เมื่อ งู กับ คน ดวลกัน

หากฉันเป็นนักเรียนใน Hogwart ของวรรณกรรมเด็ก เรื่อง แฮรี่ พอทเตอร์ ฉันเชื่อแน่ว่า The Hat คงเลือกให้ฉันอยู่บ้าน Slitherin บ้านแห่งงูแน่ๆ เลย

ทำไมนะหรือ เพราะฉันเริ่มรู้สึกว่า เชื่อมโยงและสื่อสารกับงูได้

ความรู้สึกเชื่อมโยงกับงู เกิดขึ้นอย่างเด่นชัด ราว ปีกว่าๆ เห็นจะได้ ตอนนั้น ฉันกำลังนั่งคุยโทรศัพท์ริมบ่อน้ำหน้าบ้าน กำลังเพลินๆ ก็เห็นงูตัวใหญ่ตัวหนึ่งเลื้อยมาหยุุดอยู่ตรงข้ามบ่อน้ำ

เราสบตากัน เวลาหยุดนิ่ง ราวกับไม่เคยมีอยู่

ในช่วงสั้นๆ นั้น ฉันเห็นความงามในสีสัน ในเลื่อมเกล็ดของงู

ฉันเห็นแววตาแห่งมิตรภาพ ความสันโดษลำพัง และแววตาแห่งความกลัวในงูตัวนั้น

เวลาผ่านไปเพียงใดไม่ทราบแน่ สักพัก เราต่างสะดุ้ง ฉันหันหลังเดินเข้าบ้าน ส่วนงูตัวนั้นเลื้อยลับไปกับอากาศ

เราต่างกลัวกันและกัน สัญชาติญาณแห่งความกลัวในงู มีอยู่ในฉันซึ่งเป็นผลผลิตของวิวัฒนาการจากสัตว์เลื้อยคลานด้วย

การพบกันครั้งนั้น ทำให้ฉันรู้สึกเชื่อมโยงกับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า งู

งูไม่น่ากลัว มันเป็นสัตว์ที่สง่างาม สันโดษ รักสงบ

ความน่ากลัวของงู อยู่ที่ความกลัวในสัญชาต์ญาณที่ยังไม่ได้รับการขัดเกลา งูฉกและกัด เพราะมันกลัว กลัวจนต้องปกป้องตัวเอง และทำร้ายผู้อื่นก่อน

มนุษย์เองก็เป็นเช่นนั้น

ไม่กี่วันมานี้ ฉันกำลังจะเอารถออกจากบ้าน เมื่อเดินไปถึงประตูรั้ว เห็นงูเห่าขนาดกลาง (วัยรุ่น) ตัวหนึ่งนอนนิ่งอยู่ ฉันชะงัก รู้สึกว่า มันกำลังหลงทาง งงอยู่ว่าจะไปทางไหนดี

ส่วนฉัน คิดเพียงว่า อย่าเข้ามาในบ้านนะ

แล้วมันก็เลื้อยเข้ามาในบริวเณบ้าน ฉันหยิบไม้กวาด พยายามบอกทางให้เขาออกไป เขาแผ่แม่เบี้ยเล็กน้อย แล้วเลื้อยไปในทางที่ฉันชี้บอก

คุณพ่อเดินออกมาพอดี ฉันบอกพ่อว่ามีงู ให้ระวัง แล้วจะไปเอาการบูรมาโปรยไล่ เพราะ พะตีปะกากะญอบอกฉันคราวไปนอนป่าลำพังว่า สัตว์อันตราย เช่นเสือ และ งู ไม่ชอบกลิ่นฉุน เปรี้ยว ประมาณนั้น

แต่ยังไม่ทันทำอะไร ยามหมู่บ้านผ่านมาพอดี พ่อจึงเรียกให้มาจับงู

เขาหยิบไม้กวาดมา เงื้อขึ้นสุดมือ ฉันร้อง “อย่าฆ่า” เสียงไม้ฟาดพื้นดังตึ้บ “อย่าฆ่าเขา ให้เขาไปหลังบ้าน” เสียงดังอีกหนึ่งตึ้บ

