วิถีวิเวก

"วิถีวิเวก" นิทรรศการภาพถ่าย โดยพระอาจารย์ชาคิโน

“วิถีวิเวก” นิทรรศการภาพถ่าย โดยพระอาจารย์ชาคิโน

เรื่องที่เราพยายามจะถ่ายทอดมีชื่อจริงว่า “วิถีวิเวก” ส่วนชื่อเล่นนั้น เราขออนุญาตใช้ว่า “การผจญภัยของพระธุดงค์”

ชื่อจริงของเรื่องให้ความรู้สึกสงบและสันโดษ ในขณะที่ชื่อเล่นที่เราตั้งให้ อาจดูโลดโผน หวือหวา ชวนให้นึกถึงเรื่องราวการผจญภัยแบบวรรณกรรมชุด “เพชรพระอุมา” หรือ “อินเดียนน่า โจนส์” ก็ไม่ปาน ถ้าใครเคยอ่านเรื่องเล่าของพระธุดงค์ในอดีต จะรู้ว่า การผจญภัย ทั้งภายนอกและภายในของท่านนั้น สุดพิสดาร และอัศจรรย์ใจเป็นที่สุด ซึ่งความพิสดารสำหรับเรา ไม่ได้อยู่ที่การเผชิญกับเสือ หรือผีสาง แต่คือการเผชิญกับจิตภายใน

ฉันพบเรื่องราวนี้โดยบังเอิญ เมื่อไม่นานมานี้ ในคราวที่ไปพักที่โรงแรมแม่น้ำ รามาดา ย่านเจริญกรุง ขณะที่เดินเตร็ดเตร่ในโรงแรม ฉันเห็นพื้นที่มุมหนึ่ง กำลังมีการติดตั้งภาพถ่าย ฉันจึงเดินเข้าไปดู และเห็นภาพชีวิตของพระธุดงค์ — ภาพพระเดินจงกรม และนั่งอยู่ในถ้ำ พระเดินข้ามท่อนซุงเล็ก ๆ ข้ามลำห้วยที่กระแสน้ำไหลเชี่ยวอยู่เบื้องล่าง พระนั่งสมาธิอยู่บนหน้าผาสูงน่าหวาดเสียว พระเดินเท้าเปล่าบนดินลูกรัง ชาวบ้านรอใส่บาตยามเช้าด้วยอาการสำรวมและเปี่ยมศรัทธา ฯลฯ

ภาพทุกใบสวยงาม แต่มากกว่าความงาม คือ ความหมายที่ทำให้หัวใจสั่น สะท้าน สะเทือน

ภาพแต่ละใบนำใจให้สัมผัสกับความรู้สึกบางอย่าง — ศรัทธาต่อแนวทางที่พระบรมครูทรงตรัสสอน ความทุ่มเทของพระสงฆ์ต่อธรรมการปฏิบัติ ความเพียร ความอดทน ควมกล้าหาญ … และท้ายที่สุด คือ วิถีแห่งความวิเวก อันเป็นชื่อของงานนิทรรศการภาพถ่ายนี้

“ความวิเวกช่างงดงาม” ฉันรำพึงในใจ และออกจะรู้สึกโหยหาชีวิตเช่นนั้น

วิถีแห่งความวิเวก เป็นภาพถ่ายบันทึกเรื่องราวของพระธุดงค์ ซึ่งถ่ายทอดผ่านเลนส์ใจ โดยพระอาจารย์ชาคิโน พระชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน ที่บวชในสายการปฏิบัติของหลวงพ่อชา สุภัทโท

กว่า ๑๔ ปี พระอาจารย์ชาคิโนธุดงค์ไปในผืนป่าทั่วประเทศไทย ซึ่งท่านกล่าวว่า หากจะเทียบเป็นระยะทาง ก็คงมากกว่า ๔,๐๐๐ กม.

