พุทธะ-ธิปไตย

ยุคนี้ ประชาธิปไตย กลายเป็นสินค้าแห่งยุคสมัยที่ใคร ๆ ล้วนต้องพกพาไว้แนบตัว ติดปาก เหมือนโทรศัพท์มือถือ ไม่เช่นนั้นตกยุค

เราเองก็ถือไว้หนึ่งนิยามเหมือนกัน แต่บางคนอาจอยากมีมากกว่าหนึ่ง เหมือนคนที่มีโทรศัพท์มือถือมากกว่า 1 เพราะอะไรก็สุดจะหยั่ง

“คุยกันมาก พูดกันมาก เข้าใจกันมากขึ้น” คือ คำโฆษณาประโยชน์การมีโทรศัพท์มือถือ มันจะใช้ได้กับประชาธิปไตยไหมนะ ถ้าพูดกันให้มาก จะได้เข้าใจกันมากขึ้น

ประชาธิปไตย..บุ๋ม.บุ๋ม.บุ๋ม..เป็นอะไรสักอย่างนี่แหละของปวงประชา ปวงประชาเป็นใหญ่

ท่านพุทธทาสเคยท้วงไว้ว่า หากปวงประชาบ้าบอ ขาดศีลธรรม ขาดสติปัญญา ปวงประชาที่เป็นใหญ่ในสังคมก็จะมีหน้าตาบ้า ๆ บอ ๆไร้ศีลขาดธรรม ขาดสติยั้งคิดใคร่ครวญ ตื่นตูม ไม่ตื่นรู้

แต่ถ้าปวงประชาเป็นผู้ตื่นรู้ (พุทธะ) หรือกำลังอยู่บนหนทางเพื่อความเป็นพุทธะ (พระเจ้าก็ได้) ปวงประชาที่เป็นใหญ่นั้น น่าจะสร้าง สังคมพุทธะธิปไตย

watpakaew12

เราจะสร้างพุทธะ-ธิปไตยได้อย่างไร

เราเห็นว่า สังคมไทยแม้เป็นสังคมพุทธ แต่ละเลยเพชรแห่งพุทธธรรมที่ท่านบรมศาสดาให้ไว้ นั่นคือ กาลามสูตร 10 ซึ่งเป็นเครื่องมือหนึ่งที่สำคัญในการแสงหาและเข้าถึงปัญญาบางคนว่า เป็นหัวใจนักปราชญ์

ในสมัยพุทธกาล เป็นยุคที่ความคิด ปรัชญารุ่งเรือง เจ้าลัทธิความคิดความเชื่อมีมากมาย ชาวกาลาม หมู่บ้านเกสปุตติยนิคม แคว้นโกศล เป็นชนหนึ่งที่มีโอกาสได้ยินได้ฟังความรู้มากหลาย จนไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดี (แสดงว่าชาวกาลามมีปัญญา เพราะเริ่มตั้งคำถามว่า ควรจะเชื่อสิ่งใด ยังไม่เชื่อในทันที อาจเพราะยังมึนตึ้บอยู่ก็ได้)

เมื่อพระพุทธเจ้าผ่านมา ชาวกาลามจึงทูลถามพระองค์

พระพุทธองค์ ไม่ได้ตอบว่า “เชื่อฉัน อย่าหลงไปเชื่อใคร ฉันนี้แหละห่วงใย รักแท้และแน่จริง ..(อุ้บส์ เพลงพี่แจ้พาไปคะ) ท่านไม่บอกว่า ฉันถูกกว่าคนอื่นๆ คนอื่นๆ ผิด”

ตรงกันข้าม ท่านกลับให้หลักที่ชาวกาลามนำเอาไปคิดเอง ทรงตรัสตอบว่า “เมื่อได้ยินคำบอกเล่าใดก็ตามให้มีหลักตัดสินก่อนจะเชื่อ 10 ประการ”

1.อย่าเชื่อและรับมาปฏิบัติด้วยเหตุเพียงสักว่า ฟังบอกกันตามมา

เพราะอาจผิดมาตั้งแต่ต้น หรือเปลี่ยนไปตลอดเวลาที่ทำตาม/บอกตามกันมาก็ได้

2. อย่าเชื่อและรับมาปฏิบัติด้วยเหตุเพียงสักว่า ปฏิบัติกันตามมา

เพราะอาจเป็นการปฏิบัติผิดก็ได้

3. อย่าเชื่อและรับมาปฏิบัติด้วยเหตุเพียงสักว่า กำลังเล่าลือกันอยู่อย่างกระฉ่อน

เพราะการเล่าลืออาจเป็นการกระทำของพวกที่ไม่มีสติปัญญา มีแต่ความหลงก็ได้

4. อย่าเชื่อและรับมาปฏิบัติด้วยเหตุเพียงสักว่า มีอ้างอิงในตำรา

เพราะตำราเกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยแวดล้อม

5. อย่าเชื่อและรับมาปฏิบัติด้วยเหตุเพียงสักว่า ถูกต้องตามหลักตรรกะ

เพราะตรรกะัเป็นเพีนงการใช้เหตุผลขั้นผิวเปลือก อาจผิดได้หากเหตุผลผิด หรือ เป็นตรรกะของเด็ก

