คู่แท้

หลายคนเกิดมากับความเชื่อที่ว่า เราเป็นปาท่องโก๋ซีกเดียว ที่ต้องตามหาอีกซีกมาประกบให้ครบคู่

แนวคิดนี้ดูจะได้รับอิทธิพลจากตำนานอดัมและอีฟของศาสนาคริสต์ และความเชื่อเรื่อง soulmate แบบตะวันตก

ทุกอย่างต้องมีคู่ของมัน ประมาณเกิดมาเพื่อเป็นของกันและกัน … ความคิดนี้ทำให้หลายคนเดือดร้อนอย่างมากเพราะยังหาคู่ไม่เจอ พาลใช้ชีวิตเสาะแสวงหา ทดลองคู่แล้วคู่เล่า ก็ยังไม่ใช่สักที

หรือคิดว่าคนนี้แหละใช่ แต่อยู่ไปเกิดไม่ใช่ขึ้นมา ก็ยอมรับไม่ได้ ก็ถ้าเธอไม่ใช่ แล้วใครละใช่ ตามหากันไปเรื่อย ๆ ราวกับว่า การหาอีกครึ่งซีกปาท่องโก๋ให้เจอ คือเป้าหมายของชีวิต

ในดินแดนตะวันออกที่ได้รับอิทธิพลจากพุทธศาสนาผสมพราหมณ์ของเรา ก็มีแนวคิดเนื้อคู่ “ตุนาหงัน” เหมือนกัน

ในชาดก คู่พระโพธิสัตว์จะเกิดและเจอกันทุกภพทุกชาติ ประมาณคู่บุญบารมี เกิดมาเืพื่อบำเพ็ญบุญและบารมีร่วมกันจนกว่าจะบรรลุธรรมไปด้วยกัน

และในทางตรงกันข้าม เราก็มี “คู่เวรคู่กรรม” ที่เกิดมา เจอกันเพื่อล้างผลาญทำลายล้างกันในสิ้นชีวาวาย คู่ประเภทนี้ ที่จริงมาเจอและรักกันเพราะแรงอาฆาต พิษพยาบาท เมื่อถึงเวลาก็จะสำแดงเดช

ถ้าใครไม่อยากเจอคู่ประเภทนี้ จงให้อภัยกับทุกคนในทุกเรื่องที่ละเมิดเรา อย่าได้คิดเก็บเจ้าคิดเจ้าแค้นเลย อันตรายมาก

โดยมาก ฆราวาสมักไม่กล้าถามพระเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ เกรงว่าจะไม่สมควร และพระเองก็อาจจะอายที่จะตอบ หรือคิดว่า ไม่มีประสบการณ์มุมมองเรื่องทางโลกนี้พอที่จะให้ปัญญาได้

แต่ไม่นานมานี้ เราได้มีโอกาสได้ยินได้ฟังพระหัวก้าวหน้าที่ตอบคำถามเรื่อง รัก ๆ ได้อย่างตรงประเด็น และกระจ่าง เราขอสงวนชื่อท่านไว้เพราะท่านไม่ต้องการเป็นที่รู้จัก แต่เราขอนำบางส่วนที่ท่านแสดงมาแบ่งปันให้เพื่อน ๆ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์บ้าง และได้โปรดใช้ปัญญาพิจารณาให้แยบคายด้วยคะ

อย่างไรจึงจะผิดศีลข้อ 3 ?

แน่นอนว่า ผิดลูก (สมบัติของพ่อแม่) ผิดเมีย ผิดผัว ผิดแฟน ของคนอื่นเขา เป็นบาป แต่ศีลมีตั้งแต่ขั้นขาดกระเจิง ลดหลั่นไปจนขั้นด่างพร้อยเบาบาง ตามเจตนา บางอย่างเราอาจจะคิดว่าไม่ผิดศีล แต่ลองฟังที่พระท่านว่า ศีลเราอาจเข้าขั้นด่างพร้อยได้

“อย่าหลอกลวงใคร แม้ไม่เจตนาก็บาป” เราอาจไม่คิดเป็นคู่กับเขา แต่ประมาณเล่น ๆหรือไม่บอก ปิดบัง ว่าเรามีคู่แล้ว และทำให้ผู้อื่นมาชอบเรา พอเขาหลงรัก เราก็ไม่เิอา

