สู่วัยเยาว์อันรื่นรมย์และวิถีแห่งอัศวิน

ความเป็นผู้ใหญ่ไม่จำเป็นต้องกระชากความเป็นเด็กออกไปจากเรา ความเป็นเด็กอาจดำรงอยู่ในร่างกายที่กำลังร่วงโรยก็ได้มิใช่หรือ และนั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับฉัน

เด็กหญิงผมตรงซอยสั้นกลัยเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง “มาเล่นกันเถอะ อย่างที่เราเคยเล่น โลกของผู้ใหญ่น่าเบื่อจะตาย แห้งแล้ง ไร้จินตนาการ เธอไม่เบื่อหรือไง” เด็กหญิงในชุดยีนส์ถาม “เธออยู่กับความจริงมากไป หรือไม่เธอก็จริงจังกับหลายสิ่งในชีวิตมากไป เลยหมดสนุก”

“เล่นอะไรกันดี”ฉันถาม

“เล่นเกมส์ที่เราชอบเล่นไง เกมส์อัศวิน” เด็กน้อยพูดเสียงแหลม

ฉันอมยิ้ม ใช่สิ ฉันลืมไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ เกมส์เล่นเป็นอัศวินเป็นเกมส์โปรดของฉันที่เล่นได้คนเดียว และเล่นกับเพื่อน ๆ

ฉันเป็นเด็กที่หลงใหลยุคกลาง ยุคที่โลกเต็มไปด้วยเรื่องราวของเหล่าอัศวิน พ่อมด แม่มด สารพัดสัตว์ในเทพนิยาย

ฉันชอบอ่านและดูหนัง เรื่องราวของอัศวินโต๊ะกลมของกษัตริย์อาเธอร์ และจินตนาการตามไปด้วยว่า ตัวเองเป็นหนึ่งในอัศวินผู้กล้าผู้ต่อสู้กับคนร้าย อสูร และสัตว์ร้าย เพื่อพิทักษ์ความดีงาม ปกป้องผู้อ่อนแอ และช่วยเหลือเจ้าหญิงที่ถูกจับเป็นตัวประกันจากตัวร้าย (ฉันไม่เล่นเป็นเจ้าหญิงเพราะเจ้าหญิงมีชีวิตที่น่าเบื่อ อยู่ในวัง รอคอยการแต่งงานหรือไม่ก็การช่วยเหลือจากอัศวิน)

ฉันจะมีดาบประจำกาย มีม้าคู่ใจ และแน่นอนที่สุด ฉันต้องเรียนรู้วิชาต่าง ๆ จากพ่อมด เมอร์ลินด้วย

เมื่อความทรงจำวัยเด็กกลับมา โลกของฉันเริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย

รถยนต์ที่ฉันขับไม่ใช่รถยนต์อีกต่อไป “นี่คือ Mustang ม้าคู่ใจอัศวินต่างหาก”

ก่อนออกเดินทาง ฉันบอกเจ้าม้าของฉันว่า “เราไปผจญภัยด้วยกันนะ ท่องโลกไปด้วยกัน เธอดูแลฉันและฉันดูแลเธอ”

เมื่อท่าทีที่เรามีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งเปลี่ยนไป วิธีที่เราสัมพันธ์และรู้สึกกับสิ่งนั้นก็เปลี่ยนไปด้วย เมื่อฉันไม่มองว่า รถเป็นเครื่องยนต์ที่ไร้ชีวิต มันก็กลับมีชีวิตชีวาให้ฉันสัมผัส

ระหว่างขับรถ รู้สึกเหมือนกำลังขี่ม้านี่มันให้ชีวิตชีวากับหัวใจดีจริง ๆและฉันรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นด้วย เพราะม้าต้องดูแลตัวเองให้พ้นอันตรายอยู่แล้ว ซึ่งหมายความว่า อัศวินย่อมรอดไปด้วย

นอกจากม้าแล้ว ฉันยังมีมังกรเป็นพาหนะประจำตัวดว้ย

เร็ว ๆ นี้ ฉันเดินทางไปเชียงใหม่ ต้องขึ้นเครื่องบิน ในตอนที่เดินไปจะขึ้นเครื่องนั้น ฉันมองไปที่ตัวเครื่องและจินตนาการหนึ่งก็ผุดขึ้นมา

