มันเหมือนกันทุกครั้ง และจะต้องทำให้ถูกต้อง”

ใช่อย่างนั้น ตอนที่ฉันขอให้คุณแม่ชีนั่งร้องเพลงเพื่อจะถ่ายรูป ท่านก็นั่งสงบนิ่งในท่าสมาธิ หลับตา และร้องเพลลงสวด สำหรับท่าน การร้องเพลงสวด หรือร้องเพลงแนวจิตวิญญาณที่มีท่วงทำนองสมัยใหม่ เป็นเรื่องของการทำสมาธิ เชื่อมใจให้อยู่กับท่วงทำนอง

                “สิ่งสำคัญในวิถีพุทธ คือ สัมมาสังกัปปะ การดำริชอบ (right attitude)” คุณแม่ชีอธิบายความต่อ “เราต้องรู้ว่าเรากำลังทำอะไร ทำไปทำไม และจะทำอย่างไร และสำหรับฉัน การดำริชอบ คือ การระลึกอยู่เสมอว่า ไม่ว่าเราจะทำสิ่งใด จะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่สรรพชีวิต”

เมื่อปี ๑๙๙๙ หลังจากที่ได้ออกอัลบั้มเพลงชุดแรกได้ ๒ ปี คุณแม่ชีก็ตั้งมูลนิธิ Nun’s Welfare Foundation of Nepal http://www.choying.com/

ปัจจุบันมูลนิธิมีโครงการกว่า ๑๕ โครงการ เช่น โรงเรียนAryaTaraSchool เป็นโรงเรียนประจำ (กินนอน) ที่เปิดให้การศึกษาแก่เด็กหญิง (ชีน้อย) ผู้ขาดโอกาสในการศึกษาจากทั้งอินเดีย ทิเบต และเนปาล ที่นี่แม่ชีน้อยทั้งหลายจะได้รับการศึกษาทั้งทางโลก และทางธรรม รวมถึงศิลปะวัฒนธรรมที่เนื่องด้วยการศาสนาด้วย เช่นการวาดภาพทังก้า และการร่ายรำอันศักดิ์สิทธิ์ที่เคยสงวนไว้เฉพาะกับนักบวชชายเท่านั้น

“ผู้หญิงมีศักยภาพ ความสามารถมากมาย ที่หากได้รับโอกาส ก็จะเป็นแรงช่วย (พร้อมไปกับผู้ชาย) ในการสร้างสรรค์สังคมและโลกให้งดงาม” ท่านแม่ชีกล่าวว่า “ในสมัยที่ฉันยังเด็ก ฉันอยากเรียนสูง ๆ แต่ไม่มีโอกาส ก็เหมือนกับเด็กหญิงหลายคน เมื่อฉันเข้าใจความปรารถนาของเด็กผูหญิง ฉันจึงอยากที่จะเติมเต็มความปรารถนาของเด็กหญิงทั้งหลาย”

นอกจากโรงเรียนแล้ว คุณแม่ชียังมีโครงการดูแลเด็กก่อนวัยเรียน โครงการดูแลรักษาสุนัขและสัตว์เร่ร่อน โครงการดูแลแม่ ๆ ในวัยชราที่ถูกลูกทิ้งหรือไม่ได้รับการดูแลจากครอบครัว

โครงการโรงพยาบาลโรคไต เกิดขึ้นเมื่อแม่ของท่านป่วยด้วยโรคนี้ และไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม เพราะที่ประเทศเนปาลยังขาดอุปกรณ์ และการรักษาโรคนี้อย่างเหมาะสม ผู้ป่วยหากต้องการรักษาต้องเดินทางไปนอกประเทศ ซึ่งทำให้เฉพาะคนที่มีปัจจัยการเงินที่พร้อมเท่านั้นจึงจะทำได้

โครงการแท๊งค์น้ำ และท่อส่งน้ำ ท่านทำโครงการนี้ร่วมกับอาสาสมัครชาวเยอรมันีกลุ่มหนึ่ง ไอเดียของโครงการนี้เกิดมาจาก ความทุกข์ของผู้หญิงที่ต้องเดินทางไปแบกน้ำจากแหล่งน้ำไกล ๆ เพื่อนำมาใช้ในครัวเรือน ท่านจึงคิดทำแท๊งน้ำเก็น้ำไว้ และทำท่อส่งไปยังพื้นที่ เพื่อให้ผู้หญิงไม่ต้องลำบากขนน้ำ เดินทางไกล ๆ

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานที่ทำท่าน โดยได้รับเงินสนับสนุนจากการขายซีดี และแสดงดนตรีจของท่าน รวมถึงเงินบริจาคจากสาธารณะทั้งในและต่างประเทศ

“ฉันไม่คิดว่าตัวเองได้ทำอะไรมากมาย ยังมีอีกหลายเรื่องที่อยากจะทำ ฉันคิดว่าสิ่งที่ทำไปเป็นสามัญสำนึก ฉันไม่อยากให้ความทุกข์ยากต่าง ๆ เหล่านี้เกิดกับตัวฉัน ฉันก็จะพยายามช่วยให้มันไม่เกิดกับคนอื่น ๆ ด้วย หรืออย่างน้อย หากพอจะช่วยบรรเทาความยากลำบากในชีวิตให้กับใครได้ ฉันก็จะทำ”