ความมี และความเป็นน บทเรียนจากหมาข้างบ้าน

บางที ความไม่มี ก็เผยให้เห็น ความเป็น ที่รอปรากฏ — ท้ายที่สุดในชีวิตของเราทุกคน ก็คงไม่มีอะไรเหลือ ความมีก็จะจากเราไป สิ่งที่จะเหลือ คือ ความเป็น (being) หรือเนื้อแท้ในจิต

————————————–

เมื่อกว่า 8 ปีที่แล้ว ครั้งที่เราย้ายมาอยู่ในหมู่บ้านนี้ หนึ่งในเพื่อนบ้าน ที่มีบ้านหลังใหญ่ มีรอดไวเลอร์ 2 ตัว โกลเดนท์รัทรีเวอร์ 1 ตัว เชาเชา 2 ตัว ยอร์คเชียร์ 1 ตัว ไซบีเรียนฮัสกี้อีก 1 ตัว และจะมีอีกไหมที่ฉันไม่เห็น ได้ยินเพื่อนบ้านบางคนพูดถึงบ้านนี้ว่า “เขาบอกว่า ต้องเปิดแอร์ทั้งวันทั้งคืน เพราะหมาพวกนี้บางตัวต้องอยู่ห้องแอร์” บ่อยครั้ง ในแต่ละเดือน จะมีรถแท๊กซี่ของร้านสปาหมาเข้ามารับตัวเจ้าตูบทั้งหลายไปทำความสะอาด งดงาม

จากทางหน้าต่าง ฉันเห็นเจ้ารอดไวเลอร์ 2 ตัว อยู่ในคอกที่เขาสร้างให้มัน ก็เป็นคอกที่กว้างขวางให้มันเดินได้ แต่ไม่อาจวิ่งสนุกได้เลย … ที่สำคัญ เป็นเวลาแรมปี ฉันไม่เคยเห็นมันได้ออกจากคอกนี้ ฉันเห็นความร่าเริงของมันทั้งสองค่อย ๆ ระเหยไปกับกาลเวลา นานวันเข้า ฉันไม่ได้ยินเสียงมันเห่า ไม่ได้เห็นมันเดินไปมา มันได้แต่นอนหงอยกับที่ … จนวันหนึ่ง เมื่อกว่าปีหรือกว่านั้น ฉันก็ไม่เห็นเงาของมันอีกเลย ทราบจากสัตวแพทย์ที่คุ้นเคย และบังเอิญว่าได้รักษาเจ้าหมาที่บ้านนี้เหมือนกันว่า รอดไวเลอร์ป่วยมากและมาพบหมอตอนเป็นหนักมากแล้ว เจ้าของทิ้งมันที่ร้านหมอและก็ให้มันตายที่นั่น

oleหลายเดือนที่ผ่านมา ฉันเห็นเจ้าโกลเดนท์รีทรีเวอร์เดินโซเซออกมาจากบ้าน คุ้ยเขี่ยอาหารจากถังขยะบ้านอื่น ๆ มันผอมซูบ ขากะเผลก เพื่อนบ้านหลายคนที่เห็นรู้สึกเวทนามันอย่างยิ่ง ฉันวิ่งไปเอาอาหารเม็ดที่มีมาให้ มันกินเหมือนไม่ได้กินอะไรมาเป็นวัน ๆ “มันแก่แล้ว” คุณตาเพื่อนบ้านที่เดินออกกำลังกายผ่านมาพูดขึ้น  “เขาจะปล่อยให้มันตายละมั้ง” คุณป้าเพื่อนบ้านอีกคนเสริม ทุกครั้งที่เจ้าของบ้านเผลอเปิดประตูไว้ เจ้าตัวนี้ก็จะได้โอกาสออกมาหาของกิน และทุกครั้งที่ฉันเห็นมัน ก็จะวิ่งไปหาอะไรมาให้เสมอ ๆ … ฉันมักจะแอบมองลอดรั้ว เข้าไปดูว่ามันอยู่ไหน เป็นอะไรมากหรือเปล่า ได้กินอะไรหรือยัง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะเกรงว่า หมาจะเดือดร้อน

ล่าสุด ก็เป็นเจ้าตัวเล็ก 2 ตัว มันแสนรู้ เอาตัวรอด ลอดรั้วออกมาได้บ้าง ฉันจึงให้อาหาร น้ำกับมัน เนื้อตัวของมันมอมแมม เห็บหมัดเต็มตัว หิวโซ บางทีก็เดินเซ คนสวนบอกว่า สงสัยโดนกินเลือดจนเซ ฉันเล่าให้สัตวแพทย์ที่คุ่นเคยฟัง คุณหมอให้ปลอกคอกันเห็บหมัดมา 2 กล่อง และฉันก็ใส่ให้มันเรียบร้อย เจ้าสองตัวกลายเป็นหมาริมรั้ว ริมทางในหมู่บ้านไปแล้ว ฉันไม่ได้ยินเจ้าของเรียกชื่อมัน ตามหามันเวลาที่มันยังไม่กลับบ้าน ในคืนที่หนาวจัด มันก็นอนขดกันกลมอยู่นอกบ้านmagic

