ของที่ระลึก “กระทิงเขาหัก”

สำหรับนักท่องเที่ยวหลายคน ของที่ระลึกจากต่างแดน (souvenir) เป็นเสมือนสัญลักษณ์บอกไมล์การท่องเที่ยวที่ประกาศหรือเตือนความทรงจำกันว่า เราได้เดินทางไป “เหยียบ” ที่ไหนมาบ้าง และบางทีการให้ของที่ระลึกจากการเดินทางกับญาติมิตรเพื่อนฝูง ก็อาจจะเป็นการส่งสารบอกกันว่า “ระหว่างที่เราไปอยู่แดนไกล เราระลึกถึงเธอด้วยนะ”

ไม่ว่าเหตุผลในการซื้อ เก็บ แจก ของที่ระลึกของเราจะเป็นอย่างไร สำหรับฉัน การเดินทางไปสเปนและหาของที่ระลึก ทำให้ฉันพบ “ของที่ระลึก” ที่ไม่ได้เตือนว่าฉันไปที่ไหนมา แต่หากเตือนว่า ฉันได้ทำอะไร

เมื่อ ๒ ปีก่อน (ค.ศ. ๒๐๑๐) ฉันได้รับโอกาสเดินทางไปประชุมงานด้านการสื่อสารศาสนสัมพันธ์ ที่กรุงเมดริด ประเทศสเปน … สำหรับฉัน นี่คือรักแรกพบ ฉันหลงรักประเทศสเปน อาหารการกิน วัฒนธรรม อากาศ และอีกหลายอย่าง ดังนั้น ในช่วงการประชุม เมื่อมีเวลา ฉันจะหาโอกาสเตร็ดเตร่ไปตามบาทวิถีที่แสนกว้างขวาง และมีชีวิตชีวา เพื่อสำรวจสสีสันของสเปน

บ่ายคล้อยของวันหนึ่ง ฉันเดินไปบริเวณจัตุรัสคนเดิน เป็นย่านที่มีตรอกซอกซอยน้อยใหญ่ ซอกแซกขึ้นลงตามลาดเขาของที่ตั้งเมือง

ฉันเดินตามใจไปเรื่อย ๆ จนไปถึงร้านขายของที่ระลึกร้านใหญ่ร้านหนึ่ง “ป้าสะสมแม่เหล็กติดตู้เย็นจากประเทศต่าง ๆ ซื้อมาให้ป้าด้วยนะ” เสียงกระซิบแกมสั่งของแม่อุตสาห์เดินทางตามมาจากประเทศไทย

ฉันเดินไปหยุดดูที่แผงแม่เหล็กติดตู้เย็น ที่มีแม่เหล็กติดตู้เย็นมากมาย “เอาแบบไหนดี ที่จะแสดงถึงความเป็นสเปน” ฉันคิด

ฉันหยิบจับอันโน้นที อันนี้ที หมุนตัวไปมา จนมือเผลอปัดไปถูกแม่เหล็กติดตู้เย็นรูปหัววัวกระทิงอันหนึ่ง เจ้าวัวกระทิงปูนปั้นนูนสูงตกลงพื้น ปลายเขากระทิงข้างหนึ่งหัก

ตกใจ … ฉันหันซ้าย หันขวา “มีใครเห็นบ้างไหมนะ” ฉันคิดในใจ

ไม่มีใครเห็น … ฉันโล่งใจ และรีบอำพรางคดีโดยเร็ว ฉันเอาวัวกระทิงตัวนี้กลับไปแปะไว้ที่เดิม แล้วทำเนียน ๆ รีบเดินออกจากร้านไป

ใจเต้นรัว ฉันหวังว่า จะไม่มีเสียงใดเรียกฉันมาจากข้างหลัง ฉันรีบจ้ำฝีเท้า เพื่อไปให้ไกลจากร้านนั้นเร็วที่สุด แต่ก็มีเสียงตามฉันมาจนได้

“นางฟ้าของพี่ไม่ทำอย่างนี้หรอกนะ”

เสียงใครน่ะ … ฉันเงี่ยใจฟังให้ชัด ๆ อีกที … อ้อ เสียงพี่สาวต่างพ่อต่างแม่ของฉันเอง เธอมักเรียกฉันว่า “นางฟ้า” (Angel) อาจเป็นเพราะโปสการ์ดภาพ angel ของ ไมเคิล แองเจลโล ที่ฉันเคยให้พี่เป็นที่ระลึกจากประเทศอังกฤษ เมื่อหลายปีก่อน

“อุ๊ไม่ใช่นางฟ้าซะหน่อย” ฉันบอกปัด “อุ๊ไม่ได้ตั้งใจ อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ บางทีแม่เหล็กมันไม่ดี แค่มือไปสะกิด ก็หลุด ของมันไม่ดี” ฉันสาธยายเหตุผล

“นั่นแหละ เราก็เป็นผู้ทำความเสียหายนั้นอยู่ดี” เสียงพี่สาวตอบ

“รับผิดชอบอะไร ทำไมอุ๊ต้องจ่ายเงินซื้อกระทิงเขาหัก แล้วใครจะอยากได้เอามันไปแปะตู้เย็น ซื้อไปก็เสียเงินเปล่า” ฉันอธิบาย

