เช้าหลังฝน

เช้าหลังคืนฝนตกช่างมีพลังยวนใจนัก

ที่ออกกำลังกาย

ที่ออกกำลังกาย

อากาศไม่ร้อน แดดไม่แรง

หญ้าเสนอสีเขียวจัดจ้าน

หยดน้ำยังค้างที่ยอดหญ้า ยอดใบไม้

ดอกไม้ชูช่อชัน ประขันสีและกลิ่น

ฉันอดใจไม่ไหว ต้องออกมาลงเล่นในสนามพลังชีวิตนี้

ชี่กงบางท่าทาง ระบำกับพลังในบรรยากาศ

เจ้าลูกหมาอยากออกมาเล่นด้วย

นกตัวน้อยร้องเพลงอยู่บนยอดไม้

นำบรรยากาศแห่งความสดชื่นมาฝากทุกคนคะ

My favourite seating

My favourite seating

Advertisements

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหัวใจ

ไม่รู้ว่าจะมีใครมีที่พักใจอย่างฉันบ้างไหม เวลาที่ใจของเราตกไปอยู่ที่ก้นเหวของจักรวาล (เว่อร์ซะ)

ฉันมักนึกถึงที่แห่งหนึ่ง คือ วัด และพี่สาวแสนดีต่างพ่อแม่คนหนึ่ง

เราชอบชวนกันไปนั่งที่วัด

ฉันไม่เคยลืมความสุขและลึกซึ้งทางใจที่เราไปนั่งบนศาลาวัดระฆัง มองดูสายน้ำเจ้าพระยาไหล

ฉันยิ่งสุขใจตอนที่เราไปนั่งในศาลาวัดราชบพิธ และสุสาน

(ฉันชอบนั่งในสุสาน ชอบไปสุสานฝรั่งและไปตอนเที่ยงคืนเสียด้วย บรรยากาศสงัด จะว่าไปคนตายเป็นเพื่อนและผู้ฟังที่ดีมาก)

ครั้งหนึ่ง ฉันจำได้ เรานั่งในศาลาริมระเบียงโบสถ์วัดราชบพิธ พี่สาวนั่งฝั่งหนึ่ง ส่วนฉันนั่งอีกฝั่ง ไม่ไกลกันนัก เรานั่งทอดอารมณ์ ขณะที่สายลมเย็นพัดผ่านระหว่างเรา ใบต้นอโศกพวงพลิ้วไหวตามสายลม

เราสนทนากันด้วยความเงียบ

ไม่จำเป็นต้องสาธยายทุกข์ ไม่จำเป็นให้คำพูดปลอบใจ

ฉันหนุนตักพี่สาว ขดตัวนอนอย่างเด็กไร้ฟอร์ม น้ำตาเอ่อ…ไหลอาบแก้ม

ฉันต้องการแค่นี้ ตักที่ปรานีให้หนุนนอนร้องไห้ แล้วทุกอย่างก็ดีขึ้นเอง

ในวันนี้ ฉันต้องการตักนั้นอีกครั้ง

คนเรามักก็ต้องมีโศกซึ้งกันบ้าง สนุกอารมณ์ดีอย่างเดียวน่าเบื่อออก

พลังชีวิต

ฉันเพิ่งกลับจากการทำงานอบรมด้านผู้นำเพื่อการบูรณการเป็นเวลา 3 วันที่เชียงใหม่ การอบรมลุ่มลึก ผู้เข้าร่วมกระตือรือร้น เราเองก็รู้สึกสนุก และได้เรียนรู้มากมาย

แต่น่าแปลกว่า ทำไมฉันจึงรู้สึกเหนื่อยเอามาก ๆ ร่างกายล้าจนเหมือนจะจับไข้

เมื่อได้เล่าให้พี่ที่นำการอบรมฟังถึงสภาวะกายและใจของฉัน พี่คนนั้นถามว่า “รู้ไหมว่าทำไมเราจึงเหนื่อยขนาดนั้น”

นิ่งไปครู่อึดใจ “คงใช้สมาธิเพ่งในการพยายามสังเกต จับประเด็น และถอดความรูุ้้จากสิ่งที่สัมผัสมากไปมั้งคะ”

