สิ่งที่ขมกว่า ชาใบมะระขี้นก

วันนี้ ฉันกลับจากทำงานในจังหวัดใกล้เคียง และเห็นกล่องพัสดุหน้าตาแปลกวางไว้บนโต๊ะที่บ้าน “กล่องพัสดุแบบนี้ไปรษณีย์ก็ส่งมาให้ด้วย” แม่พูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดูกล่องขนม ที่ผู้ส่งรียูส (reuse) ใช้ต่อในการส่งชาสมุนไพร 5 ชนิด ที่ฉันสั่งซื้อมาจากสวนเกษตรกรรมธรรมชาติ “บ้านสวนน้ำฝน” จากเชียงใหม่
กล่องชาจาก บ้านสวนน้ำฝน

กล่องชาจาก บ้านสวนน้ำฝน

ฉันบรรจงเลือกซองชาที่อยากลองจิบในค่ำคืนนี้ ชาอะไรหนอ ที่จะเหมาะกับห้วงเวลานี้ — ชารางจืด ขึ้นฉ่าย เชียงดา ใบมะระขี้นก ทุเรียนเทศ
คืนนี้ ใจเลือกชาใบมะระขี้นก — ชาที่ได้รับการเตือนก่อนซื้อจากแม่ค้าหน้าหวานว่า “แน่ใจเหรอพี่ ขมมากนะ ขนาดกินกับฝอยทองแล้วยังขมเลยนะคะ”
บางอย่างทำให้ฉันรู้สึกว่า การดื่ม “ชา” ต้องร่วมกับความ “ช้า”
ฉันจึงตั้งใจจะจิบชาด้วยความสงบ นิ่ง ผสานกับสุนทรียะในหัวใจ
ฉันหยิบซองชามาใส่น้ำร้อน สักพัก สีชาเหลืองนวลอ่อน ๆ ก็ปรากฎ
ชาใบมะระขี้นก

ชาใบมะระขี้นก

ฉันยกแก้วชาขึ้นดม กลิ่นชามีน้ำหนัก ความมัน และหอมชื่นใจ ชวนลิ้มลอง
ฉันจิบชา อึม… ขมจัดหนักจริง ๆ แต่ความขมจำกัดอยู่ที่ปลายลิ้นเท่านั้น ก็แค่ขม สักพักความขมก็จางไป … ฉันจิบชาต่อ
ความขมของชาไม่ทำให้ขมขื่นใจเลยสักนิด ไม่เหมือนความขมของสถานการณ์บ้านเมือง ที่เป็นมาเนิ่นนาน และดำเนินอยู่ ความขมแบบนี้ขื่นหัวใจจริง ๆ แต่ฉันก็หวังว่า คำกล่าวที่ว่า “ขมเป็นยา” นั้นจะเป็นจริง
ความขมที่เรากำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้จะเป็นยารักษาประเทศชาติจากโรคภัยที่กำลังรุมเร้า
เป็นยาที่เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้คนในชาติแข็งแรง แข็งแกร่ง เอาความขมเป็นบทเรียนสร้างสังคมที่เราปรารถนาร่วมกัน … ฉันจิบชาขมต่อไป ด้วยความหวัง
Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s