กลับสู่โยงใยชีวิต ด้วย “ผักเชื่อมสัมพันธ์”

ที่ริมรั้ว ฉันแหงนมองลูกมะละกอเขียวซ้อนย้อยห้อยกันเป็นยวง

“เอาไปขาย” ความคิดหนึ่งเสนอ “ก็ถ้าฉันเป็นแม่ค้า ก็คงทำอย่างนั้น”

“เอามาทำส้มตำไหม” อีกความคิดเปรย “ดี แต่ลูกเดียวก็พอมั้ง จะกินอย่างไรหมด”

“แจกสิ เหมือนอย่างที่เธอได้รับจากฉัน” ต้นมะละกอกระซิบ 

มะละกอเมล็ดเดียวที่หยั่งลงดิน ได้น้ำ ได้อากาศพอเหมาะ เติบใหญ่งดงาม ออกลูกหลายสิบ มากพอที่จะแบ่งปันผู้คนมากมาย

ธรรมชาติใจกว้าง มะละกอต้นเดียวเลี้ยงคนได้มากมาย เมล็ดในมะละกอเพียงหนึ่งลูกอาจเติบโตเป็นต้นมะละกอได้นับร้อย ดูแลชีวิตผู้คนได้มหาศาล “ผู้ที่คิดและทำอาหารให้เป็นหมัน ทำให้เมล็ดพันธุ์พืชผัก ผลไม้ไม่อาจขยายพันธุ์ได้เองตามธรรมชาติ ใจร้ายมาก ใจร้ายกับโลก สัตว์ และกับมนุษย์ด้วยกัน” ฉันรำพึงในใจ

ฉันขอให้คนสวนเกี่ยวมะละกอดิบลงมาให้หลายลูก แล้วฉันก็ขี่จักรยานไปแจกมะละกอให้เพื่อนบ้าน  ที่โน่นที่นี่ ให้มะละกอเป็นทูตเจริญไมตรีกับเพื่อนบ้าน

ผักกาดเขียวมีความสุข

ผักกาดเขียวมีความสุข

สองสามวันต่อมา คุณยายคนหนึ่งมาหาที่บ้าน พร้อมกระถางต้นผักกาดเขียว “เอาไปแยกลงดินนะ” ฉันแยกผักกาดเขียวได้หลายกระถาง ตอนนี้ต้นกำลังออกใบเขียวสดงาม คาดว่า เมื่อต้นใหญ่พอตัดกินแล้ว น่าจะผัดผักได้หนึ่งอิ่มกันเลยทีเดียว

ทุกเย็น ฉันวิ่งและพาน้องหมาเดินรอบหมู่บ้าน ระหว่างทางก็ยิ้ม ทักทายเพื่อนบ้าน ที่ออกกำลังกายและพักผ่อนยามเย็นในพื้นที่ส่วนกลาง ระหว่างที่วิ่งผ่านบ้านผู้คน ฉันเห็นชีวิตเพื่อนบ้าน ใครสนใจอะไร ทำอะไร (ไม่ใช่สอดแนม หรือสอดรู้หรอกนะ) ฉันรู้จักชื่อน้องหมาตามบ้านต่าง ๆ แทบทุกตัว (แต่ไม่รู้จักชื่อเจ้าของบ้านเท่าไร แหะๆๆ)

ฉันวิ่งผ่านและแอบมองเข้าไปในพื้นที่สวนของคุณยายคนนี้เสมอ บางครั้งก็จะแวะถามเรื่อง วิธีการทำสวนครัว คุณยายก็เคยสอนวิธีการเตรียมดินปลูกผัก “คุณยาย เอามะอึกไหมคะ” ฉันถามคราวหนึ่ง “นกมาฝากเมล็ดมะอึกไว้ ลงดิน ต้นโตเลย ออกลูกเยอะแยะ ตอนนี้ ต้นตายไปแล้ว แต่ลูกและเมล็ดที่ตกหล่นโตเป็นต้นอีกหลายต้นเลยค่ะ คุณยายเอาไหมคะ”

คุณยายพยักหน้า “ดี ใส่น้ำพริกอร่อย” ฉันกลับบ้านมาแยกต้นมะอึก ดูแลให้แข็งแรงสักสองสามวัน แล้วเอาไปให้คุณยาย

ฉันว่า เค้าโครงการ “ปันผักกันกิน” ในหมู่บ้าน กำลังก่อตัวขึ้น ฉันคิดเบา ๆ ว่า จะสร้างแรงบันดาลใจให้คนในหมู่บ้านปลูกผักในรั้วบ้าน แลกกผักกันกิน เพื่อสร้างสุขภาพที่ดี รวมถึงสานสัมพันธ์ระหว่างคนในหมู่บ้านคนเมือง ที่นับวันความสัมพันธ์เหินห่าง

ริและเริ่มจากตัวเอง ฉันได้กำลังใจจะกลับมาลงแปลงปลูกผักที่บ้าน พื้นที่สวนอาจจะไม่กี่ตารางเมตร แต่ก็มากพอที่จะปลูกผักหลายชนิด และหากได้ผลผลิต ก็พอที่จะแบ่งปันให้กับเพื่อนบ้าน  (แอบคิดต่อว่า น่าจะลองใช้ชีวิตแบบ barter living ใช้เงินตราแลกให้น้อยที่สุด จะเป็นอย่างไร)

ค่อยเป็นค่อยไป ให้ต้นไม้แห่งความสัมพันธ์เติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ สิ่งสำคัญ คือ หมั่นรดน้ำพรวนดิน ดูแลปัจจัยต่าง ๆ แล้วสักวัน เมื่อเหตุปัจจัยพร้อม ดอกผลก็คงปรากฎดั่งต้นมะละกอ และมะอึก

แม้สังคมยุคใหม่ ความเป็นชุมชนจะยึดโยงกันด้วยพื้นที่ทำงาน/การเรียน/ พื้นที่ความสนใจร่วมกัน แต่ฉันคิดว่า ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เช่น เพื่อนบ้าน ก็สำคัญที่เราต้องเชื่อมสัมพัน์ด้วย ไม่ว่าเราจะไปที่ไหน เราไม่เคยออกจากข่ายใยแห่งชีวิต ที่สัมพันธ์กับสรรพสิ่ง

ความรู้สึกเชื่อมโยงกันกับสรรพสิ่ง ผู้คน ธรรมชาติ นำมาซึ่งความสุข

ความรู้สึกแบ่งแบ่งแยก แตกแยกนำทุกข์มาให้ (เหตุการณ์วันนี้ในบ้านเมืองกำลังแสดงความจริงข้อนี้ให้เราเห็น)

Advertisements

2 responses to “กลับสู่โยงใยชีวิต ด้วย “ผักเชื่อมสัมพันธ์”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s