That’s what friends are for

You've got a friend always. Ou, in the embrace of Mount Rainer

You've got a friend always. Ou, in the embrace of Mount Rainer

“เป็นอย่างไรบ้าง ไหนเล่าให้ฟังกันหน่อยว่า ชีวิตไปถึงไหน สุข ทุกข์อย่างไร” นี่เป็นคำพูดที่อยากถามถึงเพื่อนทุกคน อยากรู้จริงๆ ด้วยความรัก และห่วงใย

เราไม่บ่น เบื่อ หากเพื่อนจะเล่าความทุกข์ ระบายความคับข้องใจในชีวิต เพราะนั่น คือส่วนหนึ่งในชีวิตเพื่อน ซึ่งเรารู้สึกเป็นเกียรติหากได้เข้าไปมีส่วนในนั้นบ้างแม้เล็กน้อย

ไม่กี่วันมานี้ เราได้สังสรรค์กับเพื่อนบางคน ซึ่งตลอด 3 ชั่วโมงบนโต๊ะอาหาร เธอเล่าให้ฟังถึงปัญหา และความไม่สบายใจในที่ทำงาน

เปล่าเลย เราไม่เบื่อ และเต็มใจยิ่งที่จะรับฟัง ความจริงแล้วต้องขอบคุณเพื่อนเสียมากกว่า

ขอบคุณที่ไว้วางใจเล่าให้เราฟัง

ขอบคุณที่สนิทใจแลกเปลี่ยนทุกข์สุข

ขอบคุณที่ให้โอกาสเราได้เรียนรู้ชีวิต จิตใจของผู้คน ผ่านประสบการณ์อันรันทดของเพื่อน เราได้ปัญญาจากการฟังเพิ่มขึ้นมากมาย

ขอบคุณที่ืำืทำให้เราเห็นความหมาย และเป้าหมายในชีวิตชัดขึ้น คือ … ความสุขของเราและทุกๆคน

ศัตรูในชีวิตหามีไม่ หากเราทำใจให้เป็นมิตร

ใจที่เป็นมิตรนั้น จะเป็นโล่ห์คุ้มภัยแก่เราเอง

หากเราอ่อนล้าบ้าง จะเป็นไร หามุมสงบพักใจเสียก่อนทำให้ตะกอนในใจนิ่ง เพื่อปัญญา ทางออกจะได้เผยตัว

อุปสรรคในชีวิต เป็นเครื่องขัดเกลาอัตตา ฝนปัญญาให้ส่องประกาย และฝึกใจให้อ่อนโยน

ขอเป็นกำลังใจ และอยู่เคียงข้างเพื่อน ให้ผ่านห้วงเวลายากลำบากนี้ให้ได้

Reaching out for Happiness

Happiness you can read and practice

Happiness you can read and practice

หนทางแห่งความสุขมีมากมาย หนึ่งในนั้นคือการได้สนทนากับผู้ที่มีปัญญาญาณ และจิตกรุณา อย่างเช่น ท่าน มาติเยอร์ ริการ์ด พระภิกษุทิเบต ชาวฝรั่งเศส

เมื่อครั้งที่ท่านมาเยือนเมืองไทย เพื่อการสัมมนาเรื่อง พุทธศาสนาในยุคบริโภคนิยม ที่มหิดล เราได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านราว 2 ชั่วโมงกว่้่า ว่าด้วยเรื่อง ความสุข ซึ่งเป็นชื่อหนังสือเล่มล่าสุดของท่านที่ได้รับการแปล และวางจำหน่ายแล้วในเมืองไทย โดยสำนักพิมพ์สวนเงินมีมา

การได้อ่านหนังสือ “ความสุข” ทำให้เราเป็นสุข ท่านบอกเล่าวิธีที่เราจะเข้าถึงความสุขได้ และหนทางการปฏิบัติซึ่งดูแล้ว ง่ายหากลงมือทำอย่างจริงจัง

สำหรับการสนทนากับท่านมาติเยอร์ เราได้รับแรงบันดาลใจอย่างมาก ท่านมีความคมชัด กระจ่างใสทางปัญญา ตอบคำถามเราได้อย่างตรงประเด็นและัเฉียบคม เราได้คัดเลือกสิ่งที่ท่านพูดบางตอนมาเขียนใน Outlook, Bangkok Post ซึ่งเพื่อนๆ สามารถหาอ่านได้ที่ บล็อกแฮปปี้มีเดีย

หวังว่าเพื่อนคงได้ประโยชน์ และความสุขจากการอ่านบทความนะจ๊ะ

ตัวอย่างคำพูดของท่านมาติเยอร์

What do we want in life? We have to begin thinking what really matter.

