ครูที่ดีเป็นไงครับ?

“พี่อุ๊ครับ ครูที่ดีมีคุณสมบัติอย่างไรครับ” เด็กชายคนหนึ่งส่งข้อความเข้ามาในช่วง “ธรรม ธรรมดา” ของรายการ คลื่นลูกใหม่ ทาง Cool FM 93.0

เป็นคำถามที่ดีมากจริง ๆ ความคิดแรกที่เข้ามาในหัวเรา “เด็กคนนี้เจออะไรมาหรือเหรอ ครูทำอะไรไม่ดีด้วยหรือเปล่า จึงถามหาความเป็นครูที่ดี”

“หากเขามีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับครู การที่ตั้งคำถามนี้ แสดงให้เห็นว่า เด็กคนนี้ช่างคิดทีเดียว ไม่ด่วนสรุปความคิดความเห็น ความรู้สึก แต่ตั้งคำถามและถามเพื่อสืบค้นคำตอบ

เรารู้สึกทันทีว่า ต้องตอบคำถามนี้ด้วยความรับผิดชอบสูงสุด “ไม่งั้น เด็กอาจรู้สึกไม่ดีกับครูที่กำลังสอนอยู่ก็ได้ จะเป็นปัญหาทั้งกับเด็กและครู”

ระหว่างครุ่นคิดว่าเราเห็นในเรื่องนี้อย่างไร อีกความคิดก็แวะเข้ามา “เอ หรือนี่เป็นคำถามการบ้าน ที่เด็กใช้เราหาคำตอบไปส่งครูนะ” แล้วเราก็หัวเราะกลิ้งกับความคิดใหม่ที่ผ่านเข้ามา… ชอบที่เห็นหลายมุมความคิดภายในตัวเอง

ไม่ว่าจะคิดแง่ไหน เราเลือกที่จะคิดแง่บวกอยู่ดีแหละ แต่รู้สึกฮาดีที่มีมารกระซิบอยู่ข้าง ๆ ฮ่าๆๆๆ

เวลาที่มีคำถามดี ๆ แบบนี้ เรามักเงียบเพื่อให้คำตอบปรากฏขึ้นเอง (ขี้เกียจคิด ปวดหัว)

“คำตอบ” ไม่ได้หมายความว่า เป็นความรู้ถูกต้องสมบูรณ์ แต่เป็นเสียงสะท้อนจากคำถามก็เท่านั้น

เราเงียบสักครู่ แล้วภาพพระพุทธองค์ก็ปรากฏขึ้นในใจ “ใช่ พระพุทธเจ้าเป็นบรมครู” เราน่าจะเรียนรู้คุณสมบัติความเป็นครูที่ดีจากพระองค์ได้ ท่านเป็นอย่างไร และท่านทำอย่างไร ทำไมเราจึ่งรู้สึกว่า ท่านเป็นพระบรมครูของเรา

เงียบต่อ แล้วเสียงบางอย่างก็สะท้อนขึ้นมา “เมตตากรุณาและปัญญา”

เมตตากรุณา — ในคราวที่ท่านตรัสรู้แล้ว ท่านรำพึงอยู่ลำพังว่า ธรรมที่ท่านเข้าถึงนั้น ยากและลึกซึ้งยิ่งนัก มนุษย์จะเรียนรู้ตามได้หรือไม่ แล้วพระองค์ก็ตัดสินใจว่า จะสอน ประกาศธรรมไป เผื่อว่ามีคนที่ใจพร้อมรับธรรมะ และพ้นทุกข์จากสังสารวัฏได้

๔๕ ปี หลังการตรัสรู้ธรรมของพระองค์ ไม่มีวันไหนที่ท่านไม่ประกาศธรรม หรือโปรดสัตว์ ท่านไม่มีลาพักร้อน ไม่เลือกผู้คนที่จะโปรด ผู้ที่ท่านโปรดมีตั้งแต่กษัตริย์ พราหมณ์ (นักปราชญ์ ปัญญาชน) นายพราน โจร นางคณิกา (ผู้ให้ความสำราญทางโลกีย์) เศรษฐี เด็ก ยาจก จัณฑาล หรือแม้ เทวดา พรหม ท่านก็ให้เวลาแสดงธรรม พระมหากรุณาธิคุณนั้นประมาณไม่ได้

หัวใจความเป็นครูที่ดี จึงน่าจะอยู่ที่ความเมตตากรุณาต่อศิษย์ อยากให้ศิษย์ได้ดี พ้นทุกข์ และยินดีเมื่อศิษย์เป็นสุขพ้นทุกข์ และเป็นความกรุณาที่เท่าเทียมให้ทุกคนที่เป็นศิษย์

ท่านไม่ได้หวังปรารถนาลาภ ยศ สรรเสริญ ไม่ต้องการให้ศิษย์เอาใจ เอาทรัพย์สมบัติอะไรมาให้ ไม่ต้องการคำชม ไม่ต้องการอะไรเลย เพราะท่านได้มากกว่าสิ่งใด ๆ ทั้งปวง ท่านอิ่มเหลือเกินแล้ว สิ่งที่ท่านทำเพื่อศิษย์โดยแท้

ในยามที่ศิษย์ทำไม่ดี ท่านก็ตักเตือน ให้โอกาสเสมอ และหากใครเตือนกันไม่ได้แล้ว ท่านก็ปล่อยไป (อย่างพระเทวทัต) ท่านไม่คิดแค้นศิษย์ที่ทำร้าย หรือบริภาษท่าน

