พลังชีวิต

ฉันเพิ่งกลับจากการทำงานอบรมด้านผู้นำเพื่อการบูรณการเป็นเวลา 3 วันที่เชียงใหม่ การอบรมลุ่มลึก ผู้เข้าร่วมกระตือรือร้น เราเองก็รู้สึกสนุก และได้เรียนรู้มากมาย

แต่น่าแปลกว่า ทำไมฉันจึงรู้สึกเหนื่อยเอามาก ๆ ร่างกายล้าจนเหมือนจะจับไข้

เมื่อได้เล่าให้พี่ที่นำการอบรมฟังถึงสภาวะกายและใจของฉัน พี่คนนั้นถามว่า “รู้ไหมว่าทำไมเราจึงเหนื่อยขนาดนั้น”

นิ่งไปครู่อึดใจ “คงใช้สมาธิเพ่งในการพยายามสังเกต จับประเด็น และถอดความรูุ้้จากสิ่งที่สัมผัสมากไปมั้งคะ”

ในใจฉันรู้สึกว่า คำตอบยังไม่ถูกใจ คำถามยังคงคาใจ จิตใต้สำนึกจึงยังวนเวียนค้นหาคำตอบโดยที่ฉันมารู้ตัว

คืนนั้นเอง ขณะที่ทำอะไรเพลิน ๆ อยู่ เสียงหนึ่งก็ผุดขึ้นมา “พลังชีวิตเธอมีไม่พอ”

“อะไรนะ” ฉันถามเสียงนั้น

“พลังชีวิตของเธอมีไม่พอกับระดับงานที่เธอทำ เธอจึงต้องบีบคั้น เค้นศักยภาพให้สูงกว่าพลังที่มี ทำให้เกิดอาการล้าไงละ”

คำตอบนี้โดนใจ จริงด้วย เรายกของหนักได้เท่าที่เรามีพละกำลัง ทุกอย่างมันถูกต้องสอดคล้องตามวิถีธรรมชาติ ฝืนไม่ได้ เหตุเป็นเช่นไร ผลก็เป็นเช่นนั้น

ฉันเดาว่า พลังชีวิตฉันอ่อนแบบดิ่งเหว นับแต่วันที่ ยากลายเป็นยาพิษทำลายเซลล์ในร่างกาย (ฉันคิดจริง ๆ ว่าในอดีตชาติ ฉันคงเคยวางยาพิษใครมาก่อน เลวจริง ๆ) แล้วฉัน ก็ไม่ค่อยดูแลรักษาพลังชีวิตให้ดี ไม่ว่าจากการกิน การหายใจ การนอน พักผ่อน ฯลฯ ฉันจึงอ่อนล้าเพลียง่าย ซึ่งเพื่อนบางคนไม่เข้าใจเวลาฉันบ่นว่า เหนื่อย

คราวหนึ่งฉันไปตรวจกับหมอจีน หมอจับชีพจรที่ข้อมือ แล้วมองหน้า “อายุเท่าไรแล้วเรา”

“37 ค่ะ” ฉันตอบ “ถ้าไม่เห็นหน้าจะนึกว่า อายุ 60 นะเนี่ย ชีพจรยังกับคนแก่” หมอบอกพร้อมทำหน้าดุ

ตามตำราแพทย์จีน พลังภายใน (ชี่) ของคนเรามาจาก ลมปราณ และ เลือดลม สำหรับฉัน ลมปราณยังพอใช้ แต่เลือดลมนี่สิน่าเป็นห่วง และเลือดนี่แหละที่ทำให้ฉันอ่อนเพลียได้ง่าย ไม่รูุ้้ว่าเพราะเลือดร้อนหรือเปล่านะ

ขนาดนั้นแล้ว ฉันยังไม่สำเหนียกในการบ่มเพาะสร้างพลังภายในตน

เมื่อพี่สาวแสนดีป่วยมาก เราก็กระตุ้นเตือนกันว่า จะรักษาร่างกายและจิตใจร่วมกัน เหมือนเป็นหนึ่งชีวิตเดียวกันนะ ฉันก็ดีขึ้นมาหน่อย แต่ยัังดีขึ้นได้อีก

จนวันนี้ ฉันตระหนักอย่างลึกซึ้งว่า ฉันจำต้องดูแลหล่อเลี้ยงพลังชีวิตให้ดี

เพราะเมื่อคนเราขาดพลัง เราก็ไม่สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ที่ปรารถนาได้ หรือไม่อาจช่วยเหลือใครได้

เราจะช่วยได้แค่เท่าที่ศักยภาพเราถึง

การรักษาพลัง ไม่ได้เพื่อตัวเอง แต่เพื่อมีพลังในการรับใช้และทำประโยชน์แก่ผู้อื่น สิ่งนี้เองที่ทำให้ฉันมีแรงในการลุกขึ้นมาฝึกฝนนิสัยตัวเองใหม่ เริ่มสร้างพลัง บ่มเพาะพลัง และหล่อเลี้ยงพลัง