หัวใจฉันร้องไห้ รู้สึุกเหมือนว่าเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งถูกฆ่าต่อหน้าต่อตา ฉันรู้สึกว่า น้องงูเดินทางตามลำพัง สันโดษ เขาออกจะกลัวผุ้คนเสียด้วยซ้ำ ด้วยมนุษย์รุกรานพื้นที่อยู่อาศัยของเขา เขาจึงจำเป็นต้องอยู่รอดด้วยการปะปนอยู่กับคนด้วย และจบชีวิตลงเช่นนี้

ฉันเสียใจ ในฐานะผู้บอกพ่อว่า งูตัวนี้อยู่ในบ้าน

ฉันเสียใจที่งูต้องตาย และ มีคนที่ร่วมทำกรรมนี้

มันเป็นการดวลกันระหว่าง ความกลัวของ งู และ ความกลัวของ คน

ในการดวลครั้งนี้ งูอาจจะตาย แต่ผู้แพ้ คือ คนที่ไม่อาจก้าวข้าม และดูแลความกลัวภายในได้

ความกลัวทำให้เราทำร้ายกัน

เรากลัวเพราะ เราไม่รู้

เรากลัวเพราะความคิดปรุงแต่งสร้างภาพมายา

ท้ายที่สุด เราฆ่ากัน สร้างกรรม เพราะภาพมายาที่จิตปรุงแต่ง

ฉันร้องไห้ เสียใจอย่างที่สุด การฆ่าไม่ดีเลยจริงๆ ไม่ว่าจะฆ่าอะไร ฉันเจ็บปวดเหลือเกินกับเหตุการณ์ครั้งนี้

ฉันอยากให้งูตัวนั้น ที่ฉันนับเป็นเพื่อน ไปดีอย่าได้มีชะตากรรมเช่นนี้อีก

ฉันจึงตั้งใจว่้า จะทำบุญให้เขา ด้วยการให้การตายของเขาเป็นแรงบันดาลใจให้ฉันเปลี่ยนจิตเปลี่ยนใจ ยกให้เขาเป็นครู เป็นพระโพธิสัตว์ที่เสียสละชีวิตเพื่อมาปลุกจิตวิญญาณของฉัน

ด้วยความเสียสละของงูตัวนี้ ฉันตั้งใจว่า จะดำรงตนในศีลข้อที่ 1 อย่างมั่นคง จะหมั่นสำรวจตรวจสอบและทำศีลข้อนี้ให้ละเอียด ปราณีตขึ้นเรื่อยๆ ฉันจะทำทุกวิถีทางที่จะบำรุงหล่อเลี้ยงชีวิตทุกชีวิตเต็มสติปัญญาความสามารถ และฉันจะละ ลด เลิก การฆ่าทางอ้อม เช่นการบริโภคเนื้อสัตว์และเบียดเบียนสัตว์ต่างๆ เป็นต้น

ขอกุศลผลแห่งความตั้งใจนี้ ส่งถึงน้องงู ให้น้องมีความสุข ศานติ

Advertisements

One response to “เมื่อ งู กับ คน ดวลกัน

  1. วันก่อนอ่านเล่ม “ชวนม่วนซื่น” โดยพระอาจารย์พรหม เล่มนี้หยิบมาอ่านเรื่อยๆ ตอนพักสายตาจากคอมฯ เป็นหนังสือเล่มที่โปรดปรานมากเล่มหนึ่ง และอ่านได้ไม่รู้เบื่อพอๆ กับสามก๊ก (ฮ่า)

    เรื่อง “เด็กผู้หญิงกับเพื่อน” เล่าถึงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มักจะมาขอนมจากคุณแม่ใส่จาน แล้วก็เอาออกไปนอกบ้านทุกวัน