“อย่าให้ความหวังกับใคร เราต้องรูุ้้จักตัวเอง รู้จักใจตน” หากชัดเจนว่า ไม่ได้ชอบ ไม่รักในทำนองคู่รัก ก็อย่าได้ให้ความหวัง และวางตัวให้เหมาะสม

การที่เรารักคนอื่น ในขณะที่เรามีความสัมพันธ์ฉันคู่รักกับอีกคนหนึ่ง ยังไม่ถือว่าผิดศีล แต่จิตของเราจะเศร้าหมอง และชีวิตอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะตกเหวและผิดศีลได้ง่ายมาก ๆ

สรุปความได้ว่า เราจะรักษาศีลข้อ 3 นี้ได้ดี ต้องรู้จักตัวเองให้ถ่องแท้ รู้จักใจตัวเอง เดินตามหัวใจตนแต่ก็เคารพผู้อื่น


เนื้อคู่จำเป็นต้องเป็นคนต่างเพศเสมอไปหรือไม่

จิตไม่มีเพศ ถ้าจิตที่ผูกพันกันมาเจอกัน ก็อาจจะพัฒนาความผูกพันและรู้สึกดีที่มีให้กันต่อได้ ซึ่งบางครั้งจิตที่ผูกพันกันก็เกิดมาในเพศสภาพเดียวกัน คือ เป็น ชายกับชาย หรือ หญิงกับหญิง

ถ้าจิตของเราละเอียดพอ เราจะสัมผัสได้ว่าความรู้สึกที่เรามีต่อคนต่าง ๆ เป็นความรูุ้้สึกในทำนองใด บางคู่ก็เป็นแบบเพื่อน บางคู่แบบพี่น้อง แบบพ่อ-แม่ และบางคู่ก็เป็นคู่รัก

สิ่งสำคัญ คือ พัฒนาจิตให้ละเอียด เงียบฟังใจ เพื่อที่จะได้ยินสัมผัสแห่งสัมพันธ์ที่เรามีต่อกัน

จะรู้ได้อย่างไรว่า คนนั้นเป็นเนื้อคู่ของเรา

“ยากส์” พระอาจารย์บอก เพราะคนเราจิตใจสับสน จิตหนา ไม่ใส มีคลื่นรบกวนเยอะ จึงอ่านไม่ค่อยออก แต่ถ้าคนที่เจอเนื้อคู่จริง ๆ พลังงานที่สะสมมาร่วมกันสูงพอ และรับกันได้ มักจะมีอาการทางกายปรากฏ เช่น เมื่อประสานตากัน ถึงกับเป็นลม ใจสั่น วูบวาบ ถูกชะตาอย่างมากมาย ประมาณรักแรกพบก็ใช่ (เหมือนนางบุษากับอิเหนามั้ง)

บางคนอาจมีอาการเช่นที่ว่ามานี้ แต่อย่าเพิ่งหลงเชื่อว่า กำลังเจอเนื้อคู่ เพราะจิตของเราอาจหลอกตัวเองได้ — ท่านจึงบอกว่ายากส์ที่เราจะรู้ชัดได้

บางครั้งเราอาจจะเจอคู่แท้ของเรา แต่น่าเสียดายว่า เรา หรือ คู่ของเราต่างมีพันธะผูกพันกับบุคคลอื่นแล้ว ตรงนี้ก็ต้องตัดใจสถานเดียว — ไม่พบ ไม่เจอ ไม่ติดต่อ แล้วจะไม่ผิดศีล เพราะหากให้โอกาสพบเจอ พลังงานอันรุนแรงของความผูกพันจะทำให้เกิดปัญหาได้

คำแนะนำในกรณีเช่นนี้ คือ

รอคอยกันไป ชาตินี้หากโอกาสฟ้าโปร่ง เราก็จะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีก มีหลายคู่ที่อยู่ด้วยกันตอนแก่

รอคอยไปชาติต่อ ๆ ไป ในเมื่อเราผูกพันกันซะขนาดนี้ สักชาติคงได้เจอกันและสานรักกันต่อไป

แต่ก็มีบางกรณีเหมือนกัน ที่เราพบเจอผู้ที่มีกระแสพลังงานความผูกพันรุนแรง เรารู้สึกดีต่อกันมาก หากแต่ในเวลานั้นอีกคนมีคนอื่นอยู่ด้วย และรู้สึกเอนเอียงไปในทางที่ไม่ใช่เรา ซึ่งก็เป็นคนที่รูุ้้สึกดีด้วย (เข้าใจไหมเนี่ย)

