The show must go on “หนุ่มน้อยกับเสือ”

              “ผู้ชมที่ตัดสินใจเดินออกไปนั้นได้ทำหน้าที่อย่างสุจริตใจ ในการสะท้อนเสียงความรู้สึกเกี่ยวกับการแสดงโดยรวม ส่วนผู้ชมที่ยังคงนั่งอยู่จนจบนั้น ก็ได้ทำหน้าที่ของตนเช่นกัน คือ ให้กำลังใจนักแสดงทั้งหลาย ว่าอย่าได้ท้อ ฝึกฝน ทำให้ดีขึ้นต่อไป” โดย กรรณจริยา สุขรุ่ง

———————————– 

ดูละคร แล้วย้อนดูละครในโรงละครอีกที — นี่คือสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้ในการไปชมละครเพลงแนวแฟนตาซี เรื่อง “หนุ่มน้อยกับเสือ” (A Boy and a Tiger) กำกับการแสดงและการดนตรีโดย อ.บรู๊ซ แกสตัน ละครเพลงเรื่องนี้ดัดแปลงจาก นวนิยายอันโด่งดังและขายดีทั่วโลก เรื่อง Life of Pi โดย Yann Martel (2001)

หากมองภาพความสำเร็จของการแสดงละคร จากจำนวนและการมีส่วนร่วมของผู้ชม และเสียงปรมมือ ละครเพลงเรื่องนี้คงอยู่ห่างไกลจากจุดนั้น แต่หากจะประเมินความสำเร็จของละคร ที่การได้ให้ปัญญาความรู้ แปรเปลี่ยนความเห็น และยกระดับจิตใจของผู้ชม แม้เพียงคนเดียว ละครเรื่องนี้ก็จัดว่า “ประสบความสำเร็จ” และฉัน คือ คนหนึ่ง ที่เป็นบทพิสูจน์ (Living proof) ความสำเร็จในข้อนี้

พื้นที่ความจุของ Impact Arena มีถึง ๑๒,๐๐๐ คน ซึ่งผู้ที่มาชมการแสดงในค่ำวันที่ ๕ พค. ที่ผ่านมีราวครึ่งหนึ่งของความจุที่ว่านี้ นับว่าประสบความสำเร็จไม่น้อยกับการแสดงละครเพลงของเยาวชนกับนักดนตรีมืออาชีพ ทว่าเมื่อการแสดงองก์ที่ ๑ ดำเนินไปได้ครึ่งทาง ผู้คนก็เริ่มทะยอยเดินออก และเมื่อองก์ที่ ๑ จบ ทั้งโถงแสดงละคร เหลือผู้ชมไม่ถึงครึ่งหนึ่ง

ช่วงที่คนทะยอยเดินออกไปจำนวนมาก เพื่อนที่นั่งข้าง ๆ ฉันเอ่ยขึ้นว่า “เบื่อไหม อยากจะกลับไหม” ฉันส่ายหน้า และจดจ่อการแสดงต่อไป ทั้งการแสดงดนตรีที่ผสมผสานท่วงทำนองไทยและสากลของวงฟองน้ำ และการแสดงของเด็ก ๆ ในองก์ที่ ๒

เมื่อจบการแสดง มีผู้ชมเพียงหลักร้อยเท่านั้น ที่ร่วมกันปรบมือให้กำลังใจนักดนตรี นักแสดง และผู้อยู่เบื้องหลังละครเรื่องนี้

                สำหรับฉัน ผู้ชมที่ตัดสินใจเดินออกไปนั้นได้ทำหน้าที่อย่างสุจริตใจ ในการสะท้อนเสียงความรู้สึกเกี่ยวกับการแสดงโดยรวม ส่วนผู้ชมที่ยังคงนั่งอยู่จนจบนั้น ก็ได้ทำหน้าที่ของตนเช่นกัน คือ ให้กำลังใจนักแสดงทั้งหลาย ว่าอย่าได้ท้อ ฝึกฝน ทำให้ดีขึ้นต่อไป 

