สุขใจที่มีเพื่อน

โชคดีจริง ๆ วันนี้ความสุขที่เกิดขึ้นยาวนานถึง 5 ชั่วโมงเมื่อฉันนั่งสุนทรียสนทนาแบบกันเองกับเพื่อนผู้แสนดีคนหนึ่ง

นับแต่ตอนที่ฉันเดินเข้าไปในออฟฟิสเพื่อนคนนี้ ฉันได้ยินเสียงเขา “อุ๊มาแล้วเหรอ?” ใจฉันตื่นและเต้นแรง เมื่อเขาปรากฏขึ้น ฉันรู้เลยว่า เราดีใจเหลือเกินที่ได้เจอกัน เราโผเข้ากอดกันด้วยสติ ตามลมหายใจสัก 3 ครั้ง ช่างวิเศษจริง ๆ

จากนั้นเราเริ่มต้นคุยกัน เขาเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ชีวิตในช่วง 3 เดือนที่ไม่ได้ติดต่อกัน“เราขอเล่าอย่างแบใจ เหมือนกับว่าเรากำลังเล่าให้หัวใจของเราเองฟังนะ” เพื่อนบอก

ฉันพยักหน้า หัวใจเปิดออกเพื่อรองรับความรู้สึกทั้งหมดที่เพื่อนจะแบ่งปัน

เพื่อนเล่าเรื่องราวที่เข้ามาในชีวิต ความคาดหวัง ความไม่เป็นดังคาด ความหนักใจ ความอดทนต่อปัญหา และทางออกหลากหลายบท หลากหลายพฤติการ

ฉันนั่งฟังอย่างตั้งใจ ไม่มีเสียงของตัวเองเจือปน ตัดสิน วิพากษ์วิจารณ์

บางครั้งเพื่อนเงียบไป ใจฉันขยุกขยิกด้วยไม่อยากให้ความเงียบครอบครองพื้นที่ แต่ความเงียบก็เป็นภาษาและใจความอย่างหนึ่งที่เพื่อนต้องการสื่อ ฉันจึงเงียบและรอคอย เพื่อนพูดต่ออย่างไหลเลื่อน

ฉันให้เพื่อนพูดจนเขารู้สึกและบอกฉันเองว่าเขาพูดจบแล้ว

“นั่นก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด อุ๊ช่วยสะท้อนให้เราฟังหน่อยซิ” ฉันมองลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนและมองเข้าไปในใจตัวเอง

“สิ่งที่เราได้ยินคือ ความศรัทธาที่เพื่อนมีต่อมนุษย์ ศรัทธาในพุทธะและคุณความดีของคนที่มีโอกาสเติบโตได้ แม้ในวันนี้เราจะยังไม่เห็นมัน และศรัทธาต่อตัวเอง”

“สิ่งที่เราได้ยินคือขันติ ความอดทนที่เพื่อนฝึกฝน ฝึกฝืนต่อความลำบากใจต่าง ๆ”

“สิ่งที่เราได้ยินคือการเผชิญปัญหาด้วยความรัก ความเมตตา และความกรุณาที่เพื่อนมีต่อคนทั้งหลายที่เกี่ยวข้อง”

“สิ่งที่เราได้ยินคือความซื่อสัตย์จริงใจต่อหัวใจตัวเองและผู้อื่น”

“สิ่งที่เราได้ยินคือการนำธรรมะมาปฏิบัติจริงในพื้นที่ชีวิต”

“ขอบคุณที่เพื่อนให้ความทุกข์ของเพื่อนเป็นครูสอนธรรมะแก่ฉัน”

“ขอบคุณที่ให้แรงบันดาลใจในการนำธรรมมาสู่ชีวิตประจำวัน”

“ขอบคุณที่ทำให้ฉันเห็นคุณค่าของความศรัทธาว่า เป็นพลังยิ่งใหญ่ที่ช่วยกู้วิกฤตในใจได้ สอนให้เรามองเพื่อนมนุษย์ด้วยสายตาแห่งความรัก ความเข้าใจ และการให้อภัย”

“ขอบคุณที่สอนให้เราเห็นว่า การซื่อสัตย์ต่อหัวใจตัวเอง แบใจออกมาอย่างหมดท่า (ไม่เก๊ก) นั้นงดงามและมีพลังเพียงไร มันไม่ยากเลย และเป็นสิ่งล้ำค่าที่จะมอบให้ผู้อื่นด้วยซ้ำไป คือ หัวใจของเรา”

“ขอบคุณที่พูดจากหัวใจ วางใจในเรา และทีเราวางใจในกันและกัน”

“ขอบคุณมิตรภาพที่แสนอบอุ่น”

“ขอบคุณที่เป็นคนดี ขอบคุณที่ทำดีให้เห็น ขอบคุณที่เราได้รู้จักกัน และขอบคุณการดูแลกันและกัน การช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด”

การสนทนาของเราเป็นการฝึกจิต บ่มเพาะสติและความรัก

มันก็ไม่ได้ซีเรียสเคร่งเครียด หรือมีพิธีรีตรอง รูปแบบอะไร

ก็แค่ คน2 คน นั่งคุยกันด้วยหัวใจที่เปิดออก รับฟังอย่างลึกซึ้ง พูดอย่างมีสติและซื่อสัตย์ และทั้งสองคนมีความรัก ความปรารถนาดีต่อกันอย่างที่สุด

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s