ในช่วง ๒-๓ ปีหลังนี้ ท่านธุดงค์และพักในถ้ำทุรกันดารทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน และตรงนี้เองที่เกิดเรื่องราวอันนำมาสู่การเปิดเผยชีวิตพระป่า ผ่านภาพถ่ายกว่า ๙๘ ใบ ที่พระอาจารย์ชาคิโนได้บันทึกไว้ตลอดการเจริญรอยตามปฏิปทาของพระพุทธเจ้า

“ชีวิตที่อิสระแบบนี้ช่วยให้สำรวจป่า เขา ถ้ำ ที่เร้นลับต่าง ๆ ได้ตามในปรารถนา และทุกย่างก้าว ธรรมชาติได้สอนให้ข้าพเจ้าเข้าใจความไม่แน่นอนของชีวิตได้อย่างลึกซึ้ง” พระอาจารย์ชาคิโนบันทึกไว้ในหนังสือภาพ “วิถีวิเวก” (Dhammafarers) ซึ่งทั้งหนังสือ การประมูลภาพถ่าย และการบริจาคจากการแสดงนิทรรศการ รายได้ทั้งหลายจะนำไปสนับสนุนมูลนิธิธัมมคีรี ที่ก่อตั้งโดยพระป่าที่ประสงค์จะช่วยเหลือด้านที่พักอาศัย ทุนการศึกษา การอบรมธรรมะให้เด็กชาวเขาที่กำพร้าและยากไร้

ความสำเร็จอาจไม่ใช่ความสุขเสมอไป ....แต่ความสุขคือความสำเร็จ (พุทธพจน์) จากหนังสือ วิถีวิเวก

ความสำเร็จอาจไม่ใช่ความสุขเสมอไป ….แต่ความสุขคือความสำเร็จ
(พุทธพจน์) จากหนังสือ วิถีวิเวก

คุณแห่งคำข้าว จุดเริ่มต้นแห่งนิทรรศการภาพ “วิถีวิเวก”

การเดินธุดงค์เป็นการเดินทางที่มีทิศทาง แต่ไร้แผน ในแต่ละวัน พระไม่อาจคาดเดาได้ว่า จะพบอะไรข้างหน้า หรือแม้ว่า วันนี้จะมีอาหารให้ฉํนหรือไม่ พระอาจารย์ชาคิโนเขียนไว้ในหนังสือ วิถีวิเวก ว่า “แม้พวกเราต้องอดบ้างอิ่มบ้างตามแต่จะบิณฑบาตได้ แต่การได้มีโอกาสปฏิบัติในวิถีอริยะนี้ ก็สร้างความอ่อนน้อมถ่อมตัวให้กับเราได้ง่ายขึ้น มองเห็นธรรมชาติอันยิ่งใหญ่แล้ว ความสงบบันเทิงภายในย่อมเกิดขึ้นได้ไม่ยาก”

เช้าวันหนึ่ง ในระหว่างที่ธุดงค์ในพื้นที่ป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน ท่านเดินเท้าผ่านหมู่บ้านชาวเขาที่ดูยากไร้ เห็นอย่างนั้น ท่านทำใจว่า วันนี้คงจะต้องอดเป็นแน่

ขณะที่เดินไป หญิงสาวคนหนึ่งวิ่งออกมาจากบ้าน พร้อมภาชนะใส่ข้าวหุงร้อน ๆ ควันยังโชยออกมา ระหว่างที่เธอกำลังตักข้าวใส่บาตร เด็กน้อยเนื้อตัวมอมแมมที่ยืนเกาะขาแม่ มองตามข้าวที่แม่ใส่ลงในบาตรพระ น้ำลายหยด

“เมื่อก่อน เราทำงานได้เงินเป็นแสน ตอนนี้ต้องมาแย่งข้าวเด็กกินหรือนี่” พระอาจารย์ชาคิโนย้อนถึงความรู้สึกในตอนนั้น “ในบ้านนั้นยากจน แต่เขาก็แบ่งให้อาตมา อาตมาซาบซึ้งในน้ำใจของหญิงชาวเขาผู้นั้นที่แบ่งข้าวให้ อาตมา จึงตั้งปณิธานในใจว่า จะต้องช่วยเหลือชาวเขาและเด็ก ๆ ให้มีกิน มีการศึกษา เพื่อเป็นการตอบแทนคุณ”

ก่อนจะเข้าสู่เพศบรรพชิต พระอาจารย์ชาคิโนเป็นช่างภาพมือรางวัลระดับชาติและนานาชาติ ท่านจึงดำริว่า ท่านจะใช้ของเดิม บวกกับชีวิตและดวงตาใหม่ในผ้าเหลือง เพื่อยังประโยชน์ให้กับเด็ก ๆ และชาวเขา

ท่านขออนุญาตจากพระอุปัชฌาย์ว่าจะขอถ่ายภาพการธุดงค์ เพื่อจะนำไปหาทุนสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิธัมมคีรี

“ขอให้ถ่ายรูปด้วยความสำรวม” พระอุปัชฌาย์แนะ

เมื่อออกบวชในเมืองไทยตั้งแต่อายุ ๒๙ ปี พระอาจารย์ชาคิโนทิ้งสมบัติทั้งหลายทางโลก รวมถึงกล้องโปรตัวใหญ่ ที่ช่างภาพมืออาชีพต้องสะพายถืออยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อท่านดำริจะใช้ทักษะที่คุ้ยเคยในการเป็นช่างภาพเพื่อทำประโยชน์ให้กับผู้คน ท่านจึงกลับมาสู่หลังเสนส์อีกครั้ง แต่คราวนี้ หลายอย่างก็เปลี่ยนไป

จากกล้องโปร ท่านเปลี่ยนเป็นกล้องตัวเล็กที่พกพาสะดวก และจะหยิบออกมาเก็บภาพในยามที่จำเป็นเท่านั้น “เมื่อก่อน ความสวยงามของรูปถ่ายสำคัญสำหรับกับอาตมามาก จะพยายามจัดแต่งภาพถ่ายให้สวยที่สุด ..  (แต่เมื่อเป็นพระ) เมื่อนัยน์ตาของข้าพเจ้ามองผ่านเลนส์ไปที่เงา ตัวของข้าพเจ้ากลับมุ่งมองไปที่ใจ อันเป็นประตูจะนำไปสู่แสงสว่างแห่งการตื่นรู้ ถ้าการ “ถ่ายรูป” เป็นการปรุงแต่ง และการแสดงตัวตน การ “ถ่ายใจ” เป็นการลดการปรุงแต่งและตัวตนลง ทำให้มันนุ่มนวลและพร้อมที่จะน้อมลงไปสัมผัสกับธรรมชาติอันไม่ปรุงแต่งอันสงบ …

“ใช่แล้ว ไม่ใช่ “สวย” แต่บางครั้งก็เพราะ “งด” แล้ว จึงได้พบความงามอย่างแท้จริง”  พระอาจารย์ชาคิโนเขียนไว้ในหนังสือ

8

ภาพถ่ายทั้ง ๙๘ ใบที่รวรวมไว้ในหนังสือ วิถีวิเวก และตระเวนแสดงในนิทรรศการภาพถ่าย ไม่ใช่ภาพที่ต้องการอวดอ้างความสวยงาม แต่ต้องการให้ภาพยกระดับจิตใจขอผู้ชมให้เข้าถึงวิถีแห่งธรรม “อาตมาไม่ถ่ายภาพที่ไม่มีความหมาย ภาพทุกใบมีความหมายใต้ภาพ และความหมายนั้นต้องช่วยยกระดับจิตใจของผู้ชม”

หลายภาพมีเรื่องราวที่น่าฉงน และบางคนเกิดคำถามว่า “จัดฉากถ่ายภาพหรือเปล่า”

คำถามและข้อสงสัยนี้ทำให้พรอาจารย์ชาคิโนได้โอกาสเล่าถึงวิถีของพระป่า และความเคร่งครัดในวิถีการปฏิบัติ อย่างเช่น ภาพพระฝรั่งรูปหนึ่งนั่งสมาธิอยู่กลางทุ่งดอกไม้สีม่วง

“อาตมาไม่จัดฉาก สร้างภาพ แต่ทุกภาพเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในวิถีแห่งการปฏิบัติ อย่างภาพนี้ อากาศบนเขาหนาวมาก การได้นั่งสมาธิกลางแจ้งช่วยได้ลดความหนาว และในช่วงหน้าหนาวดอกไม้ก็บานเต็มไปหมด พระฝรั่งท่านก็ไปนั่งตรงนั้นกลางแดด กลางทุ่ง และอาตมาก็บันทึกภาพไว้”

ภาพถ่ายพระรูปหนึ่งนั่งบนหินผา ฉากหลังเป็นท้องฟ้าสีสด จัดฉากอีกหรือไม่ ทำไมพระท่านต้องไปนั่งบนหินสูง ดูหมิ่นเหม่

“เวลาที่ฉันอาหารแล้ว เป็นธรรมดาอาจจะเกิดความง่วงได้ หนทางที่จะช่วยเราให้ปฏิบัติได้ คือ เราต้องไปนั่งในที่หวาดเสียว เพื่อจะได้ปลุกตัวเองจากความง่วง ไปนั่งอย่างนั้น ไม่มีทางง่วงเลย” พระอาจารย์ชาคิโนหัวเราะ