ในใจฉันรู้สึกว่า คำตอบยังไม่ถูกใจ คำถามยังคงคาใจ จิตใต้สำนึกจึงยังวนเวียนค้นหาคำตอบโดยที่ฉันมารู้ตัว

คืนนั้นเอง ขณะที่ทำอะไรเพลิน ๆ อยู่ เสียงหนึ่งก็ผุดขึ้นมา “พลังชีวิตเธอมีไม่พอ”

“อะไรนะ” ฉันถามเสียงนั้น

“พลังชีวิตของเธอมีไม่พอกับระดับงานที่เธอทำ เธอจึงต้องบีบคั้น เค้นศักยภาพให้สูงกว่าพลังที่มี ทำให้เกิดอาการล้าไงละ”

คำตอบนี้โดนใจ จริงด้วย เรายกของหนักได้เท่าที่เรามีพละกำลัง ทุกอย่างมันถูกต้องสอดคล้องตามวิถีธรรมชาติ ฝืนไม่ได้ เหตุเป็นเช่นไร ผลก็เป็นเช่นนั้น

ฉันเดาว่า พลังชีวิตฉันอ่อนแบบดิ่งเหว นับแต่วันที่ ยากลายเป็นยาพิษทำลายเซลล์ในร่างกาย (ฉันคิดจริง ๆ ว่าในอดีตชาติ ฉันคงเคยวางยาพิษใครมาก่อน เลวจริง ๆ) แล้วฉัน ก็ไม่ค่อยดูแลรักษาพลังชีวิตให้ดี ไม่ว่าจากการกิน การหายใจ การนอน พักผ่อน ฯลฯ ฉันจึงอ่อนล้าเพลียง่าย ซึ่งเพื่อนบางคนไม่เข้าใจเวลาฉันบ่นว่า เหนื่อย

คราวหนึ่งฉันไปตรวจกับหมอจีน หมอจับชีพจรที่ข้อมือ แล้วมองหน้า “อายุเท่าไรแล้วเรา”

“37 ค่ะ” ฉันตอบ “ถ้าไม่เห็นหน้าจะนึกว่า อายุ 60 นะเนี่ย ชีพจรยังกับคนแก่” หมอบอกพร้อมทำหน้าดุ

ตามตำราแพทย์จีน พลังภายใน (ชี่) ของคนเรามาจาก ลมปราณ และ เลือดลม สำหรับฉัน ลมปราณยังพอใช้ แต่เลือดลมนี่สิน่าเป็นห่วง และเลือดนี่แหละที่ทำให้ฉันอ่อนเพลียได้ง่าย ไม่รูุ้้ว่าเพราะเลือดร้อนหรือเปล่านะ

ขนาดนั้นแล้ว ฉันยังไม่สำเหนียกในการบ่มเพาะสร้างพลังภายในตน

เมื่อพี่สาวแสนดีป่วยมาก เราก็กระตุ้นเตือนกันว่า จะรักษาร่างกายและจิตใจร่วมกัน เหมือนเป็นหนึ่งชีวิตเดียวกันนะ ฉันก็ดีขึ้นมาหน่อย แต่ยัังดีขึ้นได้อีก

จนวันนี้ ฉันตระหนักอย่างลึกซึ้งว่า ฉันจำต้องดูแลหล่อเลี้ยงพลังชีวิตให้ดี

เพราะเมื่อคนเราขาดพลัง เราก็ไม่สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ที่ปรารถนาได้ หรือไม่อาจช่วยเหลือใครได้

เราจะช่วยได้แค่เท่าที่ศักยภาพเราถึง

การรักษาพลัง ไม่ได้เพื่อตัวเอง แต่เพื่อมีพลังในการรับใช้และทำประโยชน์แก่ผู้อื่น สิ่งนี้เองที่ทำให้ฉันมีแรงในการลุกขึ้นมาฝึกฝนนิสัยตัวเองใหม่ เริ่มสร้างพลัง บ่มเพาะพลัง และหล่อเลี้ยงพลัง

