ต้อนรับกับชีวิต เป็นมิตรกับความพลัดพราก

สิ่งที่เราทำด้วยความรักและปรารถนาดีต่อผู้อื่น แม้จะเป็นเพียงสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่าง I.C.U. Art Care Corner ที่ รพ. พระมงกุฎ ฯ ก็อาจส่งผลสะเทือน สร้างแรงกระเพื่อมได้อย่างที่เราคาดไม่ถึง

พี่บุ๋ม (ร้อยเอกหญิง นิลภา สุขเจริญ) พยาบาลหัวใจสะอาดจากหอผู้ป่วย ไอซียู เพิ่งส่งข่าวดีและข่าวด่วนดีมาให้ 2 เรื่องค่ะ

เรื่องแรก คือ การตอบรับจากบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ป่วยต่อการดูแลหัวใจของคนป่วย ญาติ และคนทำงาน ทั้งกายและใจ

เรื่องที่สอง คือ งาน “ มิตรภาพก้าวไกล  ปลูกความดีถวาย เทิดไท้องค์ราชา” ที่จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 4 ธค. ที่จะถึงนี้ที่ รพ. ค่ะ

ข่าวดีเรื่องแรกจากปากคำของพี่บุ๋มค่ะ

“ห้าเดือนผ่านไปกับ ART IN ICU งานแห่งมิตรภาพครั้งนี้ เมื่อกลับมาทบทวนอีกครั้ง พี่ชัดเจนขึ้นว่า สำหรับมิติความเจ็บป่วยในICU นั้น คือโอกาสการเรียนรู้ในชีวิต ทั้งตนเอง ผู้ป่วย ครอบครัว และเพื่อนร่วมงาน

“สองสัปดาห์ก่อน ครูอันเป็นที่รักคนหนึ่งมาเยี่ยมที่ทำงานและพี่พาครูไปดูรูป ครูหยุดที่รุปหนึ่งแล้วพูดว่า “บุ๋มๆดูรูปนี้ซิ ฉันนึกถึงคำนี้นะ….ต้อนรับกับชีวิต เป็นมิตรกับความพลัดพราก

“พี่ปักใจว่านี่คือ ความหมายที่ลึกซึ้งของงานแห่งการรักษาที่นี่  พี่ใช้มันเพื่อรู้จักชีวิต และเป็นโอกาสของทุกชีวิตได้เข้าใจในชีวิตยามเจ็บป่วย  และจำนนกับชีวิตเมื่อพบความตาย

“ศิลปะทำหน้าที่ของมันอย่างที่พี่คิดบอก  ศิลปะช่วยให้ชีวิตได้หยุด  ได้ชะลอลง  ได้กลับมาอยู่กับตนเองบ้าง  ความสงบ  ผ่อนคลาย  สบายใจ  เป็นโอกาสสำหรับความเข้าใจ  และรับมือกับชีวิตด้วย ปัจจัยที่เรามีเอื้อเฟื้อไว้  ศิลปะเป็น  “สะพาน”  เชื่อมชีวิต

“ที่สุดแล้วพี่มองรอบๆตัว  มองหาศิลปะในรูปแบบต่างๆค่ะ  เช่น ดนตรี  การนวด การวาดรูป ฯลฯ  รวมถึง คนค่ะ  คนที่เข้าใจในธรรม  คนที่เข้าใจในมนุษย์เช่นนักจิตวิทยา ฯลฯ  ก็คือศิลปะนะคะ

“โดยเฉพาะเรื่องดนตรี …..ผู้ป่วยคนหนึ่งเป็นมะเร็งในระยะสุดท้าย  ผ่าตัดขาออกตั้งแต่สะโพกลงไป  จากที่มีประวัติปรึกษาจิตเวชว่ารู้สึกอยากตาย  แต่วันนี้กลไกและความเข้าใจในชีวิตพาเขามีแรงฟื้นคืนมา  วันนี้จะย้ายกลับห้องธรรมดาได้

“พี่เปิดดนตรีบรรเลงตามสายไปยังห้องผู้ป่วย เป็นเพลงรุ่นๆพี่ค่ะ เช่น สายน้ำไม่ไหลกลับคืน กุหลาบเวียงพิงค์ ฯลฯ

