เหตุที่จะรักและกรุณา

ในความรักความกรุณา — มีความอดทน มีความกล้าเผชิญความทุกข์ยากลำบาก มีความเสียสละ มีความเคารพให้เกียรติ (ไม่รังเกียจ/ไม่สงสารแบบสมเพช) และมีการลงมือกระทำเพื่อแสดงออกถึงคุณธรรมในใจเหล่านั้น

เราได้รับเรื่องหนึ่งที่ถูก forward มา เป็นเรื่องที่พยายามหาเหตุผลของการจากลา หรือความพลาดหวังในชีวิต เช่น ความรัก

อ่านแล้วก็สนุกดี แต่อยากลองพิจารณาในแง่มุมอื่นที่น่าสนใจด้วย

เรื่องใน forward mail มีอยู่ว่า

มีชายหญิงคู่หนึ่งรักกันมาก  คบกันมา 3 ปี ทั้ง 2 ตกลงจะแต่งงานกันและกำหนดวันเรียบร้อย ต่อมาไม่นานฝ่ายชายรู้ข่าวว่า คู่รักของตนแต่งงานไปกับคนอื่นอย่างกะทันหัน โดยฝ่ายหญิงเองก็เต็มใจ

เมื่อได้ทราบข่าว เขาทั้ง งง และ เสียใจมาก ร้องไห้ไม่กินไม่นอน  ไม่นานก็ป่วยหนักเพราะตรอมใจ

วันหนึ่ง หลวงตาแก่ๆ เดินผ่านมาที่หน้าบ้านของชายคนนี้ แล้วหยุดที่หน้าบ้าน เคาะประตู เด็กรับใช้ออกมาเปิดประตู พบว่าเป็นพระจึงบอกว่า “ไม่ทำบุญ นิมนต์ข้างหน้าเถอะ”

หลวงตายิ้มอย่างมีเมตตาแล้วพูดว่า “อาตมาไม่ได้มาบิณฑบาต ในบ้านมีคนป่วยใช่มั้ย อาตมาพอมีความรู้ทางด้านการแพทย์นิดหน่อย ไม่รู้จะพอช่วยได้รึปล่าว”

เด็กรับใช้ได้ฟังก็อึ้ง เข้าไปถามเจ้านาย เจ้านายตอบอย่างตัดรำคาญว่าอยากเข้ามา  ก็เข้ามา!
เมื่อหลวงตาเข้าไปพบที่ห้องนอนพบว่า ชายคนดังกล่าวนอนอย่างหมดอาลัยตายอยากอยู่บนเตียง
สีหน้าซีดเซียว  ร่างกายซูบผอมประหนึ่งครึ่งคนครึ่งศพ เด็กรับใช้นำน้ำมาถวายหลวงตา  พร้อมจัดเก้าอี้ถวายข้างๆเตียงของชายคนนั้น

หลวงตายิ้มแล้วพูดว่าอาการหนักเลยนะ ชายคนนั้น  นิ่งเงียบไม่สนใจในสิ่งที่หลวงตาพูด
หลวงตาตรวจอาการพอเป็นพิธี  จึงกล่าวว่า  “โทรมมากเลยนะ ไม่เชื่อ  ลองมองที่กระจกสิ”

ขณะที่หางตาชายไปที่กระจกแต่งตัวในห้องนอน เขามองเห็นภาพของคนที่รักอยู่ในนั้น  ไม่นานภาพของคนรักก็ค่อยๆจางหายไป กลายเป็นภาพทิวทัศน์ชายทะเล…. ที่ชายทะเลแห่งนั้นเงียบสงบ ไม่มีคนผ่านไปมา แต่มีศพหญิงสาวกายเปลือยเปล่าอยู่ที่ชายหาด

สักครู่ มีชายคนหนึ่งเดินผ่านมา เขามองเห็นศพหญิงคนนั้นด้วยความรังเกียจ  แล้วเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว ต่อมาพักใหญ่มีชายอีกคนหนึ่งเดินผ่านมา  เขามองเห็นศพนั้น รู้สึกสงสารจึงถอดเสื้อนอกออกมาคลุมร่างของหญิงคนนั้น  แล้วเดินจากไป