There are things that matter, things that really matter, and things that really, really matter.  Those are the things you need to know.

And if you see that the things that really, really matter, take only five percent of your time, then something is wrong. Then you should do something that can fulfill your aspiration to engage in what really, really matter to you.

It is always difficult to predict the consequences of your decisions and actions but what you can always check is your motivation.

Why am I doing that? Is it just for me or is it also taking into considerations of others?

Is it just for benefits of one person, or for more?

Is it for the short term or the long term benefits?

Those who meditate for 30 minutes a day for 8-10 weeks, the study showed; the area of the brain that is related to stress is less active. Their anxiety and stress diminishes; the immune system and production of antibody increases, high blood pressure decreases, the traits of anger and the tendency to depression goes down.

These lead to conditions to happiness and increase the quality of life.

Your happiness can be achieved with and through happiness of others.

Living together does not mean that everybody should think the same. Have different ideas but work together!

In any situations, it is important that we cultivate love in our mind. It is our mind that generates the optimal quality of being, that is genuine happiness.

Dream Weavers นักทอฝัน

Spider on the window

Beautiful picture by Somkid Chaijitvanit

It has been a long time since I last spotted spiders on their cobwebs.

I don’t know whether it is because my house has become immaculately clean; or spiders have become endangered species as their insect preys are hunted down in the city; or my adult world has been so much entangled in the World Wide Web that I lost the capacity to marvel at the small worlds on the nearby corners.

When I was little, I enjoyed spending my lone time observing cohabiting creatures around the house. Aside from lizards, tadpoles, dragonflies, worms and butterflies, I developed a bond with a spider at a rusty corner of a garden swing.

The “swing” spider hanged itself from the silky web. Little by little, it spun the silk out off its body. Slowly, meticulously, and persistently, it wove its web larger and larger; and when it was satisfied, it stopped.

“Patience is gold. A masterpiece takes time. So does good things.” The spider showed me the truth of these sentences as I was observing her craft in silence.

The web, as it turned out, was her home, feeding circle and a nesting ground where hundreds of tiny baby spiders would be born.

I was impressed by her patience for waiting for the good stuff to come by, too. She hid herself at a far corner of the web, waiting patiently for the prey to be trapped.

Fragile looking, yet robust, the silky spiral orb web was very strong. It could catch insects that flew into it, sustain the breeze and the wind blows from my mouth. It was really amazing how that lightweight and elastic silk had such enduring strength and power.

Perhaps we may need to adopt this strategy of spiders in times of trouble too; to be as light-minded and flexible as possible during hard times.

I used to envy spiders for their innate artistic quality to survive by themselves and on themselves. But in retrospection, I think human beings have great potentials too.

Like spiders, if we look deeply inside ourselves and discover our potentials, we can use it to create a platform of any opportunities we want in this short life.

And to succeed, we most need to value patience and perseverance.

This reflection article was in “Insight”, a monthly column in Outlook, Bangkok Post.

บนหนทางเพื่อชีวิตและสังคม

เมื่อกลางปีนี้ได้มีโอกาสเข้าร่วมฟัวการสนทนาในวงจิตวิวัฒน์ เรื่อง ชีวิตในฐานะชาวพุทธในการเคลื่อนไหวทางสังคม และการเมืองซึ่งครั้งนั้น ผู้มาร่วมวงพูดคุย คือ วุฒิสมาชิก รสนา โตสิตระกูล

คุณรสนาพูดได้ประทับใจมาก และให้แรงบันดาลใจกับเราในการทำงานทั้งเพื่อตัวเอง และเพื่อสังคม

เราได้เขียนบทความชิ้นนี้ลงหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์แล้ว และมีเพื่อนผู้อารีพยายามแปลจากฉบับภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยที่งดงามกว่ามาก

เราจึงอยากร่วมแบ่งปันข้อคิดดี ๆ จากคุณ รสนา โตสิตระกูล มาให้เืพื่อน ๆ ในยามที่ต้องการแรงใจ และพลังในการทำงานและใช้ชีวิตบนหนทาง อ่านที่นี่