“ผู้ป่วยบอกพี่ก่อนย้ายออกไปว่า  “ขอบคุณสำหรับเพลงนะครับ  ผมได้ยินแล้วผมร้องตามได้  มันทำให้ผมรู้สึกว่าเรามีชีวิต  มันนึกถึงชีวิตเราที่ผ่านมาได้  ผมว่าถ้าคนผ่าตัดออกมาแล้วได้ยิน  มันทำให้รู้สึกว่า  เราจำได้  ….แปลว่าเรามีชีวิตนี่นา  เราฟื้นแล้ว  เรารอดแล้ว  “

“พี่เรียนรู้ดนตรีจากผู้ป่วยค่ะ”

ข่าวด่วนดี

พี่บุ๋มและทางโรงพยาบาลพระมงกุฎ ฯ อยากชวนเพื่อน ๆ มาร่วมงาน “ มิตรภาพก้าวไกล  ปลูกความดีถวาย เทิดไท้องค์ราชา” ในวันศุกร์ที่ 4 ธค. ที่จะถึงนี้ที่ รพ. พระมงกุฏเกล้า ตั้งแต่เวลา 6.30 น. ในตอนเช้า เป็นต้นไป

บุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัคร รวมถึงผู้ป่วยและญาติมีความตั้งใจที่จะร่วมกันจัดงานนี้เพื่อทำให้โรงพยาบาลเป็นสถานที่เยียวยาทั้งกายและหัวใจอย่างแท้จริง

เราคงคุ้นกับคำว่า Humanized Health Care (การแพทย์หัวใจมนุษย์) กันมาบ้าง หลายโรงพยาบาลพยายามกลับสู่ความเป็นมนุษย์ และลองค้นหาวิธีการ กิจกรรมต่าง ๆ เพื่อทำให้แนวคิดนี้เป็นจริงขึ้นมา อย่างโรงพยาบาลพระมงกุฎ ฯ โดยกองการพยาบาล ได้ดำเนินกิจกรรมหลากหลาย เช่น กลุ่มมิตรภาพบำบัดโรคมะเร็ง  โครงการศูนย์เพื่อนช่วยเพื่อนเพื่อการดำรงชีวิตอิสระ  โครงการสุนทรียภาพกับการดูแลผู้ป่วย ไอ.ซี.ยู เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมต่างๆได้ดำเนินงานมาครบ ๑ ปีแล้ว ทางศูนย์การส่งเสริมมิตรภาพบำบัด จึงดำริให้มีการดำเนินกิจกรรมของศูนย์อย่างต่อเนื่องและเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ จึงได้ร่วมกันจัดงานดังกล่าว

มีเครือข่ายศูนย์ส่งเสริมมิตรภาพบำบัดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าและเครือข่ายกลุ่มมิตรภาพบำบัดของหน่วยงาน / องค์กรภายนอก ได้แก่

– กลุ่มการแพทย์จิตอาสา “การแพทย์เพื่อหัวใจความเป็นมนุษย์”

– จิตอาสากาชาด   – จิตอาสาชมพูกรุณา

– กลุ่มอายุบวร / จิตประภัสสร

– ชมพูวาว  ชมรมคนรักษ์นม

– กลุ่มปรับสมดุลกาย-จิต ฯ

– องค์กรคนพิการสากล  เครือข่ายกลุ่มดำรงชีพอิสระ

– องค์กรทหารผ่านศึก

– กระทรวงพัฒนาและความมั่นคงมนุษย์ กลุ่มศิลปะบำบัด ฯ

– กลุ่มสื่อสร้างสรรค์ Happy Media

สำหรับงานี้ I.C.U. Art Corner จะย่อส่วนและจำลองรูปแบบเข้าจัดแสดงตรงลานชั้น G. ของอาคารเฉลิมพระเกียรติ เพื่อให้ผู้ป่วย ญาติ และ บุคคลากรทางการแพทย์ได้มีโอกาสสัมผัสกับ ศิลปะ ชีวิต กับมิตรภาพ

น้ำใจ น้ำเย็น

ในวันที่ใจหนักอึ้ง ไร้เรี่ยวแรงที่จะทำอะไร เราพยายามช่วยตัวเองโดยลองดูดีวีดีเพื่อปลดปล่อยภาระทางความรู้สึกข้างในออกมาบ้าง