6. อย่าเชื่อและรับมาปฏิบัติด้วยเหตุเพียงสักว่า ถูกต้องตามหลักปรัชญา

เพราะปรัชญาเป็นการคาดคะเนตามเหตุผลทางปรัชญา อาศัยเหตุผลอีกแบบหนึ่งซึ่งไม่เหมือนกับตรรกะ

7. อย่าเชื่อและรับมาปฏิบัติด้วยเหตุเพียงสักว่า ถูกต้องตามสามัญสำนึก

เพราะสามมัญสำนึกเดินตามความเคยชินของความรู้สึำกชั้นผิวเปลือก

8.อย่าเชื่อและรับมาปฏิบัติด้วยเหตุเพียงสักว่า เข้ากับความคิดของตนเอง

เพราะความคิดของตนเองอาจผิดได้ โง่ได้

9. อย่าเชื่อและรับมาปฏิบัติด้วยเหตุเพียงสักว่า ผู้พูดมีลักษณะน่าเชื่อถือ

เพราะเป็นเหตุให้ไม่ใช้สติปัญญาของตนเองในการศึกษา

10. อย่าเชื่อและรับมาปฏิบัติด้วยเหตุเพียงสักว่า สมณะผู้พูดเป็นครูของเรา

เพราะเป็นเหตุให้ไม่ใช้สติปัญญาของตนเองในการศึกษา

ชาวกาลาม ฟังแล้วคงเิกิดปัญญา แต่มนุษย์อย่างเราอาจพาลไปแปลว่า ไม่ต้องเชื่ออะไรเลยสักอย่าง

ท่านอาจารย์พุทธทาสอธิบายว่า พระพุทธองค์แนะนำให้เชื่อความรู้สึกของตนเอง ผ่านประสบการณ์ตรงของตนเองที่มีต่อสิ่งที่ผู้อื่นพูด หาไม่แล้ว อย่าเพิ่งเชื่อ เพื่อเป็นการตัดความหลงงมงาย

คือท่านให้ฟัง แล้วใคร่ครวญ แล้วยังต้องพิสูจน์จนประจักษ์แจ้งแก่ตาใจ แล้วจึงเชื่อ (ซึ่งใช้เวลานาน คนสมัยนี้ที่ว่าเป็นวิทยาศาสตร์ รอไม่เป็นต้องการสิ่งต่าง ๆ เร็ว และเป็นสูตรสำเร็จ)

พระพุทธเจ้าทรงเป็นนักประชาธิปไตยที่แท้จริง ท่านพุทธทาสกล่าว

พระองค์เป็นผู้เปิดเผย ทรงตรัสว่า “อย่าเชื่อฉัน” แต่ฟังเอาไป แล้วไปวัด+หยั่งดูด้วยความรู้สึกของตัว เหตุผลชัดแล้วจึงเชื่อ

พระพุทธองค์ไม่โฆษณาชวนเชื่อ ไม่บังคับ ไม่หลอก ไม่โน้มน้าว หรือทำสิ่งใดทั้งสิ้นเพื่อให้ผู้คนมานับถือพระองค์และเดินตามรอยเท้าที่พระองค์ดำเนินไป

ความเป็นพุทธะที่ท่านแสดงให้เราเห็น คือ เคารพในสิทธิและเสรีภาพของมนุษย์ ในอันที่จะเลือกเชื่อ เลือกกระทำตามจิตของตน ท่านไม่ว่า ประนาม เจ้าลัทธิใดที่ไม่ตรงกับท่าน และก็ไม่พยายามแก้ไขความคิดใด หากคนนั้นวาระจิตไม่พร้อม

แล้วเราเล่า ในยุคที่เราบูชาวาทกรรม ประชาธิปไตย ราเป็นได้เพียงเสี้ยวของพุทธะไหม

เราเคารพในผู้อื่นไหม ให้เสรีภาพในการเชื่อ โดยปราศจากการพยายามโน้มน้าวด้วยวิธีการต่าง ๆ ปราศจากการบังคับ การหลอกลวงกันไหมหรือแม้แต่การดูถูกความเห็นของกันและกัน

ประชาธิปไตยไม่ใช่ระบบ ระบอบ วาทกรรม เครื่องมือหากินกับมวลชน หรือแม้แต่สิ่งพกพาติดปากทันสมัย

ไม่ว่าจะระบบระบอบใด มนุษย์จำต้องอยู่ร่วมกัน อยู่ร่วมกับสรรพสิ่งบนโลก และอยู่กับโลกอย่างให้ความเคารพ

เราไม่กลัวสิ้นชาติ เรากลัวที่สุด คือ การสิ้นโลกใบนี้ให้อยู่ อากาศแปรปรวน หายนะมาจ่อที่ประตู แต่มนุษย์ยังรบพุ่งกัน น่าอัปยศสิ้นดีในความโง่งม

ความเรื่อง กาลามสูตร นำมาจากหนังสือ ท่านพุทธทาสกับอำนาจวัตถุนิยม โดย อาจารย์ อินทุวรรณา เชยชื่นสกุล

Advertisements

2 responses to “พุทธะ-ธิปไตย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s