“แม่คือโพธิสัตว์ของลูก”

“แม่คือโพธิสัตว์ของลูก” คำพูดนี้ผุดขึ้นในหัวใจ พร้อมหยดน้ำที่ค่อย ๆ รื้นและรินอาบแก้ม

ภาพและความคิดถึงคุณยาย แม่ น้า พ่อ ครอบครัว และบรรดาแม่ ๆ ทั้งหลายไหลเข้ามาในใจ “พวกแม่ ๆ ทั้งหลายทำได้อย่างไร มีลูกหลายคนที่ต้องดูแล แล้วยังต้องทำงานบ้าน ทำงานเพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัว พวกเธอทำได้อย่างไร” ฉันรำพึงกับตัวเอง

เพื่อน ๆ ที่เป็นแม่คนอาจจะซึ้งกับสิ่งที่ฉันคิดอยู่ตอนนี้มานานแล้วก็ได้ แต่สำหรับคนโสดสนิท ฉันไม่มีลูกให้ได้เรียนรู้ความเป็นแม่ แต่ฉันมีน้องหมา

เดิมที ฉันมีน้องหมาอยู่แล้ว ๒ ตัว แต่ในช่วงที่ผ่านมา ไปรับมา ๒ ตัวเพื่อมารักษาอาการป่วยและผอมขึ้นซี่โครงเพราะขาดอาหาร

ตลอด ๑ เดือน เจ้าหมา ๒ ตัวอยู่ที่คลินิคหมอ ซึ่งฉันแวะไปเยี่ยมเป็นประจำ จนเมื่อมันอาการดีขึ้นมากแล้ว ฉันก็ไปรับมันมาปรับตัวที่บ้านก่อนจะส่ง ๑ ตัวต่อไปให้เพื่อนรุ่นน้องที่ใจดีรับอุปการะ

ในช่วงเวลา ๔ วัน ๔ คืน กับหมาน้อย ๔ ตัว ช่างเหนื่อยมาก ฉันต้องทำงานบ้านสารพัด และทำงาน (หาเงิน) ไปพร้อม ๆ กัน อีกทั้งพยายามทำในสิ่งที่เป็นวินัยคือความปรารถนาส่วนตัวด้วย — ฉันเข้าใจหลายอย่างในชีวิต เข้าใจคนที่รับดูแลหมาในสภาวะทุกข์ยากหลายตัวที่บ้าน ที่สำคัญ ฉันเข้าใจความเป็นแม่มากขึ้นเลยทีเดียว

เหนื่อยกายมาก เพราะต้องทำอาหารให้น้องหมา พาเดิน ขับถ่าย เล่นด้วย ทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า รีดผ้า และทำงานเขียน เรียกว่า ไม่ได้หยุดนั่งนิ่ง ๆ นาน ๆ เลย จะหาเวลานิ่งก็เพียง ๕-๑๐ นาทีเป็นห้วง ๆ จะเอาเวลาไปฝึกฝนภาวนาสักพักก็ไม่มี เลยผสานเข้าไปในกิจกรรมชีวิตเลย

ใจมีหงุดหงิด อารมณ์เสีย ต้องดุ/ขู่ปรามกันบ้างไม่ให้เห่าเล่นกันเสียงดัง ไม่กินข้าวผิดชามกัน ไม่แย่งของเล่นกัน .. ในความเหนื่อยกาย อารมณ์เสีย และเวลาส่วนตัวที่ถูกลดทอนไป ฉันถามตัวเองว่า “เป็นไงล่ะ” คำตอบคือ “ไหว ทนได้ เพราะเราอยากให้เขามีความสุข” เราพร้อมเหนื่อย ทน หาวิธีการที่จะทำให้ชีวิตของตัวเองและน้องหมาลงตัว ยิ่งเวลาส่วนตัวมน้อย เรายิ่งตั้งใจเจริญสติในชีวิตประจำวัน ยิ่งต้องฝึกใจเป็นสมาธิเพื่อให้ทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด (ในเวลาไม่นาน) ยิ่งต้องมีวินัยกับตัวเอง

ฉันนึกถึงแม่ ในวัยเด็ก บางทีเราก็ไม่เข้าใจความหงุดหงิด ความเครียด ความดุบางเรื่องของแม่ “เข้าใจอารมณ์แบบนี้ของแม่แล้ว และเห็นว่า เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ ใครจะทำอะไรมากมายให้ดีทุกอย่าง แม่ต้องทำงานนอกบ้าน เหนื่อยกลับมา ก็ต้องดูแลลูก และทำงานบ้านอีก แม่คงเหนื่อยมาก” คิดถึงตรงนี้ ยิ่งรักแม่มากขึ้นไปอีก (รวมถึงคุณยาย พ่อ และน้า ๆ ที่เลี้ยงดูฉันมา)

ฉันนึกต่อไปถึง คุณยายของฉันและบรรดาแม่ ๆ (ในสมัยก่อน) อีกหลายคน ที่มีลูกมาก แต่ละคนอยู่ในวัยไล่เลี่ยกัน แม่ ๆ เหล่านี้ต้องทำงานในไร่นา สวน ตลาด แล้วก็ต้องทำงานต่าง ๆ ในบ้าน พร้อมกับดูแลลูกเป็นพรวน “โอ้ ทำได้ไงเนี่ย”

การเป็น “แม่คน” ยากกว่าการเป็น “แม่หมา” หลายเท่า

หมามีความต้องการไม่มาก มีที่นอน อาหาร ความรัก ก็พอ แต่คนต้องการมากกว่านั้น

หมาไม่ต้องไปโรงเรียนทุกวัน ไม่มีข้าวของเครื่องใช้ ค่าใช้จ่ายมากมาย ต่อเนื่องหลายปี

หมาไม่มีความเสี่ยงเรื่องปัญหายาเสพติด หมาไม่เมาเหล้า และถ้าเราทำหมันมันก่อน โอกาสท้องไม่พึงปรารถนาก็จะไม่มี

หมามีปัญหาเรื่องคบเพื่อน (แล้วเสียหมา) น้อยหรือแทบไม่มี แต่จะมีปัญหาที่ อยู่กับคนแล้วเสียความหมาไปเลย

อายุหมาสูงสุดก็ ๑๕ ปีโดยเฉลี่ย แต่แม่ต้องดูแลลูกอย่างน้อย ๒๒ ปี สำหรับบางคน อาจต้องดูแลไปจนถึง ๔๐ ๕๐ หรือ ตลอดชีวิตเลยก็ว่าได้

เราไม่ต้องคาดหวังกับหมา ให้มีงานทำและหาเลี้ยงดูแลแม่บ้าง เพราะกับหมา เราต้องเป็นที่พึ่งชั่วชีวิตของเขาอยู่แล้ว เลยไม่มีปัญหาความผิดหวัง

ฯลฯ

คำว่า “โพธิสัตว์” คือ สิ่งมีชีวิตที่เป็นที่พึ่งของลูก ผู้มีใจยิ่งใหญ่ ผู้เสียสละ ผู้เพียรและอดทนเพื่อลูก — คำนี้ไม่เกินจริงแต่อย่างใด

เราอาจจะอธิษฐานได้พบและฟังธรรมจากพระโพธิสัตว์ (ที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต) แต่ในปัจจุบัน เราก็ได้พบและมีโพธิสัตว์อยู่ใกล้ ๆ แล้ว นับเป็นบุญของชีวิต และการดูแลโพธิสัตว์ทุกท่านในชีวิตก็เป็นบุญใหญ่เช่นกัน เป็นบุญที่ทำได้ทุก ๆ วันด้วย  

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s