มองดูแผ่นดีวีดีมากมายที่รายเรียง เราเลือก “นักประดาน้ำกับผีเสื้อ” มาเปิดดู และภาระในใจดูเหมือนจะไหลไปกับเรื่องราวที่หนักกว่าของ อดีตบรรณาธิการนิตยสาร Elle ของฝรั่งเศส Jean Dominique Bauby ผู้ที่มีภาวะ locked in syndrome ทำให้หนุ่มวัย 40 ปีไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้ ยกเว้น เปลือกตาข้างซ้าย และจิตใจ ความรู้สึกนึกคิด ความฝัน จินตนาการที่ยังโบยบินได้อยู่ในร่างกายที่นิ่งหนัก

เรื่องราวดำเนินไปได้ครึ่งเรื่อง โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น “พี่น้ำเย็นประสบอุบัติเหตุ รถคว่ำ ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล….” หลังจากที่เพื่อนชายคนสนิทสาธยายอาการของพี่น้ำเย็นให้ฟัง และวางสายโทรศัพท์ไปแล้ว ฉันตกอยู่ในภาวะอึ้ง ปิดดีวีดี และนอนนิ่งบนโซฟาไปจนเย็นย่ำ

จากคำบอกเล่าของเพื่อน ๆ อุบัติเหตุทำให้กระดูกคอของพี่น้ำเย็นเคลื่อน ส่งผลให้เธอไม่สามารถขยับร่างกายได้นับแต่ไหล่ลงไป ร่างกายไม่อาจรับรู้ความรู้สึกต่าง ๆ ได้ และตอนนั้น กำลังมีเหล็กน้ำหนัก 20 กิโลกรัมถ่วงศีรษะอยู่ เพื่อจัดกระดูกให้กลับไปที่เดิม

เราคิดในใจ “โชคดีที่กระดูกคอไม่หัก เพราะนั่นหมายถึง จุดจบของชีวิต” แต่โอกาสชีวิตที่เหลือต่อไปจะเป็นอย่างไรเล่า … “ไม่เป็นไร” เราคิด ชีวิตหาหนทางให้ตัวเองได้เสมอ ขอเพียงมีสมองคิด ใจรับรู้และรู้สึก และลมหายใจ มีตัวอย่างคนมากมายที่ทำประโยชน์ให้ผู้คนแม้จะมีข้อจำกัดทางกาย (และคนที่ร่างกายปรกติที่ทำตัวเป็นภาระของโลก)

พี่หน่อยผู้ที่ฝึกฝนการนวด และอาหาร ยา สำหรับการดูแลรักษาสุขภาพอย่างเข้มข้น อาสาไปนวดให้แทบทุกวัน และจัดหาหมอนวดไปให้ด้วย และแนะนำอาหาร น้ำผักผลไม้สุขภาพ ซึ่งช่วยได้เยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องขับเสมหะ “ร่างกายที่หยุดนิ่งนาน ๆ ต้องได้รับการกระตุ้น ไม่เช่นนั้นการฟื้นคืนจะช้าและยาก” เราเห็นด้วย และตั้งใจจะไปนวดให้พี่น้ำเย็นเช่นกัน

ก่อนจะไปเยี่ยมพี่น้ำเย็น เราลองท่องไปในโลกอินเตอร์เน็ต เพื่อทำความเข้าใจเรื่อง กระดูกต้นคอ สรีระของร่างกาย และความสำคัญของกระดูกชิ้นนี้ … กระดูกคอ โดยเฉพาะข้อที่ 4 และ 5 เกี่ยวข้องกับระบบการเคลื่อนไหวร่างกาย และระบบประสาทอีกหลาย ๆ อย่าง

อ่านข้อมูลไป เกี่ยวกับโครงสร้างกระดูก กระดูกสันหลัง สมอง ยิ่งทำให้คิดถึง ครูโยคะ ทั้งครูกวี และครูเละ  ที่บอกว่า การทำโยคะเป็นการบริหารกล้ามเนื้อชิ้นเล็ก ๆ ที่ติดกับกระดูกและเส้นเอ็น ถ้ากล้ามเนื้อเล็ก ๆ เหล่านี้แข็งแรง ก็จะกระชับปรับกระดูกให้อยู่ในท่าที่สมดุล และเวลาเกิดการบาดเจ็บ หรือ อุบัติเหตุ ก็ช่วยลดความอันตรายด้วย ต่อไปนี้ เลยตั้งใจว่าจะตั้งใจฝึกโยคะทุกวัน และอยากให้เพื่อน ๆ กลับมาฝึกกันด้วย