ตัวอย่างคำพูดดีๆ

  • เป้าหมายไม่ใช่การได้รับตำแหน่งสูงหรือรวยล้นฟ้า เป็นการต่อสู้เพื่อความถูกต้องยุติธรรม จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้นั่นแหละที่ทำให้ฉันมีชีวิตอยู่
  • ดิฉันไม่มีความทะเยอทะยานทางการเมืองหรือมุ่งหวังที่จะเป็นวีรสตรี สิ่งที่ทำเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติตามแนวพุทธ พุทธศาสนาเพื่อสังคม
  • ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในชีวิต ดิฉันจะถือว่าเป็นเสมือนบทเรียนบนหนทางแห่งการฝึกฝน
  • เมื่อไหร่ที่ใจของเราไม่เป็นปรกติหรือไม่เป็นกลาง ถือว่าผิด ไม่ว่าเราจะให้เหตุผลดีเพียงใดต่ออารมณ์ของเราและสาเหตุที่เราทำ มันก็ยังผิดอยู่นั่นเอง การโกรธหรือคิดแค้นไม่เคยถูกเลย
  • เรามีหน้าที่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทำอย่างต่อเนื่องและต่อเนื่อง เพื่อสร้างเหตุแห่งกุศลกรรมให้เกิดขึ้น ซึ่งจะดูแลผลหลังจากนั้นเอง เธอกล่าว
  • พระพุทธองค์จักทรงฉวยโอกาสเท่าที่มีในการทำสิ่งที่ถูกต้อง และแก้ไขสิ่งต่างๆ ให้ถูกต้อง แม้จะเป็นการกระทำอันเล็กน้อย ไม่สำคัญหรอกว่าคุณจะสำเร็จหรือล้มเหลว โดยเหตุที่พุทธศาสนาเป็นทั้งหนทางและเป้าหมายในตัวเอง

Do you believe in destiny?

Meeting Yo at Baan KampooDo you believe in destiny?

“คุณเชื่อในโชคชะตาหรือเปล่า” เป็นตัวอักษรที่ปรากฏอยู่บนเสื้อของเพื่อนที่ห่างหายกันไปนาน และเราเจอเข้าโดยบังเอิญ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

วันนั้น เราเกิดรู้สึกอยากปรนปรอความอยากกาแฟของตัวเอง จึงชวนจ๋าไปนั่งเล่นที่ร้านบ้านก้ามปู เป็นร้านกาแฟในดวงใจ บรรยากาศดี สามารถพาลูกรักสี่ขาของเราไปด้วยได้ กาแฟและขนมก็อร่อย

วันนั้นเช่นเดียวกัน โยอยากอ่านหนังสือเตรียมสอบในที่มีบรรยากาศดี ๆ ผ่อนคลาย เมื่อเพื่อนของเธอแนะนำให้ไปที่บ้านก้ามปู เธอจึงลองไปดู นับเป็นการไปที่นั่นครั้งแรกของเธอ

และเราก็ได้พบกัน

“ความบังเอิญ ไม่มีในศาสนาพุทธ” เป็นคำกล่าวที่เราได้ยินจากวิปัสสนาจารย์ พระปราโมทย์ ปราโมชโช ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนมาแต่เหตุและปัจจัย ซึ่งเราอาจจะพอเห็น หรือคาดเดาได้ แต่เหตุและปัจจัยอีกหลายอย่างในชีวิต ก็อยู่เหนือสติและปัญญาของเราที่จะเห็น และเข้าใจได้

แต่ขอให้รู้ไว้เถิดว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เหมาะ และ สมแล้วกับเหตุและปัจจัยที่สั่งสมมา

การเจอกันของเรากับโย ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นการสอดคล้องกันของเหตุและปัจจัยหลายอย่าง

เราจะไม่ได้พบกันอีก หากเราไม่เคยพบและรู้จักกันมาก่อนเมื่อหลายปีที่ผ่านมา และเราอาจไม่ได้พบกันเมื่อหลายปีที่ผ่านมา หากเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนในอดีต และเกื้อกูลต่อกันฉันท์มิตร

ใจของเราอาจจะสอดคล้องกันพอดีในวันนั้น ใจสองใจที่คลื่นตรงกันจึงพาเราไปที่นั่น ในเวลาใกล้เคียงกัน