พักใหญ่ ๆ อีกเช่นกัน ก็มีชายอีกคนเดินผ่านมา เขาพบคนนอนมีผ้าคลุมอยู่  จึงเปิดออกดู  เมื่อพบว่า  เป็นศพ ด้วยใจสงสาร  จึงจะฝังให้เรียบร้อย  แต่ก็ไม่มีเครื่องมือจะขุด เขาจึงตัดสินใจใช้มือทั้ง 2 ข้างๆ ค่อย ๆ กอบทรายขึ้นมา เขาทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนเย็น  พอได้หลุมใหญ่พอสมควร จึงได้ฝังศพผู้หญิงคนนั้นเรียบร้อยแล้วจากไป
จากนั้นภาพในกระจกก็เปลี่ยนเป็นภาพของศพหญิงคนนั้น และก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นภาพของหญิงคนรัก เขาได้เห็นก็ตกใจ พอสักพัก ก็ปรากฏเป็นภาพชายคนที่ 2 แล้วก็ค่อยๆจางหายไป  เหลือแต่เงาของตัวเองในกระจก
ทันใดนั้นหลวงตาพูดว่า  “เข้าใจรึยัง  ศพนั้นคือคู่รักของโยม ชายคนที่ช่วยฝังศพเธอ  ผูกวาสนากับเธอหนึ่งชาติ ชาตินี้เธอเลยแต่งงานกับเขา ส่วนโยมช่วยคลุมศพเธอ จึงผูกวาสนา 3 ปี ตอนนี้ครบ 3 ปี วาสนาสิ้นแล้วก็ต้องจากกัน”
เมื่อชายคนนั้นฟังจบก็กระอักเลือดออกมา เด็กรับใช้ตกใจมาก หลวงตายิ้มแล้วบอกว่า  โยมรอดแล้ว  เมื่อกี้โยมกระอักเลือดเอาเลือดเสียออกมาแล้ว ต่อมาไม่นานชายคนนั้นก็ได้ออกบวชในที่สุด …..
คนเราเจอกัน  ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ความสัมพันธ์ พ่อ , แม่ , พี่ , น้อง , ญาติ , เพื่อน , ศัตรู , คนรัก ฯลฯ ไม่ใช่ของเลื่อนลอย เมื่อมีวาสนา  ไม่ต้องเรียกร้อง  ถึงเวลาก็มาเจอกัน เมื่อสิ้นวาสนา  ก็ต้องจากกัน  รั้งยังไงก็ไม่อยู่

—– นิทานจบแล้ว เป็นอย่างไร อ่านแล้วรู้สึก หรือ คิดไงบ้าง

ดูเหมือนว่า คนเราอยากรู้ที่มาที่ไปของสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต พยายามหาเหตุผล และอยากรู้ว่าทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้กับฉัน บางคนถ้ารู้เหตุผลแล้วจะแล้วใจ แต่บางทีรู้แล้ว ยิ่งทำให้รู้สึกรับไม่ได้

เราเชื่อพระพุทธเจ้าว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นตามเหตุและปัจจัย แต่เราอาจเข้าไปรู้ต้นสายปลายเหตุไม่ได้ลึกซึ้งนัก เพราะสติปัญญาไม่ถึง ก็จะดูเหมือนไม่รู้ว่าเรื่องบางอย่างเกิดกับเราได้อย่างไรกัน

เมื่อใดปวดหัวที่จะคิดหาเหตุผล ก็สรุปไปเลยว่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอในโลกใบนี้ ช่างมันฉันเดินต่อไป …..

บางทีชายคนที่ระทมใจในนิทานเรื่องนี้ ถ้าคิดซะว่า “ก็ผู้หญิงไปรักคนอื่นแล้ว จะได้ไหมเนี่ย” ไม่ต้องมีเหตุผลอะไรมากไปกว่านั้น ไม่ต้องมีเหตุแต่อดีตกาลจะได้เปล่า

ต่อเรื่องในอดีต น่าสนใจที่ว่า เมื่อเราเห็นศพ เราเห็นอะไร เรารู้สึกอย่างไร ชายคนแรกเห็นศพ รู้สึกรังเกียจ ไม่ผูกพัน คนที่สอง รู้สึกอุจาดตา สงสารบ้างเอาผ้าปิดไว้หน่อย แต่คนที่สามมีมโนธรรมและความกรุณาสูงมาก เห็นศักดิ์ศรี คุณค่าความเป็นมนุษย์ของเพื่อนรวมเกิด-ตาย จึงพยายามฝังร่างให้ — น่ารักจริง ๆ เป็นความรักนะเราว่า รักศพที่ไม่รู้จัก แต่ก็รักได้พอที่จะเอามือของตนขุดหลุม ซึ่งต้องลึกพอควรจึงจะฝังคนได้ ต้องอดทน และพยายามอย่างยิ่ง

สิ่งที่เราได้จากเรื่องนี้ คือ ความกรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ทั้งยามอยู่และยามจาก จริง ๆ แล้ว ในยามจากกันนั้น เราไม่รู้เหมือนกันว่า เพื่อนมนุษย์จะยังเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่ แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร เราก็ยังรักและกรุณากันได้เสมอ — เวลาสัมผัสความกรุณา ใจอิ่มเอิบดีจัง

ในความรักความกรุณา — มีความอดทน มีความกล้าเผชิญความทุกข์ยากลำบาก มีความเสียสละ มีความเคารพให้เกียรติ (ไม่รังเกียจ/ไม่สงสารแบบสมเพช) และมีการลงมือกระทำเพื่อแสดงออกถึงคุณธรรมในใจเหล่านั้น

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s