Wisdom in the Garden ตอนชีวิตใช้เวลาบ่มเพาะ

โดยมาก อยากได้ต้นไม้ก็ซื้อ ต้นเล็กหรือใหญ่ก็ตาม ซื้อแล้วนำมาดูแลต่อที่บ้าน ง่ายดี สะดวกด้วย แต่ไม่สนุกเท่ากับการเพาะปลูกเองจากเมล็ด หรือปักชำ … ตรงนี้มีลุ้น ได้เรียนรู้ชีวิตที่เราและต้นไม้มีเหมือนกัน

เราซื้อเมล็ดพันธุ์พืชสวนครัวหลายอย่างจากสันติอโศก แต่นางเอกในวันนี้ คือ แม่กะเพรา

เราเตรียมดินในกระถาง แล้วโรยเมล็ดกะเพราลงไป นำกระถางไปวางไว้ในที่ที่แดดถึง เราเฝ้าเยี่ยมเยียนกระถางกะเพราทุกวัน วันแล้ววันเล่า ไม่มีสีเขียวออกมาจากดินดำเลย “จะตายไปแล้วหรือเปล่าเนี่ย”

แม้จะเห็นแต่ดิน เราก็ยังไปทักทายกระถางกะเพราทุกวัน ผ่านไปกว่าสัปดาห์ ความหวังว่าจะเห็นชีวิตเริ่มลางเลือน แต่คงไม่หมด จนวันหนึ่ง ปุ่มเขียว ๆ ก็ปรากฏ เราดีใจมาก

หลายสัปดาห์ผ่านไป ปุ่มเขียวนั้นค่อย ๆ โตเป็นต้นมีใบเขียวอ่อนเล็ก ๆ แหมะอยู่ใกล้ลำต้นบอบบาง “ทำไมโตช้าจัง” ฉันถามตัวเอง “หรือว่า ต้นไม้ที่แข็งแรงใช้เวลาในการเติบโต แต่เมื่อโตแล้ว เขาจะตายยากละมั้ง” นักปลอบใจตัวเองหาเหตุผลฟังดูดี “เอ เราทำอะไรผิดหรือเปล่า ดินเป็นไง แดดใช่หรือเปล่า หรือพื้นที่อยู่เบียดกันเกินไป หรืออะไร” เราค่อย ๆ สแกนสายตาสำรวจรอบ ๆ แล้วก็ปลงใจว่า ควรทดลองขั้นต่อไป คือ เปลี่ยนกระถาง ย้ายที่ใหม่ให้กับแม่กะเพรา

เราผสมดิน ปุ๋ย และทราย คลุกเคล้าจนดูน่ากิน แล้วใส่กระถางใหม่ คราวนี้ใส่ดินให้เต็มปริ่มกระถาง เพื่อให้ต้นอ่อนได้รับลมด้วย จากนั้นก็ค่อย ๆ แซะเอากล้ากะเพราออกมา แล้วกระจายวางในกระถาง ให้แต่ละต้นอ่อน ๆ มีพื้นที่ห่างกันมากขึ้น …. อาจจะคิดไปเองก็ได้ แต่เรารู้สึกว่า กะเพราบางต้นดูจะโตขึ้นกว่าเดิม “จิ๊ดนึง” แล้ว ระหว่างนี้ เราจินตนาการถึงกะเพราะต้นงามใหญ่ ตอนนี้ เราต้องดูเขาให้โตก่อน เมื่อใดเขาโต เราก็จะสบายแล้ว เขาจะให้ใบ เมล็ดกับเราไม่รู้จบกันเลยทีเดียว (ตราบเท่าที่เราดูแลเขาดี)

เรามีความสุขกับการรอคอย และดูการเจริญงอกงามของชีวิตกะเพรา

ชีวิตใช้เวลาในการบ่มเพาะ ธรรมชาติบังคับกันไม่ได้ เขาเติบโตตามวิถีและเหตุปัจจัย ทั้งภายในเมล็ดกะเพราเอง และปัจจัยภายนอก กว่าเมล็ดพันธุ์จะงอกออกมาเป็นต้น ให้เราเห็นกล้าไม้ ใช้เวลา และกว่าต้นกล้าจะงอกงาม ก็ใช้เวลาอีกเช่นกัน บางเมล็ดก็อาจจะตายไป ในช่วงเวลานี้ เมื่อกล้างอกขึ้นได้ระดับหนึ่ง เราก็ต้องหาพื้นที่ใหม่ให้ เพื่อให้เขามีพื้นที่ในการงอกงามเติบโตที่เหมาะกับตัวเขา

ธรรมชาติของชีวิต ไม่ว่าพืช และคนก็คงไม่ต่างกัน มนุษย์ก็เป็นหนึ่งในธรรมชาติ

เราอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือ-หลังมือ แต่ในธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงอาศัยเวลา และการบ่มเพาะเหตุปัจจัย เวลาที่เราเห็นการปะทุของภูเขาไฟ แท้ที่จริง มีการสะสมเหตุปัจจัยมาระยะหนึ่งแล้ว (แต่เราสัมผัสไม่ถึง) อันที่จริง สิ่งต่าง ๆ เคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลงตอลดเวลา

ความเจริญงอกงามเติบโตของมนุษย์ค่อยเป็นค่อยไป ช้า และไม่เห็นชัดด้วยตา โดยเฉพาะในระยะแรก ๆ เราจะเห็นผลความงอกงามของมนุษย์ก็ต่อเมื่อเขาใหญ่โต เหมือนต้นไม้ที่ให้ผล ดอก ใบ เต็มที่

ถ้าหากเราตั้งไว้ในใจว่า ความหมายของชีวิต คือ ความเจริญงอกงาม ทั้งของตัวเราเอง และผู้อื่น คำถามต่อมา คือ เราจะช่วยกันเกื้อกูลความงอกงามนี้อย่างไร ใช้กระบวนการใด วิธีการใด และการประเมิน (วัดผล) ทำอย่างไร เพื่อให้เกิดความเจริญงอกงามยิ่ง ๆ ขึ้นไป