อีกหนึ่งรูปที่บอกเล่าวิธีการขจัดความง่วง ความหลับไหลที่อาจเกิดขึ้น คือ ภาพพระนั่งบนแพไม้ไผ่ ในลำธาร “น้ำในลำธารไม่นิ่ง กระเพื่อมตลอดเวลา เขย่า ช่วยให้เรารู้สึกตัว”

5บางครั้ง การเดินทางในป่า ย่อมมีการหลงทางกันบ้าง (แต่ไม่หลงทิศ) ซึ่งครั้งหนึ่ง การเดินหลงทำให้พระอาจารย์ชาคิโนได้ภาพเด็ด ที่ทำให้หลายคนรู้สึกไปต่าง ๆ นั่นคือ ภาพพระปีนหน้าผา

หลายภาพในนิทรรศการเป็นภาพ สะท้อนการเดินธุดงค์ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย อันตราย การเดินทางในที่กันดาร ผ่านลำห้วย เดินข้ามขอนไม้ที่พาระหว่างสายธารเชี่ยวเบื้องล่าง ซึ่งทำให้เห็นว่า พระป่าต้องดำรงตนอยู่ในสติ และสมาธิจริง ๆ เพราะหากใจมีสะเก็ดแห่งความกลัวและกังวล ก็อาจเป็นเหตุให้ถึงก่ชีวิตได้

เรื่องเล่าการธุดงค์ทำให้ฉันนึกถึงปัจฉิมโอวาทของพระพุทธเจ้า ที่กล่าวถึง การไม่ประมาทในชีวิต และจงมีสติให้ถึงพร้อม — เข้าใจแล้วว่า สติสำคัญเพียงใด สติ คือ ความเป็นและความตายของเรา อย่างนั้นเลย

“อยู่ในป่า เราต้องมี sensitivity (จิตละเอียด ว่องไว) กับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ไม่เช่นนั้นจะอันตรายมาก” พระอาจารย์ชาคิโนกล่าว

ฉันนึกถึงชีวิตในโลกนอกป่า เราก็ต้องมีจิตละเอียดว่องไว กอปรด้วยสติด้วยละมัง ไม่เช่นนั้นก็อันตรายเช่นกัน เป็นอันตรายกันคนละแบบ แต่หากไม่ระวัง ก็คงถึงแก่ชีวิตได้เหมือน ๆ กัน

อันตรายในป่าและที่อันเร้นลับ อาจหมายถึง สัตว์ป่านานาชนิด และสภาพภูมิประเทศที่ลำบาก แต่จากการบอกเล่าของพระอาจารย์ชาคิโน ฉันอดรู้สึกไม่ได้ว่า แท้จริงแล้ว สิ่งที่อันตรายกว่าสัตว์ป่า คือ จิตและ ความคิดปรุงแต่ง

เรื่องเล่าลือเรื่องผี และความลี้ลับต่าง ๆ ท่านอาจารย์สำรวจด้วยต้องการเห็นความจริง หลายครั้ง ท่านกล่าวว่า ไม่ปฏิเสธผี ว่าไม่มี แต่หลายครั้ง ผีนั้นอยู่ในใจของเราเสียมาก เป็นผีความคิดที่เราปรุงขึ้นมาหลอกตัวเอง เสียงแปลก ๆ ยามค่ำคืน ที่หลายคนบอกว่าเป็นเสียงผี เมื่อพระอาจารย์ชาคิโนเข้าไปเผชิญเพื่อสืบค้นความจริง ท่านก็พบว่า เสียงเหล่านั้น บ้างก็เป็นเสียงไก่ป่าเขี่ยพื้นดิน (ตอนกลางคืน?) เสียงตุ๊กแก เสียงน้ำหยดจากหินงอกหินย้อย

เสือ กับ พระธุดงค์ก็ดูจะเป็นของคู่กัน ครั้งหนึ่ง ในตอนที่พระอาจารย์ชาคิโนออกธุดงค์ลำพัง คืนแรกนั้น เสียงเสือ และสัตว์น้อยใหญ่ระงมไปทั่วป่า แล้วก็มีเสียงเสือใกล้เข้ามาทุกที ๆ จนมาหยุดที่กลด อุ้งเท้าของเสืออยู่ที่ชายกลดตรงปลายเท้า ในเวลานั้น ท่านบอกเลยว่า คงตายแน่แล้ว ความกลัวเกาะกุมหัวใจ ความคิดระดมการปรุงแต่ง ท้ายที่สุด ท่านก็ปลงใจว่า ปฏิบัติจนตายดีกว่า ตายโดยไม่ได้ปฏิบัติ”

