นิทานหอยนางรมพระโพธิสัตว์

กาลครั้งหนึ่งไม่นานมานี้ ณ ชายหาดแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของทวีปอเมริกา ยังมีนิคมอันกว้างไกล อันเป็นแหล่งอาศัยที่อบอุ่นและปลอดภัยของเหล่าหอยนางรมยักษ์ เนื้อแน่น นุ่ม แสนอร่อยทั้งหลาย

พวกเขาอยู่ที่นั่นอย่างมีความสุข อุดมสมบูรณ์ด้วยอาหาร แร่ธาตุจากดินภูเขาไฟ และบรรดาแพลงตอนในทะเล นอกจากนั้น ชายหาดแห่งนี้ยังได้รับการพิทักษ์รักษาจากผู้คนที่อาศัยร่วมกับหอยนางรมในบริเวณชายฝั่งนั้น

ดินแดนแห่งห�ยนางรม

ดินแดนแห่งหอยนางรม

ที่นั่น มีกฏอยู่ว่า เฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นจึงจะมีสิทธิจับหอยนางรมได้ และในแต่ละครั้งจะสามารถนำหอยนางรมไปได้เพียงคนละไม่เกิน 16 ตัว

มาตราการนี้ออกโดยสภาชาวบ้านและหอยนางรม เพื่อการอยู่ร่วมที่เบียดเบียนกันน้อยที่สุด

และแล้ววันหนึ่ง หอยนางรมยักษ์ก็เกิดนิมิตรว่า ชะตากำลังจะขาดด้วยน้ำมือของนักท่องเที่ยวสาวคนหนึ่งผู้มาทางจากแดนไกลโพ้นทวีป จะมีหอยกี่ตัวที่จะกลายเป็นซากศพในท้องของหญิงคนนั้น หอยนางรมตัวหนึ่่งรำพึง “เราจะช่วยเพื่อนหอยนางรมของเราให้รอดจากปากมนุษย์ผู้นี้ได้อย่างไร”

ทีบ้านริมชายหาด หญิงวัยกลางคนถามสาวผิวเข้มจากเอเชียว่า “ชอบกินหอยนางรมไหม ป้าจะ้พาไปเก็บสดๆ จากชายหาด ทั้งสด สะอาด นานๆที่จะได้กินอะไรแบบนี้” ป้าบอก

หญิงสาวผู้โปรดปรานหอยนางรม ตาลุกวาว  รีบหยิบถังพลาสติก แล้วเดินตามป้าลงไปยังชายหาดที่ดารดาดด้วยเปลือกหอยสีขาว จนไม่เห็นพื้นทราย “ทั้งหมดนี้เป็นหอยนางรมทั้งที่เหลือแต่เปลือก และที่ยังเป็น ๆ อยู่ เลือกเก็บได้เลย” ป้าบอก

แต่สำนึกถึงชีวิตยังมีอยู่ในใจ ระคนไปกับรสชาติความอร่อยของหอยนางรม “เราเลือกเก็บเฉพาะตัวใหญ่ ๆ และ ตัวที่อยู่ลำพังแล้วกันนะ” ป้า หลานตกลงกัน

ข้อตกลงเช่นนั้นทำให้การเก็บยากขึ้น เพราะหอยนางรมมักจะเกาะกันอยู่เป็นกลุ่ม ยิ่งตัวใหญ่จะยิ่งมีหอยตัวเล็ก ๆ มาขอเกาะอาศัยด้วย

ด้วยเหตุนี้ พวกเธอจึงใช้เวลาในการเก็บอยู่นาน “โชคร้ายหน่อยนะ ไม่ยอมรวมกลุ่มกับเพื่อน ก็โดนกินอย่างนี้แหละ” หญิงสาวพูดกับหอยที่เธอเลือกเก็บใส่ถัง

ขณะที่หญิงสาวกำลังเลือกเก็บ พิจารณาหอยแต่ละตัว เธอหยิบหอยนางรมตัวใหญ่ตัวหนึ่งขึ้นมา และเธอก็ได้ยินเสียงหนึ่งในใจ

