เหตุผลที่คนรักสัตว์

น้องหมานอนหงายให้เราเกาพุง
เรามองตากัน ฉันสัมผัสความรู้สึกรักที่กลางอก
ความรัก ความสุข ความซาบซึ้ง
คนเรารักสัตว์เพราะอะไร
อะไรในตัวสัตว์ที่ทำให้เรารัก

ฉันไม่ได้หวังอะไรจากน้องหมา แต่มันก็ให้ฉันหลายอย่าง ที่สำคัญ
มันช่วยให้ฉันเห็นความเป็นมนุษย์ในตัวเอง มันเปิดหัวใจฉันสู่ความกรุณาที่กว้างขวางขึ้น ทำให้ฉันกล้าทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะทำได้

ทุกครั้งที่มองตามัน ฉันเห็นดวงตา หัวใจ ชีวิต ของคนและสัตว์อื่นๆ
มันอาจจะถูกเรียกว่า สัตว์ หมา แมว นก กบ … แต่ใจฉันนิยามน้องหมาว่า เป็นเพื่อน เป็น
ครอบครัว และเมื่อเรานิยามสิ่งใดว่าเป็นเพื่อน เป็นครอบครัว ท่าทีต่อสิ่งนั้นก็จะเป็นเช่นนั้น เราจะมีความสัมพันธ์และชีวิตใหม่กับสิ่งนั้น 

ดิน สัตว์ ต้นไม้ สายน้ำ สายลม ไอแดด เมฆ ดวงดาว … ทั้งมวลคือเพื่อน (ผู้มีอุปการะต่อชีวิตเรา)


ฉันได้ยินพี่สาวคนหนึ่งพูดถึงการตรวจค้นและยึดไม้ซุงที่ถูกโค่นจำนวนมาก ภาษาที่เธอเล่าทำให้ฉันรู้สึกราวกับว่า ได้เสียเพื่อนไปจำนวนมาก … หากคนเห็นต้นไม้เป็นเพื่อน คงไม่ไล่โค่นทำลายอย่างนี้ ..กับเรื่องอื่นๆก็เช่นกัน

หากเรารักให้มากกว่านี้ ปัญหาต่างๆในโลกคงน้อยลง
ขอบคุณน้องตัวอ้วนขนขาวปุกปุย ที่ทำให้ฉันสุขใจก่อนนอน… เหมือนทุกๆคืน

ความรักคือปัญญา ปัญญาคือรัก ???

งูเจ้าที่

ฝันเห็นงู อาจเป็นความปรารถนาของสาว ๆ บางคน

ฉัน ไม่ฝันถึงงู แต่ตื่นขึ้นมาเจอ “งู” มาชูคอทักทาย ที่หน้าต่าง

งูเขียวแซมดำตัวเล็ก-ยาวขดตัวนิ่งอยู่นอกหน้าต่าง ชูตัวเล็กน้อยเมียงมองมาที่ฉัน เราสบตากันเล็กน้อย แล้วเจ้างูคงขวยเขิน เพราะมันเลื้อยกระเบื้องหลังคา(ที่เป็นกระดูกงู) ลงไปที่ต้นไม้ข้างล่าง

 

ตั้งแต่เด็ก ฉันมักได้ยินคุณยายพูดถึง “งูเจ้าที่”

“เมื่อกี้รดน้ำต้นไม้ เจองูนะ” ยายบอก เพื่อเตือนกันให้ระวังเวลาออกไปในสวน

“งูอะไร สีอะไร แล้วยายทำไง” ฉันถาม

“งูสีดำ มันไม่ทำอะไร เขาก็เลื้อยไปเอง งูเจ้าที่ อย่าไปทำอะไรเค้า” ยายบอก และไม่ว่าเราจะย้ายบ้านกี่หลัง เราก็จะเจอกับ “งูเจ้าที่” เสมอ ๆ

ฉันไม่เคยถามคุณยายจริง ๆ เลยว่า งูเจ้าที่ หมายความว่าอะไร แต่ตีความเอาเองว่า “งูเจ้าที่” เป็นวิญญาณเจ้าที่ ที่แปลงร่างมาเป็นงู ให้เราเห็น เพื่อทักทายกัน ดังนั้น การเห็นงูจึงเป็นเรื่องของการทำความรู้จัก ทักทายให้รู้ว่า เรารับรู้การดำรงอยู่ของกันและกัน … นั่นเป็นวิธีที่คนโบราณสอนให้เรา “ไม่เบียดเบียนสัตว์”

โตขึ้น (เมื่อเร็ว ๆ นี้เอง) มุมมองต่อ “งูเจ้าที่” เปลี่ยนไป ฉันรู้สึกว่า คำนี้มีความหมายลึกซึ้งกว่าเรื่องของมิติของผีเจ้าที่ ที่ฉันเคยเชื่อ แต่คือความเป็นจริงในธรรมชาติ

พื้นที่บ้านจัดสรรที่ฉันอยู่เป็นพื้นที่ป่า ผืนนามาก่อน และแน่นอนว่า จะต้องมีเจ้าถิ่นเจ้าที่เดิมที่อาศัยที่ดินผืนนี้อยู่ก่อนแล้ว งูก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาอยู่มาก่อนที่โครงการบ้านจัดสรรต่าง ๆ จะเข้ามารุกราน