4             วิถีแห่งจิตอันวิเวกเข้ามาแทนความกลัว แล้วทุกอย่างก็ผ่านไป วันต่อ ๆ มาของการธุดงค์โดยลำพังเป็นเรื่องง่าย และสบาย จนกระทั่ง ๒ เดือนต่อมา เมื่อคณะธุดงค์จะตามมาสมทบ “การอยู่ลำพัง ใคร ๆ ก็อยู่ได้ แต่การอยู่เป็นหมู่คณะนี่ ลำบากกว่ามาก” พระอาจารย์ชาคิโนกล่าว “การอยู่คนเดียวนั้นไม่ยาก เราเผชิญกับสิ่งแวดล้อมในป่า แต่การอยู่กับคนเป็นหมู่คณะ เราจะต้องฝึกฝนและหมู่คณะจะขัดเกลากิเสสของเรา”

หลายเรื่องราวผ่านภาพถ่ายทำให้เราเห็นความหมายของป่า ธรรมชาติ ที่เกื้อกูลกับการพัฒนาจิตและการหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง แต่ในวันนี้ สภาพป่าอันเคยอุดมสมบูรณ์ค่อย ๆ สูญไป พื้นที่ป่าถูกจับจอง ล้อมรั้วลวดหนาม ไม่เพียงสัตว์ป่าที่เดินทางไปมา หาอาหารไม่ได้ เพราะป่าที่ออกธุดงค์ก็จาริกไปได้ยากเช่นกัน ป่าที่เคยปรกให้ร่มฝน ที่อาศัยอันสงบเย็น ก็เหลือเป็นซากตอ เพราะถูกตัดไปขาย ถ้ำ เขาต่าง ๆ ที่พระเคยพำนักเป็นที่บำเพ็ญเพียร ให้จิตสว่างกระจ่างงาม ก็กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว เสียงระงมจอแจ

ความวิเวกมีความหมายกับความเจริญงอกงามของชีวิต แต่ด้วยเหตุปัจจัยหลายประการ ป่าไม้ลดลงอย่างรวดเร็ว และวิถีวิเวกก็กำลังจะสูญสิ้นไปด้วย — แหล่งแห่งแสงสว่างทางปัญญากำลังจะดับลงด้วยหรือไม่   

ได้ฟังเรื่องเล่าต่าง ๆ จากพระอาจารย์ชาคิโน ฉันหวนมาถามตัวเองว่า ชีวิตของเราวิเวกเพียงใด

หากเราไม่อาจใช้ชีวิตเช่นพระธุดงค์ได้ เราจะทำอย่างไรให้ชีวิตในป่าคอนกรีต ชีวิตในป่ามนุษย์นั้นมีความวิเวก เฉกเช่นพระธุดงค์ได้บ้าง อะไรคือเสือที่เราต้องเผชิญ ผีของเราคืออะไร เราจะประยุกต์นำคำสอน วิถีปฏิบัติของพระธุดงค์มาใช้ในป่ามนุษย์ด้วยได้หรือไม่ ทำอย่างไร

 “ความสุขแบบที่เราเห็นว่าสุข (แบบโลกๆ) เป็นสุขที่มีภัย อย่างเราสุขที่มีเงิน เงินสมบัติที่มี ก็อาจนำโจรภัยมาให้ แต่สุขของพระเป็นสุขที่ไม่มีภัย” พระอาจารย์ชาคิโนกล่าว แล้วสำทับด้วยคำถามว่า “ยังทุกข์กันไม่พออีกหรือ?”

7

นิทรรศการภาพถ่าย “วิถีวิเวก” จะมีถึงวันที่ ๑๓ ที่โรงแรม แม่น้ำ รามาดาพลาซา

และวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ถึง ๓๑ มีนาคม ก็จะจัดแสดงที่สวนโกมข์กรุงเทพ ฯ

ข้อมูลเพิ่มเติม www.dhammagiri.or.th

Advertisements

One response to “วิถีวิเวก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s