มีน้ำใจไม่ใช่งาน แต่เป็นหน้าที่ชีวิต

คนไทยร่วมสมัย มีจิตอาสาเป็นอันดับที่เท่าไรในโลก และผลสำรวจที่ออกมาเผยให้เราเห็นความจริงในสังคมหรือไม่ เพียงใด?

ได้รับอีเมล์จากเพื่อนที่ส่งข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับผลสำรวจของ Gallup Poll ในอังกฤษ เกี่ยวกับ การทำเพื่อคนอื่นในประเทศต่างๆ 153 ประเทศ ใน3หัวข้อ ได้แก่

  1. การบริจาคเงินเพื่อการกุศล 
  2. การสละเวลาเพื่อทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์
  3. การช่วยเหลือคนแปลกหน้าที่ตนไม่รู้จัก

 

อันดับ1 มีสองประเทศ คือ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ตามมาด้วย  ไอร์แลนด์ แคนาดา สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ ศรีลังกา ออสเตรีย ลาว และ เชียร์ราลีโอน

ส่วน ลาว โดดเด่นทั้งสามด้านและ ได้ที่1ในอาเซียน (ฮ่องกง =18  ฟิลิปปินส์=50  มาเลเซีย=76  สิงคโปร์=91  เวียดนาม =138  กัมพูชา =142 จีน=147)

ประเทศไทย ได้อันดับที่ 25 ก็นับว่าไม่เลวทีเดียว จากผลสำรวจบอกว่า คนไทยมักบริจาคเงินมากที่สุด และบริจาคเงินมากเป็นอันดับ 3 ของโลก — แสดงว่า เราไม่ใช่ประเทศยากจนนะเนี่ย

แต่อีกสองประเด็น คือ การสละเวลาทำสาธารณประโยชน์และช่วยเหลือคนแปลกหน้า คนไทยเรายังน้อย

ไม่ว่าเราจะเชื่อผลสำรวจของฝรั่งหรือไม่ สิ่งที่ผลสำรวจสะท้อนก็อาจจะน่าครุ่นคิดต่อว่า ทำไมคนไทยถึงไม่ค่อยแบ่งเวลาทำงานสาธารณประโยชน์ หรือช่วยคนแปลกหน้า  ?

เราไม่มีเวลา เราทำงานหนักเกินไป  เราอยากกิน ดื่ม เที่ยว …

เราไม่ไว้ใจกัน ….

หรือเพราะอะไร

มีคนตั้งข้อสังเกตว่า คนไทยมองการบำเพ็ญประโยชน์เป็นการลงโทษอย่างหนึ่งหรือไม่ จึงไม่นิยมทำ

หรือบางที อาจมีการทำงานบำเพ็ญประโยชน์ในรูปแบบที่ฝรั่งมังค่าไม่รู้จัก อย่างเช่น ช่วยงานวัด ช่วยวัดจัดการอบรมปฏิบัติธรรม เป็นต้น จึงไม่ถูกจัดอยู่ในผลสำรวจ

สงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ชวนให้เราย้อนมองวัฒนธรรมไทยโบราณ และแม้ในชนบทบางแห่งในปัจจุบัน

อาจารย์สงกรานต์ กล่าวว่า “สังคมไทยเคยมีกระบวนการสร้างคนให้มีคุณธรรมด้วยแนวทาง บ้าน วัด รร.(บวร) ที่ครอบครัวไปวัดด้วยกัน ทุกวันพระ 

รร.ก็อยู่ที่วัด มีกระบวนการกล่อมเกลาทางสังคม ให้คนรู้จักการให้(ทาน) เสียสละเพื่อส่วนรวม(ร่วมงานวัด/รร.) ละอายต่อบาป(เป็นศิษย์มีครู /พระอาจารย์ จะไปทำผิดอะไร ก็กลัวเสียชื่อไปถึง ครู/พระอาจารย์)

มีระบบสวัสดิการสังคม(ไม่มีใครอดไปกินฟรีได้ที่วัด เพราะคนทำบุญเยอะ อาหารเหลือเฟือ คนจนเอาลูกไปฝากหลวงพ่อเลี้ยงเป็นเด็กวัด เติมโตได้ดีกันไปมากมาย) ฯลฯ

การไปวัดทุก ๗ วันถือว่า เป็นยาขนาดต่ำสุด(minimum dose) ที่พอจะรักษาโรคโลภ โกรธ หลงได้(บ้าง) และเหมือนกันทุกศาสนา คริสต์ไปโบสถ์วันอาทิตย์ มุสลิมไปสุเหร่าวันศุกร์ และเขายังทำกันอยู่

แต่พุทธถูกทำลายมาแล้วเกือบ ๕๐ปีแล้ว เพราะไปตามก้นฝรั่ง เปลี่ยนวันหยุดทุกวันโกน วันพระ เป็นหยุดเสาร์_อาทิตย์ เราจึงขาดกระบวนการหล่อหลอมทางจิตวิญญาณ พากันเสื่อมทั้งโยม ทั้งพระ”

เห็นจริงอย่างนั้นด้วย สมัยที่คุณแม่ยังเด็ก บอกว่า โรงเรียนหยุดทุกวันโกน เพื่อให้ผู้คนไปทำบุญ เข้าวัด

และหากวัดทำหน้าที่เป็นเหมือนศูนย์ชุมชน บำเพ็ญประโยชน์ เป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ ทั้งปัญญาและกรุณา สังคมหน่วยย่อยของเราจะดีเพียงใด

จะว่า ไปงานอาสาสมัตรในวัฒนธรรมไทย ไม่ได้ทำในรูปแบบองค์กร แต่เป็นวิถีชีวิต การลงแขก การโอบอุ้มผู้ยากไร้ คนไทยไม่เคยอดตาย ไม่มีกิน … อย่างการเดินเท้าของอ. ประมวล ที่รอดปลอดภัยและถึงจุดหมาย จะนับรวมเป็น การบำเพ็ญประโยชน์ด้วยไหม

คนไทยไม่แยกแบ่งว่า นี่เป็นเวลาส่วนตัว เวลางาน เวลาบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์

ไม่ได้ชาตินิยม แต่รู้สึกว่า คนไทยมีน้ำใจช่วยเหลือคนแปลกหน้า ช่วยเหลือผู้อื่น คือให้ทั้งเวลา แรงกายและปัจจัยมากมาย

เป็นบุคลิกทางใจที่เราได้รับมาจากบรรพบุรุษ มีอยู่ในใจ แต่ต้องการโอกาสและการกระตุ้นให้ตระหนัก รวมถึงโครงสร้างบางอย่างที่เอื้อต่อความงามในใจนี้ให้เติบโต

ปัจจุบัน วิถีและระบบโครงสร้างบางอย่างในสังคม ทำให้เราหมางเมิน ระแวงไม่ไว้ใจกัน หากเราขจัดอุปสรรคเหล่านี้ออกไปได้ น้ำใจของคนไทยจะไหลหลั่งไม่รู้หมด

ชีวิตเบิกบานเพราะน้ำใจ ที่เรามีภายใน และมอบให้ผู้อื่น

น้ำใจที่ไหลเวียนในชุมชน จะเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงพวกเราทุกคนให้อยู่รว่มกัน งอกงามเติบโตไปด้วยกัน

การมีน้ำใจไม่ใช่งาน แต่เป็นหน้าที่ของชีวิต

อยากมีชีวิต ต้งอมีน้ำใจ ให้ทั้งตัวเองและผู้อื่น

วันนี้ ขอน้ำใจให้ตัวเอง และทุกคนที่พบเจอ — ร่วมกันทำนะคะ  

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s