ปัญญา — พระพุทธองค์ทรงมีพระปัญญาสว่างไสว รู้แจ้งในเรื่องราวที่ท่านจะเทศน์ สาธยายธรรมให้ศิษย์เข้าใจได้ตามภูมิธรรมและพื้นจริตนิสัยของศิษย์แต่ละคน

ในแง่นี้ ครูที่ดี จึงควรมีความรู้ในเรื่องที่จะสอนศิษย์ และมีวิธีการอธิบาย แจกแจงให้ศิษย์เข้าใจได้ ตามฐานะของแต่ละคน

ศิษย์แต่ละคนความรู้ไม่เท่ากัน พื้นเพ อุปนิสัยก็ต่างกัน พระพุทธองค์ทรงใช้ต่างวิธีการในการแสดงสอนกับศิษย์ การที่พระองค์ทำอย่างนี้ได้ เพราะท่านทรงรู้จักศิษย์ อ่านศิษย์ออก ว่า คนนี้ต้องใช้วิธีการนี้ อีกคนต้องอีกวิธีการหนึ่ง คนนี้ต้องบอกตอนนี้เลย อีกคน ทอดเวลาออกไปอีกหน่อย ให้จิตพร้อมเปิดรับธรรม แล้วจึงจะสอน บางคนท่านใช้ไม้อ่อน บางคนท่านใช้ไม้แข็ง

การรู้จักศิษย์จึงเป็นคุณสมบัติที่จะช่วยให้ครูทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์

ลูกศิษย์ตนเป็นคนอย่างไร จริตนิสัยอย่างไร ชอบไม่ชอบ ถนัด ไม่ถนัดอะไร เมื่อรู้จักศิษย์พอสมควรแล้ว เราจึงจะเลือกวิธีการเข้าถึงใจเขาและให้เขาเปิดรับความรู้ที่เราจะให้ได้

เราจะรู้จักศิษย์ได้  เมื่อมีเวลารู้จัก เรียนรู้ สังเกต พูดคุยกับเขา ไม่ต้องมีฌาน หรือญาณหยั่งลึกอะไรมากก็ได้ แต่เวลาอยู่กับศิษย์ ให้เปิดใจ สังเกต เรียนรู้ลูกศิษย์ อย่างที่เขาเป็น ทำไปเรื่อย ๆ เราจะรู้จักเขาเอง

พระพุทธองค์เป็นพระบรมครูสอนศาสตร์ความเป็นมนุษย์ที่แท้ ไม่ว่าศิษย์เป็นใคร มาจากไหน หากเขาเข้าถึงความเป็นมนุษย์ที่แท้ ไม่เพียงแต่เขาจะมีชีวิตที่ดีเป็นสุขแล้ว เขาก็จะเผื่อแผ่ความสุข และยังประโยชน์ให้ผู้อื่นในสังคมด้วย

ครูสมัยนี้ จึงไม่ควรสอนเพียงวิชาการความรู้ ครูควรสอนความเป็นมนุษย์ให้ศิษย์ด้วย

ศิษย์มักจำครูที่สอนความเป็นมนุษย์ให้เขา เพราะสิ่งนั้นติดเนื้อติดตัว ติดใจ เป็นสิ่งที่อยู่กับเขาไปนานเท่านาน

                 ครูกับศิษย์เป็นกระจกส่องกันและกัน

            ครูที่ดี มีความรู้ในสิ่งที่ตัวเองสอน ที่สำคัญ ครูต้องเป็นนักเรียนรู้ ใส่ใจ และใฝ่ใจในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ

นักเรียนรู้ที่ดี มักมีใจเปิดกว้าง เปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ได้เสมอ ใจไม่ปิดหรือยึดมั่นกับความรู้เดิมมากเกินไป และใจเปิดได้ เมื่ออ่อนน้อม “อาจจะมีอะไรที่เรายังไม่รู้นะ”

นักเรียนรู้ ช่างสังเกต ฟังอย่างลึกซึ้ง ตั้งคำถาม แม้กับสมมติฐานและความรู้ของตัวเอง ไม่ด่วนสรุปอะไรง่าย ๆ และเร็ว ๆ 

รู้จักศิษย์ที่ตนสอน และหาเทคนิควิธีการที่จะสอนศิษย์แต่ละคนให้เข้าใจตามสถานะของศิษย์ (เรื่องนี้เห็นจะยากอยู่ในการศึกษาปัจจุบันที่เป็นแบบอุตสาหกรรม ครูหนึ่งคนสอนนักเรียน ๕๐ คน และระบบการสอบประเมินผลก็ทำแบบมาตรฐานอุตสาหกรรม ไม่ได้ดูความแตกต่างในแต่ละบุคคล)

ให้เวลากับศิษย์ ให้ความเป็นกันเอง เป็นมิตร

ฟังมากกว่าบอก สั่ง พูดคุยด้วยการถาม เพื่อรับรู้ รับฟังความคิดเห็นของศิษย์

สอนด้วยการทำตนเป็นตัวอย่าง

ท้ายที่สุด เราเชื่อว่า ความรัก ความจริงใจ ของครู สอนเด็กได้ดีที่สุด

เด็กรับรู้ได้ และความรักจะสอนให้เขาเป็นนักเรียนรู้ที่ดี และเป็นคนที่ดี เราคงได้ยินตัวอย่างของเด็กหลายคนที่ความรักของครู และคนอื่น ๆ ที่หยิบยื่นให้เขา ทำให้เขาเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนจิตใจได้

 To sir/Madame with love.

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s