ลบความรุงรังในชีวิต

ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่มีวันหยุดยาว ๆ ทำให้เรามีเวลามากพอที่จะย้อนกลับมาสำรวจบ้าน โต๊ะทำงานและพื้นที่อื่น ๆ ในชีวิต รวมถึง พื้นที่ในจิตใจด้วย

เราเป็นคนช่างสะสมจริงๆ ฉันรำพึงกับตัวเอง เมื่อมองไปทางไหนก็เห็นแต่กองหนังสือ และของจุกจิก ตู้เสื้อผ้าก็ล้นทะลัก ชีวิตนี้มีมากเกิน

การมีอะไรมากเกินจำเป็น ทำให้เกิดภาระและธุระในการดูแลรักษา ไหนจะดูแลให้สะอาดเรียบร้อย ไหนจะดูแลให้คงสภาพการใช้งานได้ อีกยังพื้นที่ในการจัดเก็บอีก

ดังนั้น หนึ่งในปณิธานเล็ก ๆ ในปี 2009 นี้ คือ การทำชีวิตให้เบาขึ้น ทั้งภายนอกและภายใน

เริ่มแรก ฉันจัดการไฟล์ต่าง ๆ ในคอมพิวเตอร์ และอีเมลในตู้จดหมายอิเลคทรอนิคส์

การจะรื้อ ลบ ไฟล์ และ จดหมายต่าง ๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะฉันต้องต้านแรงเสียดทานของความเสียดาย ความอาลัยอาวรณ์ ที่เป็นเหมือนยางเหนียวในใจ ก็จดหมายแต่ละฉบับเป็นเสมือนจดหมายเหตุในชีวิต จะให้ฉันลบลืมความทรงจำแบบนี้ไปอย่างไร

แต่ยิ่งเห็นสภาวะใจแบบนี้ ยิ่งต้องฝืนทำ เพราะหากเรื่องแค่นี้ยังไม่สามารถตัดใจได้ เรื่องใหญ่กว่านี้ จะทำได้อย่างไร ฉันจึงลงมือพิฆาตอดีต

ฉันเริ่มด้วยการตั้งสมมติฐานว่า จดหมายทุกฉบับที่มีอายุ เกิน 1 ปี และ/หรือฉันไม่เคยย้อนกลับมาอ่านอีกเลยในเวลา 1 ปี นั้น สมควรต้องจากไป — จดหมายที่เข้าเกณฑ์นี้มีมากมายหรือเกือบทั้งหมด

เกณฑ์ที่สอง — จดหมายที่เป็นเนื้อความที่ดี อ่านแล้วส่งเสริมกำลังใจ รำลึกถึงความสัมพันธ์อันดีกับผู้คนต่าง ๆ จะยังคงไว้ — อย่างน้อย ฉันเก็บจดหมายของทุกคนไว้คนละ 1 ฉบับเป็นที่ระลึก

ในระหว่างรื้อลบจดหมายต่าง ๆนี้ ฉันได้ย้อนทวนเห็นชีวิตตัวเองในช่วงเดือน ปี ที่ผ่านมา แม้จะไม่ได้เปิดจดหมายทุกฉบับมาอ่านอีกครั้ง เพียงเห็นหัวข้อก็ทำให้เห็นภาพ ความรู้สึกต่างๆ ในอดีตย้อนกลับมาในใจ

ฉันได้เห็นการงานที่ทำ ว่าทำอะไร ร่วมกับใครบ้าง ฉันได้เห็นเรื่องราว สุข ทุกข์ ที่มีร่วมกับเพื่อน ๆ ได้สัมผัสความปรารถนาดี และ มิตรภาพจากเพื่อนๆ อีกครั้ง

จดหมายเหล่านั้นเป็นเครื่องเตือนความทรงจำ

หากความรู้สึกที่แท้และมิตรภาพนั้นดำรงอยู่ในปัจจุบันเวลา

ความทรงจำในอดีตที่มีก็อิงอาศัยในหัวใจขณะนี้

ดังนั้น ฉันเลือกที่จะเต็มอิ่มกับปัจจุบัน ที่มีอดีตเหตุและปัจจัย

ในที่สุด ฉันก็สามารถลบจดหมายได้กว่า 3,000 ฉบับ รู้สึกเบาตัว เบาใจมาก ทำให้สะท้อนใจว่า

ในชีวิต เราแบก เราถือ เราเก็บสะสม อะไรไว้มากมาย โดยไม่รู้ตัว

การเก็บสะสมเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป เราจึงไม่รู้สึกหนัก ตราบจนเมื่อสิ่งที่สะสมนั้นมากพอ น้ำหนักก็ปรากฏขึ้น

แต่แทนที่เราจะวางลงเพราะรู้สึกหนัก เรากลับแบกถือสิ่งหนักนั้นต่อไป เพราะความเคยชิน และลืมไปแล้วหรือไม่รู้ว่า การปล่อย และวางลงนั้น เบา สบายกว่าอย่างไร

มาเรียนรู้ ปล่อยวาง โดยเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิต ก่อนที่จะพบกับสิ่งใหญ่ ๆ ที่เราจำต้อง ปล่อยวางให้ได้สักวัน เช่น ชีวิตของเรา และ คนที่เรารัก

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s