แหล่งของพลังชีวิต

อาหาร เป็นที่มาของพลังให้ร่างกาย หลายครั้งฉันกินอาหารที่ทำให้พลังหาย เห็นชัดว่า เมื่อใดที่ฉันทานอาหารรสเค็มและใส่ผงชูรส ฉันจะอ่อนเพลียลงอย่างรวดเร็ว สมองชาไปครึ่งซีกในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง — เหมือนโดนยาพิษ ฉันเองกินอาหารหลายอย่างที่ทำลายพลัง จึงต้องปรับตัวใหม่แล้ว ค่อย ๆ แล้วกันนะ

อาหารธรรมชาติบนใบบัว

อาหารธรรมชาติบนใบบัว

ลมหายใจ

เพราะมีลมหายใจ เราจึงมีชีวิต ลมหายใจจึงเป็นพลังชีวิตที่สำคัญ

เราจะหายใจอย่างไรให้มีพลัง เกิดพลัง

นอกจากหายใจเอาอากาศที่ดีและสะอาดเข้าไปแล้ว วิธีการที่เราหายใจก็สำคัญ ฉันสังเกตว่า การหายใจที่มีพลังนั้น คือ การหายใจที่ลึกและละเอียด ลมละเอียดจะแผ่ซ่านไปทั่วทุกเซลล์กันเลยทีเดียว

การฝึกหายใจทำได้หลายวิธี ไม่ว่า โยคะปราณายามะ ชี่กง สมาธิอานาปานสติ และการหายใจที่ดีตลอดวันก็สร้างพลังได้ตลอด

หากรู้สึกห่อเหี่ยว หมดแรง นั่งหายใจลึก ๆ จนลมละเอียด พลังจะกลับมาโดยพลัน

ใจสบาย

ใจที่ผ่อนคลายอ่อนโยน ก็ให้พลัง ความสบายไร้กังวลทำให้ใจมีแรง ทำอะไรต่อมิอะไรได้มาก รวมถึงการมีความคิดดี ๆ เกิดขึ้น วิธีผ่อนคลายจิตก็ทำได้มากมาย ไม่ว่า นั่งเล่นในสวน แช่ตัวในอ่างน้ำ เล่นกับสัตว์เลี้ยง อ่านหนังสือที่ชอบ ฟังเพลงโปรด เต้นรำ ทำสวน ภาวนา ฯลฯ (ยกเว้นช้อปปิ้ง อาจผ่อนคลายในตอนแรกแต่จะเครียดจัดในตอนบิลบัตรเครดิตมา)

เวลาหมดพลัง นั่งสมาธิสักครู่ จะฟื้นฟูพลังได้

ou on Mount Rainier

ou on Mount Rainier

ธรรมชาติ

โอ้ ธรรมชาติเป็นแหล่งพลังอันมหาศาล ในคราวที่ฉันล้ามาก ๆ ฉันนั่งมองดูท้องฟ้า ปุยเมฆ ทิวเขา นั่งมองด้วยความชื่นชม พลังของฉันก็กลับมา

ในใจมนุษย์โหยหาที่จะหวนคืนธรรมชาตินะฉันว่า ใจของฉันบอกว่า ในเวลาที่อ่อนล้าเช่นนี้ หากได้นั่งอยู่ในป่า นั่งริมทะเล เท่านั้นก็พอ

พลังธรรมชาติจะโอบอุ้มฉันเอง ฉันจำได้ว่าครั้งหนึ่ง ตอนที่เดินลุมหิมะบนเทือกเขา Rainier ที่เมือง Seattle ฉันสัมผัสความเงียบอันสงัด เป็นเสียงไพเราะกล่อมใจ ฉันมีความสุขมาก ๆ คนกรุงเทพไม่มีธรรมชาติแบบนี้ใกล้ ๆ นะ น่าสงสาร

แต่ฉันรู้ว่า คราวหน้า หากทุกข์ใน ไร้พลัง จะกลับไปหาพ่อแม่ในธรรมชาติ

ความรักและมิตรภาพ

ความรักให้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความรักของใคร แบบไหน ไม่สำคัญ คุณภาพของความรุ้สึก เป็นแหล่งพลังที่ดีมากทีสุดอย่างหนึ่งของชีวิต