พระอาจารย์บอกว่า เรื่องเนื้อคู่เป็นเรื่องหนึ่ง มันยังมีอีกเรื่่องที่ประกอบกันด้วย คือ เจตจำนงค์ของอีกฝ่าย ว่าในปัจจุบันนี้ เขาปรารถนาอะไร เขาอยากทำอะไร

พลังงานที่ดีของเรายังมีอยู่ หากเราไม่ลบมันไปเสีย มันก็ยังคงอยู่ แต่ในตอนนี้ คนของเรามีความปรารถนาอีกแบบ อาจหมายถึงการอยู่กับอีกคนก็ได้ ซึ่งเราต้องเคารพในเจตจำนงค์ของเขาด้วย แล้วปล่อยเขาไป

เนื้อคู่ คู่แท้ถาวรหรือไม่

อยากได้ยินว่า เที่ยงแท้ถาวรละสิ

“ไม่มีวัน” พระอาจารย์บอก ก็กฎไตรลักษณ์ว่าไว้ว่า ทุกอย่างไม่เที่ยง ทุกอย่างเป็นอนิจจัง ทุกอย่างเป็นอนัตตา แล้วกะไอ้เรื่องเนื้อคู่มันจะจีรังเกินกฎเหล็กของธรรมชาติได้อย่างไร

พระอาจารย์บอกว่า เมื่อคนที่มีพลังงานต้องกันเป็นเนื้อคู่มาพบกัน แล้วดูแลกัน ดีต่อกัน ผูกพันกันต่อไป และสั่งสมความดีร่วมกัน ก็จะเป็นการเสริมสร้างพลังงานเนื้อคู่ให้หนักแน่นขึ้นต่อไป

แต่ก็มีหลายราย ที่มีพลังงานที่ดีแต่ปางก่อน เมื่อมาพบกันในชาตินี้ เหตุปัจจัยที่ทำให้เป็นคนในปัจจุบัน (กรรมปัจจุบัน) ทำให้เราเป็นคนลักษณะหนึ่ง ซึ่งอาจไม่เหมาะเจาะสอดคล้องกับอดีตคูุ่่ของเรา

วาสนาเก่าอาจพามาพานพบ และรักกัน แต่วาสนาใหม่หามีไม่ จึงทำให้ความสัมพันธ์เสื่อมถอย บั่นทอนกันและกัน ท้ายที่สุด พลังงานดี ๆ เก่า ๆ ที่เคยมีมาก็หมดลง และถ้าหากหมดลงแค่นั้น แล้วเลิกรากันไป ก็ยังดี กว่าทนอยู่กันต่อไปให้พลังงานติดลบ

ถ้ามาถึงช่วงนี้เมื่อไร พลังงานที่ดีดิ่งสู่แดนลบแล้ว ที่เคยเป็นเนื้อคู่ก็อาจกลายเป็นคู่กัด คู่กรรมในปัจจุบันชาติ หรือ ชาติต่อ ๆ ไปได้

เห็นหรือยังว่า คู่แท้ก็ยังไม่แน่ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับกรรม คือ การกระทำของเราในปัจจุบัน

ทุกสิ่งทุกอย่างมีขึ้น มีลง มีเกิด มี ดับ มีเติบโต งอกงาม และ มีห่อเหี่ยวอับเฉา

พระอาจารย์ย้ำนักหนาว่า ถ้าเรามีความสัมพันธ์กับใคร โดยเฉพาะในเชิงคู่รัก อย่าให้ติดลบเด็ดขาด จะสั่งสมพลังงาน กลายเป็นคนที่เจอกันก็เกลียดกันแต่แรกเห็น เป็นศัตรูกันไป

บางที่ คนที่เรารู้สึกไม่ชอบขี้หน้า หรือเกลียดในชาตินี้ อาจเคยเป็นผู้ที่เราแสนรักในอดีตก็ได้—หากเราคิดอย่างนี้ เราอาจกลับมารักกันได้ใหม่นะ อย่างน้่อยก็เป็นมิตรกันมากขึ้น

ถ้าเราไม่ได้คบหรืออยู่กับเนื้อคู่ ความสัมพันธ์ของเราจะไปรอดไหม ?