ความไม่บังเอิญในครั้งนี้ ทำให้เราได้ต่อสายสัมพันธ์กันอีกครั้ง ได้อัพเดทข่าวคราวของเพื่อน ได้ให้กำลังใจกันอีกเช่นเคย ที่สำคัญเราได้ให้ความรู้สึกดีๆ แก่กันในช่วงปีใหม่

Friends and foes

ในประเทศไทย ย่านชานกรุง

หญิงวัยกลางคนแต่งตัวดีคนหนึ่ง เดินเข้ามาในร้านขายสินค้าจิปาถะ แล้วถามพนักงานขายว่า “เป็นพวกพันธมิตรหรือเปล่าเนี่ย?”

สาวนักขายตอบ “พันธมิตรอะไรค่ะ หนูไม่รู้เรื่อง หนูขายของ”

“แล้วไป ถ้าเป็นพันธมิตรละก้อ ไม่ซื้อหรอกนะ ไม่ชอบ” หญิงกลางคนตอบ แล้วก็เดินเลือกสินค้าที่เธอพึงใจในร้าน จ่ายเงิน แล้วก็จากไป

อีกซีกหนึ่งของโลก ในประเทศเยอรมนีเรา้ไปเข้าร่วมอบรมการสื่อสารและประชาสัมพันธ์เพื่อสำนึกทางการเมืองและสังคม

ที่นั่นมีผู้เข้าร่วมอบรมจากประเทศรัสเซีย จอร์เจีย อิสราเอล ปาเลสไตน์และอีกหลายชาติ ตลอด 2 อาทิตย์ เราร่วมกิจกรรม ทำแบบฝึกหัด ไปเที่ยว เต้นรำ เล่นกีฬา และอยู่ร่วมกัน

ในงานเลี้ยงคืนก่อนจากกัน เพื่อนชาวจอร์เจียเดินไปมอบการ์ดใบหนึ่งให้เพื่อนรัสเซีย เมื่ออ่านข้อความจบ เพื่อนชาวรัสเซียลุกขึ้นยืน กอดเพื่อนชาวจอร์เจีย พร้อมกับพูดว่า “Dude, our countries are at war. But we are friends. Stay in touch”

ที่นั่น เราต่างเป็นคนไร้สัญชาติ แต่เต็มไปด้วยมิตรภาพ

Visiting Martin Luther at Wartburg Castle with friends

Visiting Martin Luther at Wartburg Castle with friends

My cup of coffee

“I am not addicted to coffee,” I growled as I sipped my favourite Iced Grande Latte, as usual.

But when I repeated this same words to at least three different friends, I came to ask myself, “Are you sure you’re not addicted?”

After deep contemplation, I came to a rough conclusion that “whoever denies he/she is addicted to something or someone, is, in fact, a case of ‘authentic’ addiction.”

Deep inside, we seem to relate addiction to an unfavourable behaviour, some sort of emotional weakness as you have to depend on something or someone to make you feel better, or to get by in this world. It is something to be ashamed of, therefore, it is unacceptable to accept the truth.

The next question is why are we addicted to something or someone?

On reflections, I think in my case, it is because I feel unwholesome, empty, and unfulfilling. Somehow, I seem to relate coffee to the sense of happiness, the expression of freedom. So whenever I drink more than one coffee a day, I will recognise I am in the gloom.

But does coffee help rid my despair or fulfill my heart?

Just temporarily, at least, I enjoy the sense of wholesomeness for a while, and when the cup is empty, here we go again. Vicious circle.

There were also times when I felt I needed nothing to fill me up, and I just passed coffee or anything I am addicted to.

In this light, when we are really wholesome, joyful, happy and fulfilling inside, we do not rely on anything to fill our heart. We are just full and happy.To have or not to have something or someone is not a question. We are totally free!

Now, I investigate further on other addiction habits and sadly I found out I have plenty. For one, I am addicted to the sense of excitement and love in the early stage. Those experiences make my blood fizzing like soda water, which would not last. And in the end, I feel sad and alone.

Taking the coffee addiction story as a clue, I guess, I may have to cultivate the sense of wholesomeness and fulfillment from inside. I need to learn to feel and be full, fully content about my being. Then, I will no longer addicted to any sensations, especially,  love at the early stage.

Eventually, I will be free!

Do you have any addictions? What do you do with them?