    วันหนึ่งคุณแม่อดรนทนไม่ไหวก็แอบไปดู ก็เห็นลูกสาวเอาจานไปวางไว้ที่ข้างบ้าน แล้วก็พูดว่า ออกมากินได้แล้ว เจ้าตัวดำ-ดำ ยาว-ยาว ก็แลบลิ้นแผลบ-แผลบเลื้อยออกมา แล้วก็กินนมในจาน ส่วนแม่ก็ยืนตัวแข็งอยู่อย่างนั้น จะดึงลูกสาวกลับก็กลัวงูจะฉกลูก แต่เจ้างูก็เลื้อยกลับ

    แม่บอกเรื่องนี้กับพ่อ พ่อก็บอกว่าไม่ต้องห่วง จะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย

    วันถัดมา เด็กผู้หญิงก็ทำอย่างเดิม มาขอนมใส่จาน และถือออกไปวางที่ข้างบ้าน พอเจ้างูเลื้อยออกมา ก็มีเสียงดังเปรี้ยง พ่อยิงหัวงูซะกระจุย แล้วก็เดินกลับเข้าไปในบ้าน

    ส่วนเด็กผู้หญิงคนนั้น ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เธอก็ไม่กินข้าวกินน้ำ ล้มป่วยลง รักษาอย่างไรก็ไม่หาย และตายในที่สุด – อย่าตายนะคุณ

    อ่านเรื่องข้างบนก็นึกถึงเรื่องข้างล่าง เพราะเพิ่งอ่านพอดิบพอดี

    ยุคก่อนตอนเราเด็กๆ ออกไปเดินเล่นในที่มืดๆ กลางคืนกับเด็กโตแล้วโดยผู้ใหญ่ไม่ได้ห่วงอะไร บ้านเรือนผู้คนก็เต็มไปด้วยต้นไม้ ไม่เห็นจะต้องกลัวงูมาอาศัยอยู่ พอมีงูที ยายและแม่ก็ให้คนจับออกไปปล่อยซะทีนึง ไม่ทำกรรมเดือดร้อนให้ต่อกัน จำได้ว่า ตอนเด็กเคยเอาไม้กวาดไปไล่แมว แม่ยังโวยวายเสียบ้านแตก บอกว่าตีแมวเหมือนตีเณรนะลูก – ตอนนั้นไม่เห็นเข้าใจเลย เดินไปดูเณรทีไร ก็ไม่เห็นจะหน้าเหมือนแมวเลย

    เคยคุยกับแท็กซี่ เป็นคนต่างจังหวัด เขาเล่าว่า บ้านพักที่กรุงเทพฯ เขาไม่กล้าปลูกต้นไม้หรอก กลัวงู – ทีแรกเรานึกว่ามีแต่คนกรุงเทพฯ ที่กลัว เรื่องคนยุคใหม่กับงูไม่รู้เป็นอย่างไร น่าจะมีงานวิจัยความกลัวงูขึ้นสมองของคนเมืองนะ

    แต่ความกลัวเป็นเรื่องที่สะกดจิตกันได้นะ เพราะมีหนหนึ่งเคยไปอยู่บ้านสวน กำลังเห่อทำสวน ง่วนกับขุดดินปลูกต้นไม้ทั้งวัน เพื่อนคนหนึ่งก็เป็นห่วง ซักใหญ่โตว่างูเยอะไหม ตัวใหญ่ไหม คุยอย่างนี้อยู่นาน ตกกลางคืน เราเริ่มจิตตก เดินผ่านสวนก็หวั่นว่าจะไปเหยียบกลางตัวงูบ้าง รุ่งขึ้นอีกวัน ทำสวนก็เริ่มจิตไม่ินิ่ง กลัวว่าจอบเสียบจะไปฟันถูกงู แล้วงูจะโผมาฉกบ้าง – ความกลัวเป็นสิ่งที่ปรุงแต่งได้ง่ายมากจริงๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s