เวลาท้อแท้เศร้าใจ นึกถึงความรักในหัวใจของเรา ความรักที่ใครบางคนมีให้เรา และคุณค่าเป้าหมายของการดำรงชีวิตพลังก็จะคืนมาสู่หัวใจเรา

ในยามที่แม่ชีเทเรซาท้อแท้สิ้นหวัง อ่อนล้าจากการช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่มากมายในอินเดีย ท่านสวดอ้อนวอนถึงพระเจ้า ขอความรักจากพระองค์ให้พลังแก่ท่าน

ดูแลพลังชีวิตคือการให้ความรักกับตัวเองและกับโลกจ๊ะ เราคิดและเชื่อเช่นนั้น สิ่งที่เหลือคือ เราจะอยู่และเป็นเช่นนั้นได้หรือไม่

ทะเลร้อยสีในใจคน

เช้าเมื่อวาน

เราไปเรียนศิลปะกับครูผ่อง เซ่งกิ่ง เรารูุ้้สึกดีและมีพลังมาก ท่านเป็นครูที่เราอยากกราบแทบเท้า ท่านมีเมตตากรุณามาก อัตตาน้อย และจิตละเอียด ทันมักทิ้งคำยาก ๆ ให้เราไปฝึกฝนอยู่เสมอ
เมื่อวานคำนั้น คือ “เห็นทะเลเป็น 100 สีนะ”
“คะ” เรารับคำครู ในใจรู้ว่า คงต้องใช้เวลาทั้งชีวิตอันแสนสั้นนี้เพื่อกระจ่างในคำครู

ช่วยบ่ายถึงเย็น
เราไปบ้านโก๋ เจอเพื่อน ๆ ที่ตั้งใจ เตรียมตามาช่วยกันเลือกภาพและทำโครงการศิลปะเยียวยาผู้ป่วย เพื่อน ๆ น่ารักช่วยกันทุกคน สนุกสนานพูดคุย ทำงาน กิน ๆ ๆ แม้เพื่อน ๆ ที่ไม่ได้มา เราก็รู้ว่าส่งใจมาช่วยเหมือกันนิ
ขอขอบคุณโก๋ น้องดวงเป็นอย่างยิ่งที่ดูแล ต้อนรับพวกเราอย่างอบอุ่น และขอบคุณเพื่อน ๆ ทุก ๆคนที่ฝ่าสายฝนมาจนได้

ช่วงค่ำ มีเรื่องปั่นป่วนใจเล็กน้อย แต่นอนแล้วก็หายไปบ้่าง ด้วยคาถา “ทุกสิ่งไม่เที่ยง แม้ใจเรา…แล้วมันก็จะผ่านไป”

เช้าวันนี้
เปิดอีเมล์ ใจสลาย…พลัดปลิวไปกัยพายุที่โถมใส่เราแทบไม่ตั้งตัว
เราเข้าใจความทุกข์ขับข้องใจที่เพื่อนระบายให้เราฟัง เราเห็นใจ เข้าใจ และปรารถนาจะช่วยให้เพื่อนพ้นทุกข์
ที่สำคัญ เราขอโทษที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เพื่อนเป็นทุกข์ เราขอโทษจริง ๆ
…..
เราอาจยังไม่เห็นทะเลมหาสมุทรเป็น 100 สีได้ในตอนนี้ แต่เราเห็นทะเลในใจเต็มไปด้วยสีสันนานา และในตอนนี้ มันหม่นเทา

image004
อยากเล่าความรู้สึกให้เพื่อน ๆ ฟัง เพื่อจะบอกว่า เราทุกคนคงมีช่วงเห็นสีสันของทะเลต่างกัน และคงมีบางช่วงเวลาที่เพื่อน ๆ คงรู้สึกว่า สีสันของทะเลไม่น่าอภิรมย์เท่าไร และเมื่อไรที่เพื่อนรู้สึกอย่างนั้น เราอยากจะบอกว่า เราขอเป็นกำลังใจให้ เราเองก็เวียนว่ายอยู่ในห้วงน้ำนี้เหมือนกัน …และจะไม่ขอหมดแรง

ใจยิ่งฝน..ยิ่งแกร่ง
เราไม่ได้อยากแกร่ง แต่ it is the only way…Love is the only way — คำของโก๋ที่ฝากให้เราเมื่อวันก่อน ๆ โผล่มากูุ้้หัวใจเรา

