ใครทำ?

ณ ที่ไม่อาจเอ่ยนาม

ณ ห้วงยามที่ไม่อาจเอ่ยนับ

คุณยึดติดปรากฏขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงรำพัน

“ไม่รู้ว่า คนอื่นจะรู้สึกอย่างไรกับงานเขียนของเรานะ”

คุณปล่อยวางอดไม่ได้ จึงต้องตื่นขึ้นมารับฟังและเป็นเพื่อนปรับทุกข์

“นี่ เธอคิดว่างานเขียนนั้นเป็นของเธอจริงๆ หรือ?”

“ก็มันเป็นชื่อฉัน คนเขาอ่านก็รู้ว่าใครเขียน” คุณยึดติดตอบ

“อันนั้นก็ใช่ ไม่เถียงหรอก แต่อยากจะถามว่า เธอเป็นคนทำงานนั้นเหรอ”

“อ้าว ถ้าฉันไม่เขียน ไม่พิมพ์ตัวอักษรลงไป แล้วมันจะเกิดเป็นเรื่องราวได้อย่างไร เธอพูดตลกอีกแล้ว ไม่ขำนะเนี่ย”

“เธอเป็นคนพิมพ์ตัวอักษรนะใช่ ฉันไม่เถียง แต่ถามหน่อยว่า ตัวอักษร และความคิดนั้นมาจากไหน”

“ถามอะไรแปลก ๆ ความคิดก็มาจากหัวสมองของฉันนั่นไง ฉันนี่แหละเป็นคนคิด” คุณยึดติดเริ่มฉุน

“สมองเป็นของเธอหรือ?” คุณปล่อยวางถามต่อ

“ก็ถ้าเธอว่าไม่ใช่ แล้วมันเป็นของใคร ไหนว่ามาซิ” คุณยึดติดท้า

ถ้าเป็นสมองของเธอ เธอก็น่าจะทำให้ตัวเองฉลาดกว่านี้ซิ สั่งสิ สั่งเลย ทำได้ไหม? สั่งเลยว่าให้คิด หรือ ห้ามคิด สั่งให้จำข้อมูลทุกอย่างที่อ่าน รู้ทุกเ่รื่องที่ผ่านเข้ามาในสมอง เธอบอกมันสิให้ทำตามที่เธอต้องการ” คุณปล่อยวางร่ายยาว

คุณยึดติด นิ่งเงียบ หลบอยู่ในความคิด

“ฉันไม่รู้ คิดไม่ออก นี่หมายความว่า ฉันไม่สามารถสั่งให้สมองคิดคำตอบให้ได้ดังทีี่ใจต้องการจริงๆ หรือเนี่ย”

“เธอไม่ได้เป็นเจ้าของความคิดหรอกนะ แต่เธอเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดความคิดนั้นๆ สมองเป็นเหมือนเครื่องรับสัญญาณ และส่งสัญญาณ ข้อมูลจึงเกิดขึ้น ไหลผ่าน ทำปฏิกิริยากันก็เท่านั้น

“การที่เธอรู้สึกว่า เธอมีความทรงจำเก็บประทับไว้ในเนื้อสมองนั้น มันเป็นเพียงปฏิกิรกยาของสมสองที่มีระบบ มีแบบแผนบางอย่าง ที่เมื่อใดเกิดขึ้นเป็นเหตุปัจจัยแบบเดิม เรื่องราว ข้อมูลเดิมก็จะผุดขึ้นมา เลยดูเหมือนเธอเก็บความคิด ข้อมูล และ ความทรงจำได้แบบเรียกว่า ถาวร”

“คิดดูนะ ถ้าข้อมูลอยู่ในสมองจริง เราก็ไปเอาจากอัจฉริยะที่ตายไปแล้วก็ได้นะ ข้อมูลไม่สูญหาย” คุณปล่อยวางกล่าว

“งั้น ความคิดก็ไม่ใช่ของฉัน สมองก็ไม่มช่ของฉัน” คุณยึดติดเสียงอ่อย

“ใช่ และความคิดก็ไม่ใช่เธอด้วย” คุณปล่อยวางตอบ

“โอ๊ย พอก่อน ชักปวดหัวแล้ว เอาว่า วันนี้เธอช่วยบอกฉันสิว่า ฉันควรจะรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่ทำ หรืองานที่เขียน โดยที่ไมยึดครองเป็นเจ้าของ”

“ขอให้เธอมองอย่างลึกซึ้งและเข้าใจว่า ตัวเธอนั้นเป็นเพียงเครื่องมือของจักรวาล ของมวลสรรพสิ่ง ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ สมองซึ่งเป็นเครื่องรับสัญญาณนำความรู้จากจักรวาลมา โดยอาศัยต้วเธอเป็นสื่อ ข้อมูลต่างๆ ก็ไหลผ่านตัวเธอมา”

“ถ้าเธอมองเช่นนั้น เธอก็จะใจเบา ตัวเธอเป็นเครื่องมือของสัจจธรรมเท่านั้นเอง” คุณปล่อยวางแนะ ก่อนพูดต่อไปว่า

“เธอคิดว่า ทำไมธรรมชาติจึงมอบสมอง และ สติปัญญาให้มนุษย์ ทำไมวิวัฒนาการจึงทำให้มนุษย์มีสมองที่คิดได้อย่างนี้ มันมีเป้าประสงค์อันใดไหม? ถ้าเธอลองใคร่ครวญเรื่องนี้ เธอจะเห็นว่า สมองเป้นผลผลิตของบางอย่างที่ีไม่ใช่เธอ แต่สิ่งนั้นจะเรียกว่า ธรรมชาติก็ได้ ต้องการให้เธอทำอะไรบางอย่าง”

“งานเขียนใช่ไหม” คุณยึดติดเริ่มยิ้ม

“ใช่เลย ถ้าเธอมีความสุข สุนกเบิบานกับการเขียน นั่นอาจเป้นเหตุผลหนึ่งของจักรวาล เป็นของรางวัลแห่งความสุขให้เธอก็ได้นะ” คุณปล่อยวางตอบ

คุณยึดติดยิ้มกว้าง เมื่อนึกถึงความสุขที่เกิดระหว่างการเขียน “ฉันเป็นเพียงเครืื่องมือของธรรมะ ฉันเป็นเพียงเครืื่องมือของธรรมะ ฉันเป็นเพียงเครืื่องมือของธรรม” คุณยึดติดท่องราวราวกับว่า คำนั้นเป็นมนตราอันศักดิ์สิทธิ์

เสียงค่อบๆจางหาย รอยยิ้มค่อยๆ กลืนคุณยึดติดหายไปกับความว่าง พร้อมๆ กับคุณปล่อยวาง

ณ สถานที่ไม่อาจเอ่ย และ ห้วงเวลาที่ไม่อาจคะเน เสียงสุดท้ายในความว่างปรากกฏขึ้น

“ท่านพระอาจารย์พุทธทาสยังเคยกล่าวไว้เลยว่า พระพุทธเจ้าเป็นปากของพระเจ้าอิทัปปัจยตา (ความเป็นเช่ันนั้นเอง) แล้วเราจะเป็นอะไรได้มากกว่าพระพุทธเจ้าหรือ”

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s