งูที่เคยเป็นเจ้าที่ กลายเป็นผู้อาศัยที่ไม่มีใครปรารถนาให้อยู่ ต้องไล่ล่า ขจัด นำไปไว้ที่อื่น ฉันสงสารมันมาก และสัตว์อีกหลายตัวที่ต้อง “ไป” เพราะมนุษย์อยากครองพื้นที่ในโลกนี้

ฉันนึกถึงพิพิธภัณฑ์อินเดียนแดง ที่บอกเรื่องราวของการอพยพหนีคนขาวที่ไล่ชนเผ่าให้ออกไปจากบ้านที่พวกเขาอยู่กันมานานหลายชั่วอายุคน … ชะตากรรมของงูและสัตว์นานาในโลกนี้ก็ไม่ต่างจากพฤติกรรมที่มนุษย์ทำกับมนุษย์ด้วยกันเองเช่นกัน

ฉันเคยเจองูหลายครั้งทั้งในบ้าน นอกบ้าน และสถานที่ต่าง ๆ ที่เดินทางไป งูเป็นสัตว์สันโดษ รักสงบ ไม่สุงสิง ที่สำคัญ มนุษย์ไม่ใช่อาหารของมัน ทุกครั้งที่เจอกัน งูจะเป็นฝ่ายหนีไปเสมอ เมื่อเห็นแล้วว่า เราไม่เป็นพิษกับเขา (เขาจึงไม่ต้องเอาพิษมาสู้) และเพื่อป้องกัน เวลาเดินในสวน ฉันจะระมัดระวังเป็นพิเศษ

ในอดีต งูเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นสัญลักษณ์ของพลังชีวิตที่เวียนว่ายในกาละและความตาย (และเกิดใหม่) — ผู้เชี่ยวชาญด้านเทพปกรณัม ศ. โจเซฟ แคมพ์เบลล์ กล่าวไว้ใน หนังสือ พลานุภาพแห่งเทพปกรณัม (The Power of Myth)

พญานาคซึ่งเป็นงูใหญ่ก็มีความสำคัญใกล้ชิดกับพระพุทธเจ้าด้วย และในหลายวัฒนธรรม ไม่ว่า อินเดียนแดง อินเดีย กรีก งูเป็นพลังชีวิตที่ผูกพันกับผืนดิน ปัญญาแห่งผืนดิน ฯลฯ สัญลักษณ์แห่งการแพทย์ ซึ่งเป็นเรื่องของชีวิต อันมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็มีงูเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

โลกนี้เป็นบ้านของเราทุกคน คน สัตว์ ต้นไม้ น้ำ อากาศ ทุกสรรพสิ่งได้รับพร ได้รับสิทธิให้อยู่อาศัย ได้หายใจ ได้ดื่มกินจากโลกเท่า ๆ กัน … ไม่น่าที่จะมีใครได้สิทธิมากกว่ากัน แต่ทุกคน ทุกสรรพสิ่งมีหน้าที่ดูแลรักษาบ้านด้วยกัน

มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีปัญญา น่าจะนำปัญญามาดูแลบ้าน —โลก— และเพื่อนร่วมโลกให้มีความสุข ไม่ควรต้องเบียดเบียนกันเลย

Love Series 2 ผู้สื่อข่าว-สารแห่งรัก

สืบเนื่องจากการสัมภาษณ์คุณแม่ชี อานิ โชว์ญิง โดรมา ฉันมีความสุขมาก และความสุขก็พาฉันเดินทางไปหาต้นทางของมัน

“ความสุข บุญหรือพรที่ได้สนทนาธรรมกับแม่ชีท่านนี้ มาได้อย่างไร” ฉันถามตัวเอง “ถ้าฉันไม่ได้เป็นผู้สื่อข่าว โอกาสอย่างนี้คงไม่เกิดขึ้นกับฉันแน่” ฉันตอบตัวเอง พร้อมกันนั้น ใบหน้าของผู้คนมากมาย ที่ฉันได้สนทนาด้วยผุดขึ้นในใจ ท่านเหล่านั้นเป็นผู้ที่ให้ความสุข ปัญญา และความรู้กับฉัน ตลอดการทำงานข่าวกว่า ๑๐ ปีที่ผ่านมา

ฉันรู้สึกขอบคุณ “อาชีพผู้สื่อข่าว” ที่เปิดทางให้ฉันได้เรียนรู้ชีวิต ได้มีโอกาสพัฒนาตนเอง ได้มีโอกาสทำตัวให้เป็นประโยชน์กับผู้อื่น และได้มีโอกาสรู้จักผู้คนมากมาย และเป็นเพื่อนกัน

ทำไมพวกเขาเหล่านั้นจึงเปิดใจ ให้โอกาสคุยกับฉัน ถ้าไม่ใช่เพราะฉันเป็น “ผู้สื่อข่าว” ซึ่งมีบทบาทหน้าที่นำสารแห่งความรัก ความดีงาม และปัญญา ไปส่งต่อให้ผู้อื่น

พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้คุยกับฉัน เพราะ “ตัวฉัน” แต่คุยเพราะฉันมีหน้าที่อันสำคัญ

ด้วยความคิดเช่นนี้ ความสุขอีกประการก็เพิ่มขึ้น คือ ฉันทำงานด้วยความรัก ความเคารพ และด้วยความรู้สึกสำนึก แทนคุณทุกคนที่เกี่ยวข้อง ทั้งกับผู้ที่ให้เวลาสนทนากับฉัน และผู้อ่าน ที่ทำให้ฉันได้รับพรอันวิเศษแห่งชีวิตนี้