คนในบ้านหลังใหญ่บอกว่า “ใครจะเอามันก็เอาไปได้เลย” รู้สึกว่า หมาตัวเล็กทั้งสองจะเป็นของขวัญที่เขาให้กันในวันเกิด ซึ่งตอนนี้เจ้าของวันเกิดอาจไม่อยู่บ้านนี้แล้ว ก็เลยไม่มีใครสนใจ

ปัญหามีไว้ให้ใช้ปัญญาขบคิดและลงมือแก้ไข … ฉันทำเท่าที่ทำได้ ตามสติ ปัญญา เงื่อนไขในชีวิต

โชคดีว่า คนในหมู่บ้านจำนวนมากรักสัตว์ เลี้ยงหมาอยู่บ้าง จึงไม่ว่าอะไร และเจ้าสองตัวนี้ก็น่ารัก แสนรู้ ฉลาดมาก จึงไม่เป็นที่รำคาญอะไร

ฉันให้อาหาร น้ำกับมัน จะพามันไปอาบน้ำและตรวจสุขภาพ คนสวนในหมู่บ้านช่วยดูแล ให้อาหารบ้าง ทำที่นอน มุ้งให้มันนอนตามแต่มันจะชอบ

สัตวแพทย์ประจำบ้านของฉันก็บริจาคยา หรือให้ส่วนลดกับการบริการดูแลสัตว์ทุกข์ยาก

ผู้ที่ทำงานเรื่องกฎหมายสิทธิสัตว์เคยเล่าให้ฟังว่า พยายามให้ร่างกฎหมายผ่าน แต่

ผู้ที่ทำงานเรื่องกฎหมายสิทธิสัตว์เคยเล่าให้ฟังว่า สัตว์เลี้ยงจัดเป็นทรัพย์สินของเจ้าของ เราทำอะไรกับมันไม่ได้หากเจ้า้ของไม่อนุญาต เพราะจะถือว่า ละเมิดทรัพย์ หรือขโมย … กลุ่มนักพิทักษ์สิทธิสัตว์พยายามแก้ไขและเสนอร่างกฎหมาย แต่ยังคาอยู่ที่สภา “เรื่องของสัตว์มักเป็นเรื่องท้ายที่สุดเสมอ ท้ายลงไปอีกจากเรื่องคนชายชอบ คนตกขอบทั้งหลายในสังคม” พี่นักพิทักษ์สิทธิสัตว์คนหนึ่งบอก
อาสาสมสัครผู้ที่ช่วยเหลือสัตว์ตกยากคนหนึ่งสะท้อนว่า “การดูแลสัตว์ของคนในสังคม วิธีปฏิบัติที่เรามีต่อสัตว์ สะท้อนใจของสังคม หากสังคมใดดูแลสัตว์ดี สังคมนั้นก็น่าจะเจริญ เพราะคนใจสูง ดูแลสัตว์ที่ด้อยโอกาส ดังนั้นจึงยากที่จะไม่ใส่ใจคนด้วยกัน”

ฉันมองกลับไปที่บ้านหลังใหญ่ มันคงมีเหตุให้เขาละทิ้งสัตว์เหล่านี้ เงื่อนไขปัจจัยในชีวิตคงไม่เอื้อให้เขาดูแลสัตว์เลี้ยงให้ดีเหมือนเดิม … แต่ฉันก็คิดด้วยว่า บางที ความมี ก็เป็นคนละเรื่องกับ ความเป็น (being)

ฉันเคยพบคนยากจนที่อาศัยชานบ้านของญาติอยู่ เธอรับจ้างทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้เงินวันละ 50-100 บาท แต่ไม่เคยปล่อยให้หมาข้างถนน ที่เธอเก็บมาดูแลต้องอดกว่าเธอ ทุกวัน เธอไปขอข้าวที่วัดบ้าง ขอน้ำแกงร้านก๋วยเตี๋ยวบ้าง เธอหุงข้าวหม้อใหญ่ให้หมา คลุกน้ำแกง มีเนื้อนิดหน่อยตามเงินในกระเป๋าของเธอ ส่วนตัวเธอเองกินน้อย “สงสารมัน มันหิว มันลำบาก” เธอบอก

บางที ความไม่มี ก็เผยให้เห็น ความเป็น ที่รอปรากฏ — แม้ไม่มีเงิน แต่มีใจ เพราะเธอ “เป็น” อย่างนี้

คนในบ้านหลังใหญ่ เมื่อ “มี” น้อยลง ความ “เป็น” บางอย่างก็ปรากฎ

ท้ายที่สุดในชีวิตของเราทุกคน ก็คงไม่มีอะไรเหลือ ความมีก็จะจากเราไป สิ่งที่จะเหลือ คือ ความเป็น (being) หรือเนื้อแท้ในจิต 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s