เป็นใจที่รับรู้

“การอ่านจิตผู้อื่นเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งเหนือมนุษย์แต่อย่างใด supernatural แต่เป็นเรื่องธรรมชาติ ธรรมดาที่จิตและใจทำได้อยู่แล้ว”

—————————————–

เช้านี้หลังจากเปิดประตูห้องนอนให้ลูกหมาออกไปเดินเล่นข้างนอกแล้ว ฉันกลับมานอนต่อ

นอนไปนานเท่าไรไม่รู้ แต่รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ ตัวเองลืมตาขึ้นมา เห็นหน้าแม่ที่ก้มมองหน้าในระยะใกล้ ๆ รู้สึกตกใจ แล้วลุกผลุงขึ้นจากเตียง

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เป็นฟิล์มทีละช็อทต่อ ๆ กัน

ฉันทบทวนเสี้ยวประสบการณ์นี้เพื่อทำความเข้าใจอะไรบางอย่าง คือ การทำงานของจิต และ ใจ (ขอแยกสองคำนี้ ในความเข้าใจของตัวเอง จิตคือความคิดปรุงแต่ง มีการทำงานร่วมกับสมอง ส่วนใจ เป้นสภาวะแท้ของธรรมชาติ ซึ่งยังเข้าไม่ถึง)

ก่อนที่จะลืมตา ฉันรับรู้ได้ว่า ใจว่าง อาจเรียกว่า ภวังค์หรือเปล่ามิอาจรู้ได้ เพราะไม่ใช่ผู้รู้ รู้แต่เพียงจิตก่อนลืมตาไม่มีความคิด หรือความรู้สึกใด

แล้วอยู่ดี ๆ ตาก็ลืมขึ้น ราวกับว่ารู้ว่ามีอะไรบางอย่างกำลังจ้องมองอยู่ ซึ่งตรงนี้น่าสนใจมาก เพราะโดยมาก เรารู้ว่า ตา หู จมูก ลิ้น กาย และ ใจเป็นประตูแห่งการรับรู้ของมนุษย์ เมื่อตากระทบสิ่งใด จะเกิดการรับรู้ที่จักขุวิญญาณ และระบบการรับรู้ก็เกิดแบบนี้ ในประสาทสัมผัส (อายตนะอื่น ๆ)

เรามองว่า ใจ คือ ประธานที่นั่งให้ห้องลับ คอยรับข้อมูลจากภายนอก แล้วแปลสัญญาณ และ เก็บข้อมูล หรือบางทีท่านประธานก็อาจจะปิดห้อง นั่งคิดเรื่องอะไรเรื่อยเปื่อยไปเองก็ได้

แต่บางประสบการณ์ทำให้ฉันอยากตั้งข้อสังเกตุว่า ใจเองก็รับรู้ได้ แม้จะไม่มีการกระทบของอายตนะภายนอก คือ ตา หู จมูก ลิ้น และ กาย อย่างเช่น ในยามหลับ ตาไม่อาจกระทบรูปและส่งสัญญาณการมองเห็นใด ๆ ไปให้สมองหรือจิตได้ หูยังอาจได้ยินอยู่ก็เป็นได้ จมูกก็อาจได้กลิ่นก็ได้ ส่วนลิ้น และสัมผัสในบางครั้งก็อาจไม่รับรู้

แต่ใจซึ่งเป็นนามธรรม นอกจากการคิด ๆ ๆ ๆ แล้วก็สามารถรับรู้โลกภายนอกได้ด้วยตัวของใจเองใช่หรือไม่

ฉันนึกถึงอีกประสบการณ์หนึ่งในวัยเด็กสมัยอยู่โรงเรียนประจำ ฉันตื่นมาตอนดึก แล้วเห็นพี่ ๆ หลายคนนั่งรอบเตียง (คือ เค้ามาชวนคุยทำความรูุ้้จักกันนะคะ) ฉันรู้ได้อย่างไรว่า มีคนมาและนั่งดูฉันอยู่

คงยังมีอีกหลายประสบการณ์ที่ฉันเริ่มสนใจว่า จิตและใจเองก็คงรับรู้ได้เองโดยไม่ต้องอาศัย อวัยวะประสาทสัมผัสต่าง ๆ

หากข้อสังเกตนี้มีมูลอยู่บ้าง ความหมายของมันที่ฉันเริ่มเห็นอยู่ที่ ในยามหลับเราอย่าได้คิดว่า เสียงและภาพของทีวีที่เปิดไว้จะไม่วิ่งเข้ามานอน นิ่งอยู่ในใจของเรา

บางคนให้ลูกนอนกับทีวี ไม่รู้เลยว่า ภาพ ข้อมูลประเภทไหนบ้างที่เข้าไปในใจของเขาเหล่านั้น หรือเม้แต่ตัวเราเอง

บางทีฉันเองก็เอาความรู้เรื่องนี้ ไปเปิดเทปธรรมะฟังก่อนนอน หรือ เปิดไปเรื่อย ๆในยามนอนหลับด้วย คือ เรียนธรรมะอย่างลัด ให้จิตใต้สำนึกเรียน

อีกอย่างที่ฉันคิดต่อในเรื่องการทำงานของใจนอกอาณาเขตของกาย คือ การรับรู้พลังงานและความคิดที่อยู่รายล้อมรอบตัวของเรา ความคิด ความรู้สึกของคนอื่นที่ใจอาจสัมผัสรับรู้ได้

หากเราหัดเปิดสัญญาณใจรับรู้ใจผู้อื่น เราจะรู้จักกันมากขึ้นไหม และเราจะระวังในการส่งความรู้สึกดี ๆ ให้คนรอบข้างไหม เพราะหากรู้สึกกับเขาไม่ดี เขารู้สึกได้ด้วยเหมือนกัน

เราเชื่อมโยงต่อไปอีกว่า การอ่านจิตผู้อื่นเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งเหนือมนุษย์แต่อย่างใด supernatural แต่เป็นเรื่องธรรมชาติ ธรรมดาที่จิตและใจทำได้อยู่แล้ว เพียงแต่อาศัยเหตุและปัจจัยบางอย่าง

แต่แฮะ ๆ พระพุทธองค์ไม่สรรเสริญนะคะ การอ่านจิตผู้อื่นได้ ไม่นำไปสู่ทางพ้นทุกข์ หนำซ้ำ อาจทำให้ทุกข์เพิ่มก็ได้

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s