                ฉันได้เรียนรู้ว่า คนเรา ไม่ว่าจะทำงานการแสดงหรืออะไรก็ตาม เราต้องการทั้งเสียงวิจารณ์อย่างสุตริตใจ และกำลังใจ การเรียนรู้ และทำงานต้องการเวทีฝึกฝน และแสดงออก เพื่อที่จะได้รู้ว่า จุดใดที่ต้องปรับปรุงแก้ไข ความผิดพลาด และบกพร่องไม่ใช่เรื่องน่าอาย หรือผิดบาป ที่ทำให้ต้องเลิกล้มสิ่งต่าง ๆ ที่ทำมา หรือตั้งใจไว้

ละครเพลงแนวปรัชญาเรื่องนี้ สอนปรัชญาบางอย่างที่ไม่ได้ตระเตรียมไว้ “หนุ่มน้อยกับเสือ” ดัดแปลงจาก Life of Pi นวนิยายแนวปรัชญาและจิตวิญญาณ (spirituality) เป็นเรื่องราวของพาย ลูกของเจ้าของสวนสัตว์ พ่อของเขาสอนบทเรียนของกฏธรรมชาติ จิตวิทยาสัตว์ การอยู่ร่วมกัน และการอยู่รอดของสรรพชีวิต ซึ่งบางทีดูจะโหดร้าย

การผจญภัยของพายเข้มข้น เมื่อครอบครัวของเขาตัดสินใจย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่ประเทศแคนาดา พร้อมกับบรรดาสัตว์ทั้งหลาย ระหว่างการเดินทางในมหาสมุทร พวกเขาเจอคลื่นลม เรือล่ม สัตว์หลายตัวจมน้ำตาย รวมทั้งครอบครัวของพายด้วย

สิ่งมีชีวิตที่ยังคงเหลืออยู่บนเรือชูชีพ คือ พาย เสือโคร่ง ไฮยีน่า และม้าลาย เพื่อจะมีชีวิตรอด สัตว์ต่างกินกันเอง จนเหลือแต่ เสือโคร่ง และพาย — ทั้งเสือและพายเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน และไปถึงฝั่งอย่างปลอดภัย เมื่อถึงฝั่ง เสือโคร่งหนีเข้าป่าไป ส่วนพายก็ได้รับความช่วยเหลือจากมนุษย์ที่มาพบเขา

ฉันได้ยินชื่อเสียงวรรณกรรมเรื่องนี้มานาน แต่ไม่ได้หามาอ่าน จนเมื่อได้ชมละครเพลงเรื่องนี้ และเห็นบทบรรยายกึ่งกวี ที่ฉายบนจอภาพ ฉันรู้สึกว่า ต้องหาวรรณกรรมเรื่องนี้มาอ่านเสียแล้ว

เนื่องด้วยเนื้อหาของวรรณกรรมค่อนข้างลึกซึ้ง เรื่องราวจึงดำเนินไปอย่างเนิบช้า ทำให้ผู้ชมหลายคนรู้สึกว่า ละครค่อนข้าง “อืด เนือย และน่าเบื่อ” ก็อาจจะจริงในมุมหนึ่ง แต่ในอีกมุม ผู้กำกับและเขียนบทละครก็อาจจะอยากนำเสนอความหมายของเรื่อง ที่ชวนให้ผู้ชมหยุดนิ่ง และใคร่ครวญก็ได้

ฉันว่า ละครเรื่องนี้เข้าแนว meditative play คือ ละครที่ต้องการสมาธิของผู้ชมมากทีเดียว สมาธิที่จะอ่านภาพเชิงสัญญลักษณ์ (symbolic and surrealistic multi-media) ที่ประกอบฉากอยู่เบื้องหลัง ใคร่ครวญถ้อยคำบรรยายที่นำมาประกอบฉาก และเสียงร้องโอเปราของนักแสดง ทั้งหมดนี้เรียกร้องให้ผู้ชมมีสมาธิค่อนข้างมากในการชมการแสดง และไม่อึดอัดกับความเงียบ ในบางช่วงบางตอน — ทว่า ผู้ชมจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็ก ๆ ไม่อาจมีสมาธิได้อย่างนั้น