เราเลยเล่นตามกระแสน้ำและสายลม

แปลกดีที่ความทุกข์ทำให้เรามีพลัง
ศรัทธาและความรักของเราแกร่งขึ้น

เมื่อรู้สึกหมดหนทาง หมดท่า หมดทุกอย่างแม้ตัวเอง…กลับเห็นทางและแสงสว่าง

Rest in my love พักในหัวใจของฉัน

ความตายมิอาจพราก…ความรัก

อีกกี่ชีวิตที่จะต้องพรากจาก
อีกกี่น้ำตาต้องรินไหล
อีกกี่ความเข้าใจต้องบ่มสร้าง
อีกกี่ชาติจะคุ้นชินกับกระแสชีวิต

เมื่อไรน้ำตาจะหยุดไหล
เมื่อไรจะเข้าใจชีวิต

ชัมบาลา แม้เราจะพบกันเพียง 2 วัน ความรักที่รู้สึกหยั่งลึกกว่านั้นมาก

อาจข้ามภพที่เราเคยสัมพันธ์ ให้วันนี้เจอกันอีกครา

วันหน้าอาจพบใหม่ ขอให้ชัมบาลาไปโลกใหม่ที่สดใส

ขอบุญแม่นำลูกไปสู่สุคติ

Die Young

Die Young

เมื่อวันอังคารที่ 12 พค. ฉันได้ลูกนกที่พลัีดตกรังมาตัวหนึ่ง มันเล็กมาก เปลือกตายังปิดสนิท ขนหรอมแหรม ตัวเบาไร้นำ้หนัก

เพื่อนผู้ที่พบมันบอกว่า มันนอนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ คงหนาวจับหัวใจเมื่อไร้รังอันอุ่นหุ้มกาย มดสัก 3-4 ตัวเริ่มไต่บนตัวมัน — อาหารอันโอชะ

ไม่ทราบจะประกาศหาพ่อและแม่นกที่ไหน แม้พ่อและแม่นกจะพบลูกของมัน ก็ยากที่จะคาบลูกบินคืืนรัง และหากเราจะนำลูกนกคืนรัง ก็ไม่รู้ว่ารังนอนของมันบนต้นไม้ใหญ่ต้นไหน

ชะรอย ชะตากรรมของเราคงมีร่วมกัน ลูกนกจำต้องอยู่ในมือเรา ให้เป็นแม่บุญธรรม

ฉันตั้งชื่อมันว่า “ชัมบาลา” (ดินแดนแห่งนักรบโพธิสัตว์) และภาวนาให้พระโพธิสัตว์ผู้เปี่ยมด้วยพระมหากรุณาทรงรับลูกนกนี้ไว้ในอ้อมบุญของพระองค์

ฉันซื้อรังหญ้าให้มัน อาหารนก คอยแช่น้ำให้นุ่ม แล้วบรรจงป้อนในปาก เป็นงานยากมาก เพราะปากลูกนกเล็กและบอบบาง แต่ฉันก็ทำได้ และทำได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ที่ทำ ฉันเริ่มรูุ้้ว่า ลูกนกสื่อสารกับแม่มันอย่างไร สัมผัสแบบไหนที่กระตุ้นเร้าลูกนกให้อ้อนแม่

เสียงลูกนกที่ร้องเรียกฉันทำให้หัวใจฉันอ่อน ต้องวางมือจากทุกสิ่งเพื่อไปดูแลเขา ช่างเป็นความรู้สึกวิเศษ

in My love

in My love

ฉันดูแล ชัมบาลาได้ เกือบ 2 วัน ฉันจำต้องฝากลูกนกไว้กับร้านหมอ เพราะต้องเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด 1 คืน 1 วัน ฉันรู้สึกหวั่นใจ ใครจะรักและดูแลลูกนกตัวนี้ได้ดีกว่้า แม่บุญธรรมนะ ฉันรู้สึกว่า ลูกนกต้องได้อาหารใจอย่างมาก