ห�ยนางรมโพธิสัตว์

หอยนางรมโพธิสัตว์

“เธอเองก็เคยเป็นหอยนางรมมาก่อน จำไม่ได้หรือ เธอจำความรู้สึกที่โดนแงะเปลือก ขุดเธอออกจากเปลือก และกลืนเธอสด ๆ ลงท้องไปได้ไหม”

ตาของหญิงสาวชุ่มด้วยน้ำตา ไม่อยากกินหอยนางรมแล้ว สงสารจับใจ

“ทะเล คือ บรรพบุรุษของเรา คือ อู่ที่ให้และหล่อเลี้ยงชีวิตมนุษยชาติมาตลอด” เธอรำพึงในใจ เกิดความรู้สึกเชื่อมโยงกับบรรดาหอยนางรมและสัตว์ทะเลทั้งหลาย ราวกับว่า เคยเป็นครอบครัวเดียวกันมาแต่ชาติปางก่อน

ปฏิสัมพันธ์ที่ผู้ฆ่า มีกับ เหยื่อ เป็นนาทีทองแห่งชีวิต และพลิกจิตได้ นี่กระมัง การที่เราไม่เห็นเหยื่อในขณะที่กำลังจะตาย ไม่เห็นกระบวนการ เราเห็นและกินแต่สิ่งที่ เสร็จ แล้ว ทำให้เรากินสิ่งๆ นั้นได้อย่างง่ายดาย เพราะเราไม่เห็นจิตวิญญาณในขณะที่มันยังมีชีวิต”

ในใจเธอ คิดยุติการกิน แต่เกรงใจความปรารถนาดีของป้าที่อยากให้เราได้กินของดี และ อร่อย

หญิงสาวจึงตัดสินใจ ตั้งสัจจะอธิษฐานต่อหอยนางรมตัวใหญ่ทั้งหลายที่เธอเก็บมาว่า “เราจะให้ท่านทั้งหลายสละชีวิตของท่านเป็นทาน ดั่งที่พระโพธิสัตว์เคยทำ ชีวิตของท่านจะไม่สูญเปล่า แต่จะแปรเปลี่ยนเป็นความรักและปัญญาที่เติบโตในใจของข้าพเจ้า”

ชีวิตของท่านจะช่วยชีวิตทั้งหลายบนชายหาดนี้ และ ชีวิตหอยนางรมทั้งหลายทั่วโลก ต่อแต่นี้ไป ข้าพเจ้าจะไม่กินหอยนางรมอีกเลย ชั่วชีวิต”

และขอให้บุญจากความตั้งใจ ตั้งสัจจะอธิษฐาน และ ความพยายามที่ข้าพเจ้าจะได้ทำตามคำมั่น ขอให้บุญกุศลทั้งหลาย ไปถึงท่านตลอดกาลนาน”

เย็นนั้น หญิงสาวช่วยป้าแงะหอยนางรมออกจากเปลือก ในใจเธอก็ภาวนาระลึกถึงคำสัญญาที่ให้

จนทุกวันนี้ คำสัญญายังคงงอกงาม มั่นคงในใจของเธอ

Advertisements

3 responses to “นิทานหอยนางรมพระโพธิสัตว์

  1. กุ้มจาย วันนี้กำลังจะไปกินหอยนางรมอยู่เชียว

  2. เรื่องเล่านี้ดีมากเลย

    อืม เปลี่ยนจากหอยนางรมเป็นกุ้งกะปลาหมึกได้มะ?

    ยอมไม่กินชั่วชีวิตก็ได้นะ

  3. อ่านนิทานเรื่องนี้แล้ว ทำให้เรามี2จิต2ใจอะเพราะเราอยากไปเก็บหอยนางลมมากเลย
    อยากกินสดๆท่าจะอร่อย พอได้อ่านเรื่องนี้เเล้ว ยังไม่ใกล้ไปเก็บเลยค่ะ แม้แต่หอยแคลง ปู ที่อยากได้
    อยากไปเก็บนะค่ะ แต่ก็คิดว่าหลายชีวิตซะเหลือเกิน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s