เต็มที่กับชีวิตหมา ๆ

นับแต่วันที่เราได้หมาน้อยสีขาวหน้าตาเจ้าเล่ห์มา เราก็ได้เรียนรู้หลายบทเรียน โดยเฉพาะการเผชิญกับความเจ็บป่วยและความตาย

200309

ช่วงอายุ 2 เดือนกว่า เจ้าโลตัสป่วยเป็นลำไส้อักเสบ ซึ่งในลูกสุนัขแล้ว โอกาสรอดมีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะเชื้อแบคทีเรียจะทำให้มันอาเจียนและถ่ายเป็นเลือดจนช๊อคตายไป

ในตอนที่กำลังใช้เครื่องมือตรวจผลเชื้ออยู่นั้น ใจของฉันลุ้นระทึก เมื่อเครื่องมือแสดงผลบวกมากขึ้น ใจฉันลดต่ำลง แวบแรก อยากให้หมอ put to sleep เจ้าโลตัส เพราะไม่อยากให้หมาน้อยต้องทรมาน

แต่เมื่อนึกได้ ฉันเห็นโอกาสที่จะช่วยมันทางจิตใจ จึงทำใจตัวเองให้เข้มแข็งเผชิญความตายของมันร่วมกัน

และช่วงนี้เองที่ฉันตั้งชื่อใหม่ให้มัน จากขนมจีน เป็นโลตัส ซึ่งแปลว่า บัวขาว (เพื่อการตื่นรู้) ถือเอาว่ามอบโลตัสให้พระธรรมดูแล

ช่วงนั้น ทรมานกายและใจของเรามาก แต่เจ้าโลตัสเป็นหมาเข้มแข็ง ตัวมันสั่นเพราะการบีบตัวของลำไส้แต่มันไม่ร้องสักแอะเดียว

ฉันทำทองเลน นำทุกข์ของมันมาในตัวเพื่อแปรเปลี่ยนเป็นความสุขนำกลับคืนไปให้ ฉันเปิดเทปธรรมให้มันฟัง 24 ชั่วโมง เพื่อที่ว่าหากขณะจิตใดที่มันสิ้นลม หากจิตรับรู้ได้ มันจะได้ไปดี

ผ่าน 3 วันอันตราย โอกาสรอดมีสูงขึ้น จนเป็น 1 สัปดาห์ หนึ่งเดือน และ หนึ่งปี

โลตัสได้ชื่อว่า “หมาตัวที่รอด”

แม้มันจะรอดตาย แต่รอยกรรมก็ฝากเชื้อโรค ความเจ็บป่วย และความตายไว้ในตัวของมัน (คงไม่ต่างกับคนที่ล้วนมีรอยกรรมฝากไว้ในดีเอ็นเอทางกาย และ ทางจิต) 

ในวันนี้ เชื้อโรคนั้นกำเริบ เป็นพยาธิในเม็ดเลือด Ehrlichia canis ที่ทำให้มันอ่อนแอ หมดแรง ไม่กินอาหาร และอาจมีผลต่ออวัยวะต่าง ๆ ตามเป็นลำดับ

หมอเพิ่งรายงานผลว่า เกร็ดเลือดมันต่ำมาก จากที่ปรกติควรเป็นสักหนึ่งแสน แต่โลตัสมักน้อย ขอเพียง 5000

ฉันสำรวจใจตัวเองและเห็นว่า ต่างไปจากวันวาน ฉันสงบขึ้น และยอมรับอะไรก็ตามที่จะเกิดขึ้น อาจเป็นเพราะเคยผ่านห้วงวิกฤตมาแล้ว หรืออาจเป็นเพราะฉัันทำใจกับธรรมชาติของชีวิตได้มากขึ้นก็เป็นได้

ไม่เป็นไร เราจะดูแลเขาให้ดีที่สุด ไม่ว่าเขาจะอยู่ในโลกนี้อีกนานแค่ไหน ให้คุ้มกับที่เกิดมาเป็นหมา (ที่ไม่ใช่หมา) ของเรา

กิจวัตรที่เราทำร่วมกัน คือ เล่น กินกาแฟและขนมด้วยกัน นั่งดูวิวหน้าบ้าน จากห้องนอนบ้าง เดินเล่นในหมู่บ้าน วิ่งไล่นก และ ในเวลาที่ฉันนั่งสวดมนต์ภาวนา ก็จะให้โลตัสมานั่งอยู่ใกล้ด้วย แน่นอนที่สุด ฉันเปิดซีดีธรรมะให้มันฟังด้วย

lotuskampoo

หากวันสุดท้ายมาถึง ฉันรู้ว่าวันหน้าของมันจะเป็นภพภูมิที่ดีกว่า

โลตัสเป็นครูที่สอนบทเรียนธรรมะมากมายให้ฉัน

มันสอนฉันให้รู้จักสื่อสารโดยไม่อาศัยคำพูด

มันสอนให้ฉันปล่อยวางความถือคนว่าเป็นคน ให้ลดตนไปเป็นเ้หมือนหมาได้บ้างเป็นความเท่าเทียมกันของสรรพชีวิต

มันสอนฉันให้หัดวางใจกับความเจ็บป่วยและความตาย

มันสอนฉันให้รู้จักอยู่ รู้จักมีชีวิต

….

ท้ายที่สุด มันสอนฉันให้รักอย่างที่ฉันเคยถูกรัก

ฉันเข้าใจคำพูดที่แม่คนหนึ่งพูดกับลูกที่เป็นออทิสติกว่า “ลูกจะเป็นอย่างไร แม่ก็รัก”

ฉันเข้าใจคำพูดที่ว่านั้น แม้สิ่งมีชีวิตที่ฉันพูดด้วยจะไม่ใช่ คน 2 เท้า แต่เป็นสัตว์ 4 ขาก็ตาม “ถึงลูกจะเป็นหมา แม่ก็รัก” — อะไรประมาณนั้น

วันนี้ โลตัสยังอยู่กับฉัน และเราจะสนุกกับชีวิตกันให้เต็มที่เลย

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s