หากผู้กำกับและทำบทละครลองดัดแปลงให้การแสดงมีท่าทางลีลามากกว่านี้ อาจตรึงผู้ชมสมาธิค่อนข้างสั้น ได้มากขึ้น หรือหากจะยังคงรูปแบบการแสดงอย่างนี้ คงต้องคัดสรรผู้ชมที่เหมาะกับสไตล์ของละคร

นักแสดงทั้งหมดยังเป็นเยาวชน น่าจะวัยประถมถึงระดับมหาวิทยาลัย และนี่คือเหตุผลสำคัญประการหนึ่ง ที่ทำให้ฉันนั่งชมละครเพลงเรื่องนี้จนจบ ฉันอยากให้กำลังใจเด็ก ๆ

ฉันชื่นชมเด็ก ๆ ทั้งหลายที่มีส่วนร่วมในการแสดงนี้ การละครช่วยฝึกเด็กให้รู้บทบาทตัวเอง เคารพบทบาทของคนอื่น และเห็นบทบาทของตนที่สัมพันธ์กับผู้อื่นด้วย การจะแสดงที่ปรากฏ สะท้อนให้เห็นวินัย และความตั้งใจของเด็ก ในการเข้ารับการฝึกฝนและแสดงร่วมกัน

(เมื่อเปิดดูโบร์ชัวร์ ฉันเห็นว่า จุดเริ่มต้นและเป้าหมายในการแสดงละครเรื่องนี้ เพื่อจะส่งเสริมศักยภาพของเด็ก ทางด้านการดนตรี การร้อง และการแสดง อีกทั้งสนับสนุนการงานเพื่อเด็กในสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ ด้วย)

ฉันคิดต่อไปด้วยว่า การให้เด็ก ๆ มาร่วมแสดงละคร ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความหมายของชีวิต อาจจะช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ปรัชญาโดยไม่ต้องบรรยายกันเลย

สิ่งเดียวที่ไร้ที่ติ สำหรับฉันในค่ำคืนการละคร คือ เสียงดนตรี โดยเฉพาะช่วงที่วงฟองน้ำออกมาแสดง มินิ คอนสิร์ต คั่นการแสดงระหว่างองก์ ๑ และ ๒

เครื่องดนตรีไทย ผสมโรงกับเครื่องดนตรีสากลได้อย่างลงตัว บทเพลงพม่า ๕ ชั้น ไพเราะจับใจ ระนาดเอกโชว์ฝีมือรัวระนาดได้คม และฉับไว เสียงซอหวานจนใจละลาย ส่วนเสียงกลองก็ลงจังหวะได้หนักแน่น เสียงขับร้องดนตรีไทยไพเราะมาก ทั้งที่ไม่ค่อยได้ยิน แต่ก็รู้สึกคุ้นใจ ทำให้ภูมิใจในสาแหรกความเป็นไทยดันเลยเชียว 

ละครเพลงจบลง ดวงไฟเปิดสว่างทั่วห้องโถง นักแสดงและผู้ชมเห็นหน้ากันชัด ๆ — รวม ๆ แล้ว เราคงมีกันไม่ถึง ๑,๐๐๐ ชีวิต

ฉัน และผู้ชมที่เหลือ ลุกขึ้นยืน และปรบมือให้กับนักแสดง และนักดนตรีทุกคน

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างทางของการแสดง “The show  must go on.” การแสดงยังคงดำเนินต่อไป สิ่งนี้ต้องการพลังใจ และความเป็นมืออาชีพ … และฉันเห็นสิ่งนี้ในตัวนักแสดง และนักดนตรีรุ่นเยาว์ทุกคน 

(ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในชีวิต ใครจะเห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำหรือไม่ the show must go on.)

*** ขอขอบคุณเพื่อนที่สนับสนุนให้ตั๋วเข้าชมการแสดง 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s