แต่ฉันจำต้องทำใจ และ วางใจกับเหตุและปัจจัย

เช้าวันที่ 14 พค. โทรศัพท์ดังขึ้น เครื่องมือถือแสดงชื่อของร้านหมอ ใจของฉันรัว กลัวที่จะได้ยินบางอย่าง

รับสายแล้ว ฉันได้ยินสิ่งที่ฉันหวาดกลัวตลอด “ไม่เป็นไรคะ ทุกคนทำดีที่สุดแล้ว จะกลับไปรับร่างของเขา ช่วยเก็บให้ดีด้วยนะคะ” ฉันบอก

วันนี้เอง 16 พค. ฉันไปรับร่างที่นอนนิ่งสงบของลูกนก ฉันนำร่างลูกนกมาทำพิธีศพ ก็เลือกกระถางที่ชอบ ใส่ดินลงไปครึ่งหนึ่ง แล้วก็วางรังและร่างของลูกนกลงบนนั้น แล้วสวดภาวนาให้สักครู้ แล้วจึงเอาดินกลบ ใส่ต้นแก้วลงไป

ชัมบาลาไม่ได้จากฉันไปไหน มันยังคงพักอยู่ในหัวใจ และ ร่างของมันจะแปรเปลี่ยนเป็นปุ๋ยบำรุงต้นแก้ว ที่ส่งกลิ่นหอมให้ฉันได้เสมอ

ต้นแก้วต้นนี้ กำลังจะแปรเป็นต้นรักของฉัน

เมื่อดินกลบร่าง

เมื่อดินกลบร่าง

การนำกระดูกของผู้ที่เรารักไปปลูกต้นไม้เป็นความคิดที่ดีนะ ทำให้เรารู้สึกเชื่อมโยงกับคนที่เรารักผ่านทางกายภาพ คือ ต้นไม้

ที่รัก เธอจะเป็นต้นรักที่เติบโตในใจฉัน

ที่รัก เธอจะเป็นต้นรักที่เติบโตในใจฉัน

ความรัก สายใยความผูกพันธ์ยังคงดำเนินไปแต่เปลี่ยนสภาพไป

เราจะได้หมั่นดูแลต้นไม้ บำรุงรักษา ให้น้ำ ความรักความสัมพันธ์แบบนี้อาจช่วยให้โลกและใจคนเย็นขึ้น

จากสถิติปี 2551 คนไทยตายนาทีละ 1 คน หรือ ราว 4 แสนกว่าคนต่อปี

ถ้าทุกคนทำอย่างนี้ เราจะมีต้นไม้ปีละ 4 แสนต้น ที่จะเติบโต มีคนดูแล และเป็นของขวัญให้ลูกหลานในอนาคตด้วย

สัญชาติญาณ “แม่”

“วี้ วี้” เสียงลูกนกเขาร้องเบา ๆ เมื่อกระทบหู กระตุ้นความรู้สึกบางอย่างในใจและในกาย อธิบายไม่ถูกว่า รู้สึกอะไร

แต่เสียงร้องนั้น เหมือนสั่งให้เราหันไปดูเจ้าของเสียงร้อง เอาใจใส่ว่าเขาต้องการอะไร แล้วเราก็สังเกตว่าทำอะไร แล้วเขาจะโต้ตอบอย่างไร

ตาของลูกนกเขาเริ่มเปิดบาง ๆ ไม่รูุ้้ว่าเขามองเห็นเราหรือเปล่า แต่ที่รู้คือ เมื่อเราเอื้อมมือไปที่เขา เขาจะพยายามคลอเคลียปีนไต่ ชูคอพร้อมร้องอ้าปากเล็กน้อย เพื่อให้เรานำอาหารใส่

มือเราใหญ่เกินไป ใส่อาหารให้เขายากแต่ก็พอกล้อมแกล้มทำกันไป

เราตั้งชื่อลูกนกเขาว่า “ชัมบาลา” มันเริ่มแข็งแรงขึ้น ขยับตัว ดิ้น ชูคอ เป็นกำลังใจให้เราอย่างยิ่งว่า นี่อาจเป็น นกเขาตัวที่รอด