“ก็นั่นนะสิ ขนาดเรายังไม่อยากได้ แล้วใครเขาจะซื้อ ถ้าเห็นว่ากระทิงเขาหัก แล้วร้านเขาจะขายของได้อย่างไร แล้วถ้าเกิดนักท่องเที่ยวคนไหนไม่ดูให้ดี แล้วซื้อกระทิงเขาหักไป เขาจะรู้สึกอย่างไร และบางที เด็กลูกจ้างที่ขายของที่ร้าน อาจโดนเจ้าของร้านปรับก็ได้นะ” พี่สาวร่ายยาว

“ร้านนั้นขายดีจะตายไป ของแค่นี้ ราคาไม่กี่ตัง ไม่เจ๊งหรอกน่า และอุ๊ก็ไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย” ฉันยังย้ำความบริสุทธิ์ใจ

พี่สาวเองก็ยืนยันความเห็นของเธอ “อุ๊ของพี่ไม่ทำอย่างนี้…”

ฉันเดินจากร้านนั้นไปไกลแล้ว แต่ฉันไม่มีความสุขเลย เสียงของพี่สาวเดินตามฉันไปตลอดทาง ร้านรวงต่าง ๆ น่าสนใจ แต่ฉันไม่สามารถเพลิดเพลินกับสิ่งต่าง ๆ ได้เลยหากพี่สาวยังคงพูดอยู่อย่างนี้ ฉันจึงตัดบท ไม่อยากคุยด้วยแล้ว เสียบรรยากาศ

ฉันพยายามกลบเสียงของเธอ โดยพุ่งความสนใจไปที่ร้านรวงต่าง ๆ อ่านป้าย ทำตัววุ่นกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ทำเป็นคิดนั่นคิดนี่ … สักพัก เสียงของพี่สาวก็หายไป ฉันลืมทุกอย่างไปสิ้น และกลับมาสนุกกับการเดินดูบ้านเมืองในย่านกลางกรุงเมดริดเหมือนเดิม

ฉันเดินเต็ดเตร่ไปเรื่อย โดยใช้สัญชาติญาณ ฉันพยายามเดินไปยังจุดที่ยังไม่ได้เดิน และจำจุดสำคัญ ๆ เอาไว้ เพื่อให้รู้ว่า เดินมาแล้ว จะได้ไม่เดินซ้ำรอยเดิม ฉันเดินอย่างสนุกสนานเพลิดเพลินใจมาก จนรู้สึกเมื่อยและคิดว่าได้เวลากลับแล้ว ฉันยังคงเดินในเส้นทางที่ยังไม่ได้ผ่าน แล้วจู่ ๆ ฉันก็เริ่มรู้สึกคุ้น ๆ กับภาพ ๆ หนึ่ง

ตรงหน้าฉันไกล ๆ เป็นร้านขายของที่ระลึกร้านนั้น …. โดยไม่คิด เท้าของฉันก้าวเดินตรงไปที่ร้านนั้น …ไม่มีความคิดหรือเสียงใด ๆ … ฉันอยู่ที่หน้าร้าน ….ก็ยังไม่มีความคิดหรือเสียงใด ๆ ในใจ…. ฉันเดินตรงไปที่แผงขายแม่เหล็กติดตู้เย็น ก้มมองดูที่กระทิง … ยิ้ม … กระทิงเขาหักยังอยู่ตรงนั้น … ฉันรีบหยิบมันออกมา ราวกับว่า กลัวใครจะมาแย่งเอาไป

ฉันรีบเดินตรงไปที่แคชเชียร์ ยื่นกระทิงเขาหักให้พนักงาน ท่าทีของพนักงานสะดุดกับอะไรบางอย่างเล็กน้อย และเขาก็รีบเอากระทิงตัวนั้นใส่ถุงราวกับกลัวว่าฉันจะเปลี่ยนใจ .. ฉันส่งยิ้มให้เขา หยิบเงิน ๒ ยูโรออกมาจากกระเป๋า และจ่ายเงินด้วยความภาคภูมิใจ

ฉันเดินออกจากร้านนั้นด้วยรอยยิ้ม ฉันเก็บของที่ระลึกตัวนี้ด้วยความรักและระมัดระวังอย่างที่สุด

ถึงเมืองไทย ฉันเอากระทิงเขาหักตัวนี้แปะที่ตู้เย็น ที่ที่ฉันจะเห็นมันทุกวัน และทุกครั้งที่ฉันเห็นเขากระทิงที่หัก … ฉันยิ้ม

คนที่บ้านถามฉันว่า “อ้าว กระทิงเขาหักซะแล้ว เสียดาย” ฉันยิ้ม “ไม่เป็นไรหรอกคะ สวยดี”

ทุกครั้งที่ฉันมองกระทิงเขาหัก ฉันยิ้ม และนึกถึงเรื่องราวที่พาฉันให้ได้มันมาประดับตู้เย็น ฉันนึกถึงเสียงของพี่สาวที่พยายามจูงใจฉันให้ทำในสิ่งที่ควร

กระทิงเขาหักเตือนให้ฉันเห็นความสำคัญของกัลยาณมิตร ผู้ที่เดินทางไปกับเราด้วยไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน เดินทางไปไกลสักเพียงใด หรือแม้เราจะเดินทางไปตามลำพัง แต่กัลยาณมิตรไม่เคยทิ้งเราให้เดียวดาย โดยเฉพาะในเวลาที่เราเผชิญกับอสูรร้ายในใจของเรา กัลยาณมิตรจะประคับประคองใจเราให้รอดพ้นวิกฤตแห่งจิตวิญญาณ  

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s