เมื่ออดีตและอนาคตพบกันที่ปัจจุบัน

น้องโฟล์ค

น้องโฟล์ค

เด็กน้อยลืมตาดูโลก เจ้าเห็นอะไร

โลกหน้าตาเป็นอย่างไรสำหรับเจ้า

โลกสดใส สดสวย หรือ วุ่นวายสับสน

เมื่อเจ้าจ้องมองหน้าป้า เจ้าเห็นนางฟ้าหรือซาตาน

เห็นสิ่งใด คิดอะไร ขอให้เจ้าคิดดี เห็นสิ่งงดงาม

กระจกใสที่ห้องปลอดเชื้อกั้นสัมผัสระหว่างฉันกับหลานชายแรกเกิด ฉันเฝ้ามองเด็กน้อยผิวบางสีแดง เส้นขอบตาพริ้มสนิท ริมฝีปากอ่อนบางเม้ม เบ่งแก้มยุ้ย

เนิ่นนานเวลาผ่านไป…ฉันยังเฝ้ามอง และเห็นตัวเอง เมื่อ 37 ปีก่อน ฉันก็เกิดด้วยน้ำหนัก 2.8 กิโลกรัม พอ ๆ กับหนูน้อยผู้ที่พ่อของเขาตั้งชื่ออย่างเก๋ (แม่ของเด็ก) ว่า น้องโฟล์ค (เป็นภาษาเยอรมันแปลว่า ปวงชน)ช่วงวันที่เกิดก็ใกล้เคียงกัน

ภาพของเด็กน้อยนอนสบายทำให้ฉันรำพึงกับหลายคำถาม

ฉันรู้สึกอย่างไรนะ เมื่อออกมาจากถุงน้ำในท้องแม่

อากาศข้างนอกรู้สึกอย่างไร

แสงสว่างข้างนอกระคายตามากไหม

เสียงและสัมผัสข้างนอกเร้าใจอย่างไร

ฉันเห็นอะไร รู้สึกอย่างไรและคิดอะไรบ้างไหม

ฉันดีใจไหมที่ได้ออกมาข้างนอก

………

ฉันมาไกลจากจุดเริ่มต้นในชีวิตนี้ และใกล้บั้นปลายเข้าไปทุกที

ด้านหนึ่งของกระจก เด็กน้อยเอ๋ย เจ้าย้อนอดีตที่ป้าเคยผ่านมา

ส่วนอีกด้าน หนูน้อยเอ๋ย เจ้าเห็นอนาคตที่เจ้าจะต้องเดินทางไหม

เด็กน้อยลืมตา เหมือนรู้ว่าฉันคิดอะไร เจ้ามองตรงผ่านหน้าต่างมาราวกับจะประกาศว่า

“หนูคือความหวังของโลก หนูเป็นความหวังของชีวิตและความดีงาม หนูคือความหวังของมนุษยชาติ”

“ถูกแล้ว….หนูน้อยเอ๋ย ขอให้เจ้ารักษาความสดใส ใจบริสุทธิ์ในวัยเยาว์ไว้ให้นานเท่านาน และหากวันใดที่เจ้าหลงลืมจิตในวันแรกเกิด ก็ขอให้ในวันหนึ่ง เจ้าได้มีโอกาสเวียนกลับมาเห็นตัวเจ้าเอง อย่างในวันนี้ที่ป้้าได้เห็น”

จิตในวันนี้ยังปลอดมายา แม้เกิดมาจากเมล็ดพันธุ์แห่งอวิชชาก็ตาม จิตเจ้าคงเบาสบาย ไร้กังวล ปลอดความคิดเป็นพิษมากมาย …ป้าบอกไว้ก่อนนะ ระวังให้ดี เจ้าความคิดเนี่ย เมื่อไรรู้จักมันแล้ว อย่าหลงไปอยู่ในโลกของมันเชียวนา”

เด็กน้อยมองนิ่ง แล้วหาว …..

“ในความธรรมดาของการเกิด ป้าได้เห็นความหวัง โอกาสของชีวิต และได้เห็นว่า ป้าได้ใช้พรแห่งชีวิตอันวิเศษนี้ไปมากน้อยเพียงใด เสียโอกาสไปเท่าใด”

“หนูน้อยเอ๋ย ชีวิตคือโอกาส ขอให้เจ้าตระหนักในพรที่ได้รับนี้ และใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ตัวเจ้าเอง เพื่อจะเป็นประโยชน์แก่ผู้คนมากมาย”

ในชีวิตนี้มีพรมากมายให้เจ้าเก็บเกี่ยวตามทาง

ท่ามกลางความทุกข์ระทมในโลก เจ้าจะเห็นรอยยิ้มในทะเลน้ำตา

ก็เจ้าเองนั่นไง ที่เป็นผู้ให้รอยยิ้มแก่โลก

Bravo!

“เด็ก คือ รูปธรรมของความรักจากพ่อและแม่” อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์กล่าวเมื่อมาเยี่ยมหลาน และพ่อเอกที่กำลังเห่อก็ขอให้ท่านอาจาีรย์รับขวัญน้องธรรมธร ด้วยการอุ้มลูกในอ้อมกอดแห่งรัก

อาจารย์ประมวลกับน้องโฟล์ค

อาจารย์ประมวลกับน้องโฟล์ค

จริง ๆ ด้วย ตัวเราเองคือ ภาพสะท้อน หรือภาพแสดงของความรักทั้งจากพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง ครูอาจารย์ ธรรมชาติ สรรพสัตว์ ที่ให้กำเนิด หล่อเลี้ยงชีวิตอุ้มชูกันมา

ในเมื่อเราเกิดมาจากความรัก เติบโตได้ด้วยความรัก แล้วเราจะไม่รักผู้คนและโลกได้อย่างไร

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s