ประสบการณ์ครัง้นี้ทำให้เรานึกถึงคุณยาย และ นึกถึงเรื่องราวของคุณแม่ ๆ หลายคนที่ไม่ยอมแพ้ แม้โอกาสที่ลูกจะรอดนั้นเลือนลาง

ไม่ได้ยื้อชีวิต แต่จะไม่ท้อถอยจนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะพรากลูกตัวเองไป

ลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งเรียกคุณยายของเราว่า “แม่ใหญ่”

เราแปลกใจเสมอ ถามผู้ใหญ่ว่า ทำไมพี่เขาไม่เรียกคุณยายว่า แม่

เมื่อแรกเกิด พี่ชายคนนี้น้ำหนักตัวน้อยมาก คือ สัก 8 ขีด หรือ กว่าเล็กน้อย โอกาสรอดน้อยเต็มที่ แม่ผู้ให้กำเนิดก็อ่อนแอและอ่อนเพลียเกินกว่าจะเลี้ยงลูกของตัวเองได้คุณหมอเหมือนบอกให้ทำใจ

คุณยายบอกว่า “ไม่เป็นไร มะ เอามาดูแลให้เอง …”

ยายดูแลเด็กชายน้อยตัวเท่าฝ่ามือ เหมือนเขาเป็นเด็กที่ไม่มีความผิดปรกติใด ๆ อาจจะดูแลมากหน่อยก็เท่านั้น

วันเวลาผ่านไป เด็กชายตัวน้อยผ่านพ้นวิกฤต มีชีวิตเจริญเติบโต พ่อและแม่บอกให้เด็กชายคนนั้นรู้ว่า เขามีชีวิตรอดเพราะใคร คุณยายเลยกลายเป็น “แม่ใหญ่” ของพี่คนนี้

แม่ไม่ยอมแพ้แม้ชะตาชีวิตจะมาพรากลูกไป ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

บางทีคุณยายอาจให้จิตวิญญาณแบบนี้มาให้เราก็ได้ เราทำได้ไม่ดีเท่าหรอก แต่ก็สัมผัสได้ถึงมรดกบางอย่างที่ยายได้ให้ไว้ในเนื้อในตัว

แม่นกมือใหม่(หัดป้อน)

ถึงจะโสด ฉันก็มีวาระดูแลลูก ๆ ถึง 2 ตัว

หนึ่ง คือ ลูกหมาวัยขวบครึ่ง ที่ฉันดูแลตั้งแต่มันอายุได้ 2 เดือนและป่วยหนักเกือบตาย

ลูกตัวที่สองเพิ่งได้มาในวันนี้ เป็นลูกนกตกรัง ที่เพื่อนคนหนึ่งเก็บได้

shambala bird (1)

เพื่อนผู้เชียวชาญด้านนกและสัตวแพทย์ ประสานเสียงบอกว่า “โอกาสรอดยากมาก ลูกนกต้องอยู่ในความดูแลของพ่อและแม่นก ทางที่ดีพามันกลับรัง”

เอ่อ…”ใครจะปีนต้นสัตบรรณนะ” อีกอย่าง รังก็หาย พ่อแม่นกก็หายหัว หาไม่เจอ”

งั้นก็ต้องยอมรับบทบาท “คุณแม่นกจำเป็น” ด้วยความตระหนักรู้ว่า ลูกนกอาจไม่รอดในอุ้งมือของแม่ต่างสายพันธุ์

“ไม่เป็นไร ดูแลเขาให้ดีที่สุด จะเป็นจะตายเป็นเรื่องของเหตุและปัจจัย” จากนั้นฉันรวบรวมสมาธิ สวดถึงพระพุทธคุณ พระโพธิสัตว์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายให้ช่วยฉันดูแลลูกนกตัวนี้ให้ดีที่สุด ฉันคิดด้วยว่า “เอาเวลาชีวิตของเราไป 1 ปี เพื่อแลกให้ลูกนกมีชีวิตอยู่ตามวิถีของมัน”

“คิดอย่างนั้น กลัวไหม” ฉันถามตัวเอง “ไม่ค่อยนะ เอ เพราะอะไรหว่า อาจเป็นเพราะว่า เรารู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นตามเหตุและปัจจัย ชีวิตของฉันสั้น หรือยาวมันขึ้นกับแต่ละปัจจุบันขณะที่ฉันทำ