ก่อนวันที่จะไปเยี่ยมพี่น้ำเย็น เราเตรียมกายและใจให้พร้อมกันเลยทีเดียว เป็นความเชื่อของเราว่า ผู้ป่วยและโรงพยาบาลมีพลังงานทางลบมาก คือ พลังอ่อน และทุกข์ ดังนั้นเราต้องอัพพลังกายและใจตัวเองให้ดี ไม่เช่นนั้น เราจะป่วยหลังจากกลับจากโรงพยาบาล

2-3 วันก่อนไปเยี่ยม เราสวดมนต์ นั่งสมาธิ ออกกำลังกาย รำมวยจีน โยคะ เล่นบาส ทำใจให้แจ่มใส เบิกบานเท่าที่จะทำได้ และวันที่จะไปเยี่ยม ก็พกอุปกรณ์การนวดหน้าไปด้วย  … อ้อและที่จะลืมไม่ได้ เราไปทำผมด้วยหละ ให้หน้าตาดูดี และแต่งตัวให้สดใสที่สุด เราเลือกสีเสื้อผ้า ลักษณะเสื้อผ้าที่จะใส่ ทั้งหมดทั้งปวง ลงทุนสวยเพื่อให้ผู้ป่วยได้เห็นอะไรสวย ๆ งาม ๆ จิตใจจะได้ผ่องใส และก็ได้ผลนะ พี่น้ำเย็นชม แสดงว่าชื่นใจที่เห็นน้องสาวดูดี

แม้จะนอนนิ่งอยู่บนเตียง ขยับเนื้อตัวไม่ได้ แต่สีหน้าพี่น้ำเย็นดูสดใสมาก คงเป็นเพราะกำลังใจจากคนข้างกาย อย่างพี่น้อยสามี น้องสาว เพื่อน ๆ ที่ไปเยี่ยม และ จากพลังใจของพี่น้ำเย็นเอง ที่เป็นคนเข้มแข็งอยู่เป็นทุนเดิม

เราไปนวดขา นวดฝ่าเท้า มือ และนวดหน้าให้พี่น้ำเย็น ในระหว่างที่นวดก็สวดมนต์ไปด้วย ทำสมาธิในใจไปด้วยกับทุกจังหวะของการกดจุด

เรานึกถึงพระไภสัชยคุรุพุทธเจ้า (พระพุทธองค์ทางการแพทย์) เรานึกถึงท่านได้แจ่มชัดมาก แต่เราท่อง คาถาถึงท่านไม่เป็น จึงท่องคาถา “โอม ตาเร ตุตตาเร ตุเรโซฮา” ถึงพระโพธิสัตว์ตารา … มั่วดีไหมละเพื่อน

พี่น้ำเย็นบอกว่า รู้สึกยิบ ๆ เหมือนชาที่ขา เท้า รับรู้ความรู้สึกอุ่น ๆ ร้อน ๆ ที่เท้าได้นะ — ซึ่งปรกติจะไม่อาจรับรู้ความรู้สึกใด ๆ ได้เลยในส่วนนี้ เวลาที่เรานวด เวลาที่พี่หน่อยนวด จะเกิดความรู้สึกขึ้นได้

นี่ถือเป็นสัญญาณที่ดีนะ พี่น้อยผู้เป็นสามีที่แสนดีบอกว่า คุณหมอเคยพยากรณ์อาการว่า โอกาสที่พี่น้ำเย็นจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้มีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ …แต่ทุกอย่างไม่แน่นะเพื่อน

เราพูดถึงสิ่งดีงามที่เราและพี่น้ำเย็นเคยร่วมกันทำมา ก็การสร้างกุฏิดินถวายหลวงพ่อคำเขียนนั่นไง พี่น้ำเย็นเองพูดก่อนเลยว่า เรายังไม่ได้ไปเยี่ยมหลวงพ่อคำเขียน และกลับไปดูกุฏิดินที่เราสร้างถวายเลยนะ … เราเลยบอกว่า เอาละ หายแล้ว เดินได้ เราไปชัยภูมิกัน

