คุมใจ

ข่าวกลุ่มสถาปนิกหนุ่มวัยราว ๒๘ ปี วางแผนลักพาตัวเรียกค่าไถ่นักศึกษาปี ๑ โดยอ้างว่าเศรษฐกิจไม่ดี ต้องการเงินไปใช้ เลยต้องทำกระทำการอย่างนั้น จนเรื่องจบลงที่ชีวิตของเด็กหนุ่มนักศึกษาที่ต้องลาล่วงไป

เราสะเทือนใจกับข่าวนี้ หลัก ๆ จากเหตุผลที่ผลักให้กลุ่มสถาปนิกหนุ่มกระทำการเหี้ยมโหดอย่างนั้น

ชีวิตที่ล่วงมาถึงวัย ๒๘ จบการศึกษาระดับที่ประกอบวิชาชีพสถาปนิกได้ ไม่ได้ทำให้คน ๆ หนึ่งมีวุฒิภาวะ จริยภาวะสูงขึ้นเลย ทำไมพวกเขาจึงคิดหาทางออกอื่นที่จะแก้ปัญหาในทางสร้างสรรค์ไม่ได้ เกิดอะไรขึ้น เรื่องนี้สะท้อนภาพใหญ่ของสังคมเราอย่างไรบ้าง

คำตอบแบบสำเร็จรูปประการหนึ่ง คือ สังคมวัตถุนิยม ทำให้คนเน้นหาเงินตรา วัตถุ ความเป็นนักบริโภคนิยมทำให้ต้องการได้อะไรแบบง่าย ๆ ด่วนได้ ไม่ค่อยพากเพียรใช้ความพยายาม และขาดความอดทนต่อการไปถึงเป้าหมาย  

ในที่นี้ ขอเน้นข้อมูลสำคัญประการหนึ่งที่สะดุดใจ คือ กลุ่มคนหนุ่มที่วางแผนเรียกค่าไถ่ และเด็กนักศึกษา รู้จักกันที่ร้านเกม เราอดรู้สึกไม่ได้ว่า เกมบางประเภทอาจเป็นเหตุหนึ่งที่กระตุ้นเร้าให้คนขาดสติ และกระทำการในชีวิตจริง ราวกับว่าอยู่ในเกมเสมือนจริง

เราได้เห็นเกมที่ออกแบบมา ให้มีการวางแผน คิดสังหาร มีอะไรต่อมิอะไร ที่ทำให้คนเล่นมีชีวิตใหม่ ที่ต่างจากชีวิตจริง (altered life and lifestyle) เราเป็นมือสังหาร เป็นฮีโร่ และเป็นอะไรมากมาย ทำอะไรได้แปลกพิสดาร มีวิทยายุทธ กระโดดข้ามกำแพง ฯลฯ ซึ่งเหล่านี้ในชีวิต ทำไม่ได้เลย แต่เราจะได้ชีวิตที่ปรารถนา เก่งกล้าสามารถ มีอำนาจ เมื่อเราอยู่ในเกม

นอกจากนั้นภาพและการเคลื่อนไหวในเกมก็ดูเหมือนจริงมากขึ้นทุกที ไป ๆ มา ๆ คนจะแยกกันไม่ออกว่า ความจริง และความเสมือนจริงแตกต่างกัน

เคยมีคนกล่าวว่า สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น จะกลับมากำหนดและสร้างชีวิต จิตใจ และวิธีคิดให้กับมนุษย์ ก็ดูอย่างเครื่องจักรกลไก ที่ทำให้เรามองผู้คน และเรื่องราวต่าง ๆ แบบเป็นกลไกไปด้วย คนแต่ละคนทำงานไปตามสายพานการผลิต ใครทำไม่ได้ หรือทำได้ไม่ดี ก็เอาออกไป เอาอะไหล่ (มนุษย์คนอื่น) มาแทน หรือการมองพัฒนาการชีวิตเป็นเส้นตรงแบบนาฬิกาที่เดินไปข้างหน้าอย่างเดียว (ในขณะที่เวลาตามธรรมชาติเดินทางหมุนเวียนเป็นวัฏจักร แบบฤดูกาล เป็นต้น)

ดังนั้น เราจึงอดคิดไม่ได้ว่า วิธีคิดที่เราใช้เล่าเกม ก็คงไม่ต่างจาวิธีคิดที่เราใช้ในชีวิตจริง หรือบางทีเกมอาจจะทำให้เราสร้างวิธีคิดเพื่อเล่นเกม แต่วิธีคิดนั้นก็ติดตัว ติดหัว ติดใจเราออกมาในชีวิตจริงด้วย

ถ้าใครเจริญสติ แล้วลองเล่นเกม ตามดู ตามรู้ใจไป จะเห็นว่า ใจเวลาที่เล่มเกมโหด ๆ นั้นเป็นอย่างไร และเกิดอะไรขึ้นกับใจของเราบ้างเวลาที่เราเล่นเกมอย่างนั้น — บางคนอาจจะแย้งว่า ถึงแม้ไม่มีเกม คนก็พร้อมที่จะเหี้ยมโหดอยู่แล้ว ดูจากสงครามโลก และสงครามล้างเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ในอดีต และปัจจุบัน — ก็จริง แต่หากมนุษย์มีเมล็ดพันธุ์ความเหี้ยมโหดอยู่ในกมลสันดานแล้ว เราจะไปเพิ่มพูนตอกย้ำกัน เล่น ๆ ทำไม

ไม่ต้องเกมก็ได้ เครื่องไม้เครื่องมือที่เราใช้ในชีวิตประจำวันก็มีอิทธิพลต่อวิธีคิด วิธีที่เราสัมพันธ์กับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว โทรศัพท์มือถือ การใช้เฟสบุ๊ค โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือ อะไรต่าง ๆ มากมาย ลองแอบหันมามองดูใจเวลาที่ใช้เครื่องมือหรือสัมพันธ์กับสิ่งเหล่านี้ เราอาจจะเห็นอะไรดี ๆ เห็นใจ เห็นวิธีคิดบางอย่าง ที่ทำให้เราคุมเกมได้มากว่า ให้เกมของโลกคุมเราก็ได้