อีกอย่าง ชีวิตนกก็มีคุณค่า เขานำพาเมล็ดพันธุ์พืชและต้นไม้ ไปงอกงามเติบโตตามที่ต่าง ๆ ให้เกิดป่า เกิดสวน ให้อากาศ ให้น้ำ แก่ผู้้คน การช่วยชีวิตนกเท่ากับช่วยโลกด้วยเหมือนกันแหละ”

การช่วยลูกนก กลายเป็นเรื่องกู้โลกไปได้ไงเนี่ย

ฉันและเพื่อนแวะไปซื้ออาหารให้ลูกนกโดยด่วน แม่ค้าผู้อารีให้อาหารนกมา 1 ถุง พร้อมแนะนำเสร็จสรรพว่า เราควรทำอย่างไร และไม่ลืมกำชับเราว่า “รอดยากนะ”

ฉันซื้อหญ้าทำเป็นรังให้มันนอน จะได้อบอุ่น

กลับถึงบ้าน นกน้อยตะเกียกตะกาย ท่าทางมีแรงขึ้น ฉันอุ้มมันไว้บนฝ่ามือ ดูมันชอบอยู่ในฝ่ามือฉันมากกว่าในรังหญ้า

ฉันพยายามหาวิธีการป้อนอาหารมัน ทำไม่เป็น มันก็ร้อง แต่ไม่ยอมอ้าปาก

“คิดสิ คิด” ฉันบอกตัวเอง แล้วก็วิ่งไปเอาคีมพลาสติกเล็ก ๆ ที่ใช้คีบคอนแทคเสนส์มาจำลองเป็นปากนกเทียม พยายามคีบอาหารนกเหลวใส่ปาก บางครั้งก็แอบร้อง “จิ้บ ๆ” เคล้าไปกับเสียงหัวเราะตัวเอง

ฉันเพียรจับปากมัน เอาอาหารคลอเคีลยไปจนสัก 15 นาทีผ่านไป ความเป็นนกเริ่มเข้าสิง ฉันเริ่มป้อนอาหารเข้าปากลูกนกได้ ความรู้จากการได้ดูสารคดีนกเริ่มผุุดขึ้นในสมอง

ภาพแม่นกเอาจงอยปากที่มีอาหารสอดเข้าปากลูกนกจนเกือบสุด แล้วใส่อาหารเข้าไป

เอาละ ทำตามละนะ … ได้ผลแฮะ ฉันเริ่มป้อนอาหารใส่ปากลูกนกได้แล้ว ลูกนกกระเดือกอาหารเข้าไป ฉันปาดเหงื่อและน้ำตาไปพร้อม ๆ กัน

ยิ่งป้อนฉันยิ่งคล่องและชำนาญขึ้น ความหวังเริ่มสว่างในใจ

ฉันเข้าปรึกษาสัตวแพทย์ google และได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูกนกตกรัง

โอกาสยังมีแม้น้อยนิด ฉันตั้งใจว่าจะดูแลบลูกนกให้ดีที่สุด

ฉันมีนกหวีดที่ทำเลียนเสียงนกได้ และมีซีดีเพลงเสียงนกร้องยามเช้า

ไว้จะเอามาเปิดให้ลูกนกฟังตอนฉันจะป้อนอาหารมัน

สัตวแพทย์ประจำลูกหมาของฉัน อาสาช่วยดูแลลูกนกตอนฉันไม่อยู่บ้านด้วย

ลูกนกตัวนี้ ทำให้ฉันเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของนก และได้เห็นความงามในหัวใจของใครหลายคน เช่น เพื่อนที่เก็บนก คนขายอาหารนกที่ช่วยเหลือ สัตวแพทย์ประจำบ้าน และเพื่อน ๆ ที่คอยให้กำลังใจและคำปรึกษา

ที่สำคัญ ฉันต้องขอบคุณลูกหมาที่ไม่พยายามก่อกวนสมาชิกใหม่ในบ้าน แม้มันจะอยากรู้อยากเห็นมากก็ตาม

ภาวนาให้ลูกนกได้เติบใหญ่ สร้างโลกให้ผู้คน