ก่อนกลับ เรากุมมือและบอกให้พี่น้ำเย็นสวดมนต์ และเราจะภาวนาโพวะ ระหว่างนั้น มือของพี่กระตุก ๆ “เป็นเพราะอะไร” พี่น้ำเย็นถาม “ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็ดีไม่ใช่หรือ” เราตอบ

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เรากลับไปเยี่ยมพี่น้ำเย็นอีกครั้ง ก็ไปทำอย่างเดิม คือ นวด และภาวนา พูดคุยให้กำลังใจ แนะนำวิธีภาวนา

คราวนี้สิ่งที่เห็น คือ ขาทั้งสองข้างของพี่น้ำเย็นเริ่มขยับได้เอง แต่พี่เค้าไม่รู้ตัว ไม่ได้สั่งให้ขาขยับ และพี่ไม่รู้ว่า ขากำลังขยับ — อันนี้เราได้ความรู้ว่า ร่างกายทำงานได้เอง เราไม่ได้เป็นเจ้าของ สั่งการเขาทั้งหมดหรอก

เวลาเรานวด ขามีปฏิกิริยา กระตุก เขยื้อน ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีอีกนั่นแหละ

พี่น้ำเย็นขยับมือและแขนได้บ้าง แต่ช้า ๆ และอย่างอ่อนแรง เราบอกให้พี่น้ำเย็นภาวนาด้วยการขยับมือขึ้นลง ขยับนิ้ว แล้วรับรู้การเคลื่อนไหวของร่างกายไปด้วย โดยมาพี่น้ำเย็นใช้เวลานอนนิ่ง ๆ สวดมนต์ และรับแขกที่เอาใจดี ๆ ไปเยี่ยม ผู้มาเยี่ยมหลายคนช่วยนวดพี่น้ำเย็นระหว่างพูดคุยกัน ดีมาก ๆ เลย

พี่น้ำเย็นดูดีขึ้นเป็นลำดับ

พี่น้ำเย็นมีปัญหาความดันต่ำบ้าง และออกซิเจนในเลือดต่ำ ปอดแฟบ เพราะนอนนิ่ง ๆ ไม่ได้ขยับ ออกกำลัง – เราเลยแนะนำให้ หายใจช้า ๆ ลึก ๆ ตามสบาย —เพื่อออกซิเจน และใจที่ผ่อนคลาย

อีกเรื่องที่แนะนำ คือ หัวเราะ เข้าไว้ ปอดจะได้แข็งแรง เพราะปอดจะขยับไปมา — ถ้าเพื่อน ๆ จะไปเยี่ยมพี่น้ำเย็น อย่าลืมทำให้หัวเราะกันด้วยนะ

เราจะเอารูปสวย ๆ ไปให้พี่น้ำเย็น เพราะทั้งวันพี่ต้องนอน หรือหากลืมตา ก็เห็นเพดานเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็ไม่ได้เย็นตาเลย เพราะเปิดไฟนิออนแยงตาทั้งวัน เสียงในห้องพักก็หนวกหู เปิดทีวี ที่ไม่มีผู้ป่วยคนไหนดู เปิดเพลงวัยรุ่นที่คนแก่ ๆ ที่นอนป่วยไม่ฟัง

เห็นสภาพแบบนี้ แล้วอยากปรับปรุงระบบนิเวศการพยาบาลผู้ป่วยจริง ๆ จะทำทั้ง รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เข้าไปในใจกันเลยทีเดียว

เราขอบคุณพี่น้ำเย็นที่เปิดประตูให้เราเข้าไปเข้าใจร่างกายของตนเองมากขึ้น และทำให้เกิดความมุ่งมั่นที่จะดูแลร่างกายของตนเองมากขึ้น จนขนาดอยากเรียนวิชาแพทย์ การเยียวยา อย่างจริงจังเลยทีเดียว …แอบคิดว่ามีทุนเดิมอยู่

เราตั้งใจจะฝึกฝนตนเองในการดูแลร่างกาย และฝึกฝนพลังใจ เพื่อที่ว่า จะดูแลเพื่อน ๆ ได้ในยามจำเป็น

แต่ขอให้เพื่อน ๆ ทุกคนอย่าจำเป็นต้องใช้บริการของเราและพี่หน่อยเลยนะ  อาเมน….