“เจ้ามังกรขาวเพื่อนยาก เราไปผจญภัยในดินแดนแห่งดาวเหนือด้วยกันเถอะ” ความรู้้สึกนี้ทำให้การเดินทางเป็นเรื่องสนุก ฉันเชื่อมโยงสัมพันธ์กับเจ้ามังกรที่กำลังทะยานออกไป “วี้” คือเสียงที่ฉันร้องในใจ เราเป็นหนึ่งเดียวกัน หากเกิดอะไรขึ้นระหว่างการบิน อัศวินย่อมไม่หวาดหวั่นที่จะตายกับเพื่อนคู่ใจ (หายกลัวไปเยอะเลย)

บ้าหรือเปล่า หลายคนอาจถาม ทำตัวเป็นเด็ก บางคนอาจพูดถึงพฤติกรรมที่ฉันเล่าให้ฟังนี้

ฉันก็ทบทวนตัวเองเหมือนกัน แต่เสียงของครูชาวอินเดียนแดงของก็ดังขึ้น

“มี spirit ในทุกสิ่งทุกอย่าง โลกนี้เป็นโลกของสายใยแห่งความสัมพันธ์ เราสัมพันธ์กับสิ่งต่าง ๆ อย่างไร เราก็เป็นเช่นนั้น” ครูแลรี่กล่าว

สำหรับอินเดียนแดง ทุกอย่างมีจิตวิญญาณ ต้นไม้ ภูเขา น้ำ ปลา หมาป่า ก้อนหิน สายลม สร้อยคอ ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ เรียกได้ว่า ทุกอย่างที่ชีวิตของเขาสัมพันธ์ด้วย ทุกอย่างที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ล้วนมีจิตวิญญาณ มีชีวิตทั้งสิ้น

เวลาที่เรามองสิ่งต่าง ๆ เป็นสิ่งที่มีจิตวิญญาณ spirit ท่าทีของเราอ่อนโยนและเคารพรูุ้้คุณ ครูอินเดียนแดงบอก

ครูแลรี่บอกว่า แม้ชาวอินเดียนแดงจะล่าควายเอามากินเป็นอาหาร และเอาเขาควายและส่วนอื่น ๆ มาทำเครืองใช้ แต่พวกเราเคารพมัน ใช้ร่างกายของมันให้เกิดประโยชน์เต็มที่ ไม่มีสิ่งใดเหลือทิ้ง และเราขอบคุณควายและกล่าวถึงควายนั้นในเวลาที่เราทำพิธีกรรมต่าง ๆ เราขอบคุณสัตว์ต่าง ๆ ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของเรา

แน่นอนว่า พวกเขารูุ้้สึกกตัญญูต่อกระโจม ต่อธนู ต่อมีดที่เขาใช้ด้วย

ด้วยความรู้สึกรู้คุณ เคารพนี้เอง ทำให้เขาดูแลรักษาทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเขาอย่างเต็มที่ (อุปนิสัย เบื่อแล้วทิ้ง ของใหม่มา ของเก่าไปจะไม่เกิดขึ้น)

ฉันว่า บางทีเราอาจนำปัญญาญาณจากอดีตของชนเผ่าต่าง ไ ในโลกมาแก้วิกฤตโลกร้อน วิกฤตชีวิตของเรา วิกฤตเศรษฐกิจได้ เพราะวิกฤตต่าง ๆ เหล่านั้น มีรากมาจากความที่เราไม่เห็นหัวใคร นอกจากตัวเอง ตะกละและเห็นแก่ตัวอย่างที่สุด และเราก็กำลังฆ่าตัวตายไปทีละน้อย

เราไม่เห็นชีวิตในสายน้ำ สายลม ต้นไม้ ภูเขา ไม่เห็นเรื่องเล่าของช้าง ของหมาข้างถนน ชีวิตของเราจึงแห้งแล้ง น่าเบื่อหน่ายขาดชีวิตชีวา

มื่อเราเห็นโลกและสิ่งต่าง ๆ บางทีรวมถึงคนด้วย เป็นสิ่ง ๆ object ความสัมพันธ์ที่เรามีต่อสิ่งนั้น ๆ ก็เป็นแบบสิ่ง ๆ ไม่ีชีวิต จิตวิญญาญ แต่เป็นเหมือนเครื่องจักรกลไก

เมื่อเราืำทำกับสิ่งภายนอกราวกับว่าเป็นสิ่งไร้่ชีวิต เราก็กำลังทำตัวเองให้เป็นสิ่งที่ขาดชีวิต ไร้ชีวาไปด้วยเช่นกัน

ท้ายที่สุด เราไม่ควรจริงจังกับชีวิตให้มากเกินไป ปัญหาต่าง ๆ จะได้เบาขึ้นเป็นนุ่นล่องลอยตุ้บป่องตุ้บป่องออกไปไกลแสนไกล

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s