แหล่งของพลังชีวิต

อาหาร เป็นที่มาของพลังให้ร่างกาย หลายครั้งฉันกินอาหารที่ทำให้พลังหาย เห็นชัดว่า เมื่อใดที่ฉันทานอาหารรสเค็มและใส่ผงชูรส ฉันจะอ่อนเพลียลงอย่างรวดเร็ว สมองชาไปครึ่งซีกในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง — เหมือนโดนยาพิษ ฉันเองกินอาหารหลายอย่างที่ทำลายพลัง จึงต้องปรับตัวใหม่แล้ว ค่อย ๆ แล้วกันนะ

อาหารธรรมชาติบนใบบัว

อาหารธรรมชาติบนใบบัว

ลมหายใจ

เพราะมีลมหายใจ เราจึงมีชีวิต ลมหายใจจึงเป็นพลังชีวิตที่สำคัญ

เราจะหายใจอย่างไรให้มีพลัง เกิดพลัง

นอกจากหายใจเอาอากาศที่ดีและสะอาดเข้าไปแล้ว วิธีการที่เราหายใจก็สำคัญ ฉันสังเกตว่า การหายใจที่มีพลังนั้น คือ การหายใจที่ลึกและละเอียด ลมละเอียดจะแผ่ซ่านไปทั่วทุกเซลล์กันเลยทีเดียว

การฝึกหายใจทำได้หลายวิธี ไม่ว่า โยคะปราณายามะ ชี่กง สมาธิอานาปานสติ และการหายใจที่ดีตลอดวันก็สร้างพลังได้ตลอด

หากรู้สึกห่อเหี่ยว หมดแรง นั่งหายใจลึก ๆ จนลมละเอียด พลังจะกลับมาโดยพลัน

ใจสบาย

ใจที่ผ่อนคลายอ่อนโยน ก็ให้พลัง ความสบายไร้กังวลทำให้ใจมีแรง ทำอะไรต่อมิอะไรได้มาก รวมถึงการมีความคิดดี ๆ เกิดขึ้น วิธีผ่อนคลายจิตก็ทำได้มากมาย ไม่ว่า นั่งเล่นในสวน แช่ตัวในอ่างน้ำ เล่นกับสัตว์เลี้ยง อ่านหนังสือที่ชอบ ฟังเพลงโปรด เต้นรำ ทำสวน ภาวนา ฯลฯ (ยกเว้นช้อปปิ้ง อาจผ่อนคลายในตอนแรกแต่จะเครียดจัดในตอนบิลบัตรเครดิตมา)

เวลาหมดพลัง นั่งสมาธิสักครู่ จะฟื้นฟูพลังได้

ou on Mount Rainier

ou on Mount Rainier

ธรรมชาติ

โอ้ ธรรมชาติเป็นแหล่งพลังอันมหาศาล ในคราวที่ฉันล้ามาก ๆ ฉันนั่งมองดูท้องฟ้า ปุยเมฆ ทิวเขา นั่งมองด้วยความชื่นชม พลังของฉันก็กลับมา

ในใจมนุษย์โหยหาที่จะหวนคืนธรรมชาตินะฉันว่า ใจของฉันบอกว่า ในเวลาที่อ่อนล้าเช่นนี้ หากได้นั่งอยู่ในป่า นั่งริมทะเล เท่านั้นก็พอ

พลังธรรมชาติจะโอบอุ้มฉันเอง ฉันจำได้ว่าครั้งหนึ่ง ตอนที่เดินลุมหิมะบนเทือกเขา Rainier ที่เมือง Seattle ฉันสัมผัสความเงียบอันสงัด เป็นเสียงไพเราะกล่อมใจ ฉันมีความสุขมาก ๆ คนกรุงเทพไม่มีธรรมชาติแบบนี้ใกล้ ๆ นะ น่าสงสาร

แต่ฉันรู้ว่า คราวหน้า หากทุกข์ใน ไร้พลัง จะกลับไปหาพ่อแม่ในธรรมชาติ

ความรักและมิตรภาพ

ความรักให้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความรักของใคร แบบไหน ไม่สำคัญ คุณภาพของความรุ้สึก เป็นแหล่งพลังที่ดีมากทีสุดอย่างหนึ่งของชีวิต

เวลาท้อแท้เศร้าใจ นึกถึงความรักในหัวใจของเรา ความรักที่ใครบางคนมีให้เรา และคุณค่าเป้าหมายของการดำรงชีวิตพลังก็จะคืนมาสู่หัวใจเรา

ในยามที่แม่ชีเทเรซาท้อแท้สิ้นหวัง อ่อนล้าจากการช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่มากมายในอินเดีย ท่านสวดอ้อนวอนถึงพระเจ้า ขอความรักจากพระองค์ให้พลังแก่ท่าน

ดูแลพลังชีวิตคือการให้ความรักกับตัวเองและกับโลกจ๊ะ เราคิดและเชื่อเช่นนั้น สิ่งที่เหลือคือ เราจะอยู่และเป็นเช่นนั้นได้หรือไม่

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s