The Doctor Within หมอภายในตน

The Doctor Within ตอน โด้บยาแก้ไข้-หวัด ฉบับบ้าน ๆ และ ชีวิตเยียวยาตัวเอง

วันแรก

เริ่มรู้สึกป่วยตั้งแต่เมื่อวานเย็น ปวดหัวตึ้บ ๆ (อาจเป็นเพราะการประชุมที่ใช้สมองมากเกินไป และการอยู่ในสถานที่ที่อื้ออึงจนแทบไม่ได้ยินเสียงตัวเองคิด) หรืออาจเป็นเพราะอากาศที่เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวเย็น แต่ยังวางใจ …จนวันนี้ อาการค่อย ๆ เริ่มเผยตัว ปวดเมื่อยกระดูกไปทั้งตัว ไข้เริ่มจับตามเนื้อตัว ร่างกายเริ่มล้า อ่อนแรงและเพลียมาก …ต้องรีบดูแลก่อนจะเป็นมากกว่านี้ ฉันจึงไปตลาดสด เพื่อหายามากิน 

ฉันเลือกเมนูผักกับน้ำพริก เป็นผักสีเขียวเข้มจัด ธาตุเย็น และมีฤทธิ์แก้พิษ อย่างเช่น มะระขี้นก บวบ น้ำเต้า กระเจี๊ยบเขียว ผักโขมไทย ใบบัวบก (แก้ช้ำใจ… เอ้ย ช้ำใน) นอกจากนั้น ยังกินน้ำมะนาวสด ๆ ไปเพิ่มวิตามินซี และภูมิคุ้มกันของร่างกาย 

หลังจากทานผักขม ผักฝาด มะนาวเปรี้ยว ต่าง ๆ เหล่านั้น สักครึ่งชั่วโมง เหงื่อเริ่มแตกเม็ด เหมือนกับกินยาแก้ปวดลดไข้ อะไรอย่างนั้น และรู้สึกอาการต่าง ๆ ที่ทรมานกายมาทั้งวันเริ่มลดลง … แต่ไม่ประมาท คืนนี้และพรุ่งนี้จะนอนพักผ่อน กินอาหารวิตามินสูง เน้นผัก ผลไม้ น้ำเปล่า และชาสมุนไพร

ส่วนผสมสำคัญของยาตำรับ “หมอภายใน” ที่ขาดไม่ได้ คือ ใจ ใจที่สบายและเป็นสุข เป็นเสมือนยาวิเศษ ที่ช่วยให้เราทนกับความทุกข์กายที่เกิดขึ้นได้ โดยไม่เพิ่มทุกข์ใจเข้าไปอีกกระทง

วันที่สอง The Doctor Within ตอน ชีวิตเยียวยาตัวเอง 

วันนี้ ตื่นพร้อมกับเรี่ยวแรงที่เพิ่มขึ้น สดชื่น อาการป่วยไข้เมื่อวานลดลงไปเป็นกอง จนแทบเรียกว่าเข้าสู่ภาวะปรกติ

การนอนเป็นหนึ่งในการเยียวยาร่างกายที่ดีทีเดียว เมื่อมีกำลังวังชามากขึ้น วันอาทิตย์ที่อากาศไม่ร้อนนัก และลมพัดดีอย่างนี้ เราจึงออกไปทำสวน และได้พบว่า การอยู่กับดิน กรวด ต้นไม้ สายลม และใบไม้แห้ง ช่วยให้กายและใจเป็นสุข สบาย ผ่อนคลาย และใจสงบ

เมื่อลองทบทวนดู เราเห็นว่า สิ่งที่ช่วยเยียวยาอาการป่วยไข้ (ที่เราทำ) นอกจากอาหารที่เป็นยา และการนอนแล้ว ก็ยังมี การเคลื่อนไหวร่างกายเบา ๆ อย่างการเต้น การโยกย้ายส่ายตัวไปมา เป็นการคลายเส้นสายในตัวที่ตึง ใจก็ได้หย่อนลงไปด้วย

การเต้นทำให้เรามีความสุข เอ็นโดฟีน คงหลั่งออกมาไม่น้อย และเอนโดฟีน หรือสารแห่งความสุขนี้ เป็นสารเคมีที่ว่ากันว่า มีผลเชิงบำบัดร่างกายด้วย 

นอกจากนั้น ก่อนนอน เราได้อ่านบทกวีของ คาอิล ยิบราน และบทความธรรมะ อ่านออกเสียงให้ตัวเองได้ยิน เพื่อให้คลื่นเสียงสะท้อนก้องกลับเข้าไปเยียวยาร่างกายอีกทีหนึ่ง 

การวิจัย เช่นในหนังสือ หัวใจใหม่ ชีวิตใหม่ ของนพ.วิธาน ก็บอกว่า การสวดมนต์มีพลังการเยียวยา เสียงเป็นคลื่น สามารถกระทบร่างกายและก่อให้เกิดผลต่ออารมณ์ความรู้สึก และกายได้ (ลองนึกถึง เสียงดังบนท้องถนน และเสียงสายน้ำไหลเอื่อย ๆ เปรียบเทียบกัน ผลต่อจิตใจและร่างกายก็ต่างกัน) 

เวลาสวดมนต์ คำมนต์ ความรู้สึกที่เรามีต่อคำสวด ทุกอย่างล้วนส่งกระแสคลื่นที่มีพลังเยียวยาออกมา และเราก็ได้รับกลับเข้าไปหล่อเลี้ยงจิตใจและร่างกาย 

อันที่จริง เราไม่ต้องรอให้ป่วยแล้วจึงทำสิ่งต่าง ๆ ที่เยียวยาพลังชีวิต เราควรอยู่กับสิ่งที่หล่อเลี้ยง และสร้่างเสริมพลังชีวิตอย่างสม่ำเสมอ ทุก ๆ วัน 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s