โดยมาก ความสัมพันธ์ฉันคู่รักของคนจำนวนมาก มาจากความใกล้ชิด การเรียนรู้ รู้จักกันและก่อเป็นความสัมพันธ์ขึ้นมา

หากเราดูแลความสัมพันธ์ให้ดี เมตตารักและกรุณาต่อกัน ห่วงใยดูแลใส่ใจกัน ความรัก ความผูกพันนี้มากเข้าก็พัฒนาเป็นพลังงานของเนื้อคู่ คู่แท้ได้เหมือนกัน

คิดอย่างไรดี ก่อนมีคู่

คนในยามรัก การเห็นความงามในตัวผู้ที่เรารักนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำ คือ หาข้อบกพร่องของคนที่เรารักให้เจอ และดูว่าเรายอมรับข้อบกพร่องเหล่านั้นได้หรือไม่

ถ้าเช็คใจดูแล้วเห็นว่า รับไม่ได้ หรือทนได้ยาก ก็ลองบอกให้เขาปรับเปลี่ยนดู เป็นการให้โอกาสกัน ขอให้ทำข้อนี้ด้วยความรักและความกรุณา

แต่เขาไม่เปลี่ยนหรือเปลี่ยนไม่ได้ เราต้องกลับมาถามตัวเราแล้วว่า จะรับเขาในแบบนั้นหรือไม่

หากเขาเปลี่ยนยาก และ เราก็รับหรือทนไม่ได้ ก็เป็นเพื่อนกันดีกว่า ไม่เปลืองพลังงาน และจะได้ไม่สร้างพลังงานทางลบให้กันและกัน

พระอาจารย์ย้ำว่า ให้แยกแยะระหว่าง ยอมรับ กับ อดทน

ยอมรับ คือ ให้เป็นไปตามนั้น ใจจำนนและไม่บ่น (ลองเปรียบกับการยอมรับความตาย ท่าทีเราเป็นอย่างไร)

อดทน คือ ไม่ยอมรับ แต่อึด ก็ขึ้นอยู่ว่า จะอึดได้นานแค่ไหน บางคนก็อึดมาราธอนก็มีนะ

เรื่องที่เขียนมาทั้งหมดสอนให้รู้ว่า รักกันไว้เถิด เมื่อมีโอกาสพบเจอกันแล้ว ก็สร้างพลังงานทางบวกให้แก่กัน รักและเมตตากัน เคารพในเจตจำนงค์ของกันและกัน ส่งเสริมกันให้ไปในทางสูงขึ้นเรื่อย ๆ

ถ้าทำได้เช่นนี้ บุคคลอันพึงเกลียดจะไม่มี เราจะถูกชะตากับคนไปทั่ว แต่อาจไม่ทุกคนที่เราจะรู้สึกลึกซึ้งอย่างจริงจังฉันคนรัก

เรียนรู้ที่จะเงียบและฟังเสียงหัวใจของตนเอง

เมือ่ได้ยินแล้วจงอย่าลังเลที่จะตามเสียงของหัวใจนั้น — บางที่เสียงในใจอาจบอกว่า เป็นโสดเถอะเพื่อน ยุ่งยากเหลือเกิน อะไรกันก็ไม่ได้ ฮ่าฮ่าฮ่า่ หรือไม่ก็ชาตินี้ขอพัก ชาติหน้าว่ากันใหม่

สรุปส่งท้าย

“ไม่มีอะไรยั่งยืน ทุึกสิ่งแปรเปลี่ยนตามกระแสเหตุและปัจจัยที่ไหลเนื่องในทุกขณะ ไม่สมควรเลยที่จะยึดถือ ยึดติด เอาจริงเอาจังกับสิ่งใด”

Advertisements

5 responses to “คู่แท้

  1. ซึ้งจัง เห็นความหมาย ความละเอียดอ่อน ความงดงามที่มีโอกาสจะแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังได้ตลอดเวลาของการมีคุ่ หรือไม่มีคู่

    สงสัยเพียงว่า อ่านจบแล้ว ทำให้หลายๆคน เพิ่มความหวังในการเสาะหา ..คู่แท้… ของตัวเองเพิ่มขึ้นหรือไม่ 555……

  2. เข้าใจถึงเหตุและผล รวมทั้งความหมายของความรักหละ ไว้เราจะเล่าประสบการณ์ส่วนตัว คู่แท้แต่ชาติก่อนให้ฟังเวลาเจอกันนะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s