ชีวิต และการจัดกระเป๋าเดินทาง

ภาพประกอบโดย อุ๋ย มนต์สินี สุขรุ่ง

ภาพประกอบโดย อุ๋ย มนต์สินี สุขรุ่ง

“All my bags are packed, I am ready to go …”

ฉันนึกถึงเพลงนี้ ขณะกำลังช่วยเพื่อนรักจัดกระเป๋า เพื่อเดินทางไปทำงานและใช้ชีวิตในต่างแดนเป็นเวลา ๑ ปี

เสื้อผ้าและข้าวของกองเป็นพะเนินอยู่ตรงหน้า จนฉันนึกอยากได้กระเป๋าหน้าท้องของโดราเอมอน ที่สามารถเก็บสรรพสิ่งได้ไม่จำกัด … แต่ชีวิตไม่เหมือนการ์ตูนเรื่องโปรด เราทั้งสองจึงต้องเผชิญกับความท้าทายและอยู่กับข้อจำกัดในชีวิตจริง — อะไรที่จะเอาติดตัวไป และอะไรที่จะทิ้งไว้ นี่คือคำถามสำคัญ

คำถามนี้ไม่เพียงชวนให้ฉันขบคิดถึงข้าวของที่ต้องใส่ลงกระเป๋าเดินทาง แต่ยังชวนให้ฉันใคร่ครวญถึง “ชีวิต” ด้วย … วันเวลาที่เราจะอยู่บนโลกนี้มีจำกัด เราจะเอาอะไรใส่ในพื้นที่ชีวิต และอะไรที่เราควรเอาออก หรือไม่จำเป็น … ในวันสุดท้ายของชีวิต อะไรคือสิ่งที่จะเหลือหรือใส่อยู่ในจิต (กระเป๋า) ที่เราจะแบกถือ เพื่อเดินทางสู่ปลายทางต่อไป สิ่งท่เราเลือกติดตัวไปสำคัญและจำเป็นกับชีวิตของเราเพียงใด

ระหว่างที่ช่วยเพื่อนคัดกรองข้าวของลงกระเป๋า ฉันก็หวนพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ในชีวิต ทั้งสิ่งของที่มีอยู่ ใช้บ้าง ไม่ใช้บ้าง — ฉันมีอะไรที่เกินความจำเป็น เป็นข้าวของที่ทำให้ชีวิตหนักเกินจำเป็นหรือไม่ … ไหนจะสิ่งที่เป็นนามธรรม อย่าง ความรู้สึก ความทรงจำ ประสบการณ์ ต่าง ๆ ที่เก็บไว้ในชีวิต อะไรที่หนักและกินพื้นที่ชีวิต อะไรที่เบา พกพาง่าย สะดวก และจำเป็น ฉันกำลังแบกถือประสบการณ์ ความรู้ที่เกินหรือไร้ประโยชน์กับชีวิตบ้างหรือไม่

การครุ่นคิดเรื่องนี้ทำให้ฉันนึกถึงนิทานในหนังสือ “ศิลปะในการดำเนินชีวิต” โดย วิลเลียม ฮาร์ท (ลูกศิษย์ท่านโกเอนก้า) ที่พูดถึง นักวิชาการต่าง ๆ ที่สงสารชาวเรือ ที่ไม่มีความรู้ทางธรณีวิทยา สมุทรศาสตร์ อุตุนิยมวิทยา และกล่าวว่า ชาวเรือได้เสียเวลาในชีวิต เพราะพลาดไม่ได้เรียนและรู้วิชาต่าง ๆ เหล่านั้น

เมื่อพายุเข้า เรือกำลังจะล่ม ชาวเรือก็วิ่งเข้ามาถามนักวิชาการต่าง ๆ เหล่านั้นว่า ท่านรู้จักวิชาว่ายน้ำศาสตร์หรือไม่ เพราะถ้าไม่ ท่านกำลังจะเสียเวลาทั้งชีวิตของท่านแล้ว

การช่วยเพื่อนจัดกระเป๋าช่วยให้ฉันรู้จักและเข้าใจตัวเองเพิ่มขึ้น และแน่นอนทำให้ฉันเข้าใจเพื่อนขึ้นด้วย … 

การจัดกระเป๋าเดินทางเป็นสิ่งที่สะท้อนบุคลิกนิสัย ตัวตนของเจ้าของ และวิถีชีวิตของเจ้าของกระเป๋า ฉันเห็นสิ่งที่เพื่อนให้ความหมาย ให้ความสำคัญ เห็นวิถีชีวิตของเพื่อนที่เป็นมา และจะเป็นไปในต่างแดน (ผ่านการเลือกข้าวของเครื่องใช้ลงกระเป๋า) และในฐานะที่ได้รับเกียรติให้ไปช่วยจัดกระเป๋า สิ่งที่ฉันตระหนักไว้ในใจ คือ นี่คือชีวิตและกระเป๋าของเพื่อน ไม่ใช่ของฉัน ฉะนั้น ฉันจึงสำรวจตัวเองเสมอ ๆ ว่า เราไม่ได้กำลังเอาวิถีชีวิต หรือความคิดต่อชีวิตของตนไปใส่ให้เพื่อน

สิ่งที่ทำได้ คือ ช่วยตั้งคำถาม ชวนคิด ตามข้อจำกัดและเงื่อนไขในการจัดกระเป๋าไม่ให้น้ำหนักเกิน ๓๐ กิโลกรัม “เอาชุดทำงานไป ๑๒ ชุดพอ…. เอาชุดนอนไป ๓ ชุดพอ … เอาเสื้อเชิ้ตไป ๑๐ ตัวพอ” ฉันช่วยจำกัดจำนวนชิ้นของสิ่งต่าง ๆ … และไม่ว่าเพื่อนจะตัดสินใจอย่างไร ฉันจะเห็นด้วยหรือไม่ …. สิ่งสำคัญ คือ เจ้าของกระเป๋าเห็นและพอใจเช่นไร

ความคิดและท่าทีเช่นนี้ทำให้ฉันตระหนักยิ่งขึ้นถึง การเคารพในชีวิตของตนเอง และเคารพในการเลือกดำเนินชีวิตของผู้อื่น ฉันว่า การยอมรับสิ่งต่าง ๆ คนอื่น ๆ เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อย่างที่เป็น แม้จะไม่เป็นอย่างใจเรา นำความโปร่งเบามาให้ัหัวใจอย่างยิ่ง 

สุดท้าย ความพยายามของเราก็ต้องหยุดลงที่ “ขอน้ำหนักเพิ่มเหอะ … ๓๐ กิโล คงไม่พอเอาของที่อยากเอาไปทั้งหมดแน่” และโชคดียิ่ง ที่เพื่อนสามารถขอน้ำหนักกระเป๋าเพิ่มได้

ขอบคุณเพื่อนที่ให้ความไว้วางใจให้ฉันไปช่วยจัดกระเป๋า ซึ่งกลับเป็นโอกาสให้ฉันพิจารณาคำถามสำคัญของขีวิต ได้รู้จักตัวเอง และลึกซึ้งกับมิตรภาพระหว่างเรายิ่งขึ้น

Advertisements