“Love is shown in Little Ways”

“Love is shown in Little Ways” ชื่อหนังสือเล่มจิ๋วในมือ ที่ได้รับมาในถุงกระดาษของฝากจากพี่สาวคนหนึ่ง

ทุกครั้งที่พบกัน พี่มักมีของติดไม้ติดมือมาเสมอ คราวนี้มาเป็นถุง มีทั้งหนังสือ ผ้าขนหนู ซีดีฝึกกดจุดดูแลตัวเอง และหนังสือเล่มจิ๋วเล่มนี้ ที่ฉันเจอมันนอนอยู่ด้านล่างของถุงกระดาษ

Such a lovely surprise! เวลาที่เจอสิ่งดี ๆ ที่ไม่คาดว่าจะเจอ มักนำความชื่นใจมาให้เสมอ และนี่เองละมัง เป็นแง่งามของสิ่งเล็ก ๆ

พลิกอ่านไม่กี่นาทีก็จบเล่ม ภาพประกอบสดใสน่ารัก ดูแล้วจิตในเบิกบาน เหมือนหนังสือวัยแจ่มใส แรกเรียนรู้รัก (ฮ่าๆๆ)
ถ้อยความดูเป็น cliche “เด็กๆ รู้อยู่แล้ว” ใจเปรยขึ้น
แล้วก็สะดุดกับสิ่งที่คิด “เด็ก ๆ เหรอ? เรารู้อยู่แล้วจริงหรือ เราเห็นรักในสิ่งเล็ก ๆ จริง ๆ หรือเปล่า” ใจย้อนถามตัวเอง

ฉันว่า หากเราเห็นความรักในสิ่งเล็ก ๆ หลายปัญหาที่มีระหว่างกันในความสัมพันธ์จะลดน้อยลง เราจะชื่นชมรอยยิ้ม คำพูดดี ๆ การหาซื้ออาหารให้ การเตือนกันให้กินยา การให้เวลาสนุกหรือรับฟังกัน ฯลฯ มีอีกหลากเรื่องราวที่ความรักแสดงตัวออกมา แต่เรามองข้าม เพราะเรามักวาดภาพความรักว่าเป็นสิ่งที่ต้องยิ่งใหญ่ ศักดิ์สิทธิ์ สูงส่ง หรือบางที ก็ต้องแพง ๆ หรือเมื่อคนอื่นตอบสนองความต้องการของเรา

เวลาที่เรามองความรักด้วยสายตาอย่างนี้ ชีวิตจะเต็มไปด้วยขวากหนามและทุกข์ยาก เพราะเราไม่อาจชื่นชมกับผู้คน และสิ่งต่าง ๆ ที่เขามอบให้เราได้
เมื่อปราศจากการชื่นชม (ซึ่งเป็นการแสดงความรักของเราต่อผุ้คนและสื่งอืิ่นๆ) ก็ยากที่จะเห็นความรัก เพราะมันมีไม่แม้ในหัวใจของเราเอง

การเห็นความรักในสิ่งเล็ก ๆ ทำให้ตัวตนเราเล็กลง อ่อนน้อม พอใจกับสิ่งที่ได้รับ

ฉันว่า ฉันรู้ แต่อาจจะยังเห็นความรักไม่ทั่วถึง และยังเห็นความรักได้ไม่ละเอียดลึกซึ้งเท่าไรนัก … แต่หลายสิ่งที่พานพบในชีวิตเวลานี้ทำให้เพียรฝึกฝนใจตนเองว่า

“รักคือการทำนุบำรุงความดีงาม ความเบิกบาน ความสุขสงบในหัวใจของผู้อื่น” 

วันนี้เล่นโยคะ นอนหมดสภาพ มองดูต้นไม้ ใบไม้ ฟังเสียงนกร้อง ฉันมีความสุขมาก … รู้สึกได้รับความรักจากทั้งหมดทั้งมวลที่อยู่ตรงนั้น
ขอบคุณวันดี ๆ
อยากชวนให้ทุกคนร่วมพิจารณาเห็นความรักรอบตัว ฝึกใจบ่อย ๆ จะเห็นได้ง่ายเข้า ขอชวนเพื่อน ๆ ที่สนใจที่จะบ่มเพาะควาสุข ความรัก จากความรู้สึก “กตัญญู” ขอบคุณ รับฟังรายการที่นี่ … มีลมหายใจ ย้อนหลัง เป็นการสนทนากับพระจิตร์ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคมนี้ค่ะ

http://www.thaipbsonline.net/program_rerun.asp?id=P0265&NewsID=W0013887

LOVE and love

ช่วงนี้มีหลากเรื่องราวที่ให้ใจพิจารณาเรื่อง “รัก” การไปทำบุญให้คุณน้าและญาติมิตรที่จากไป แววตาของน้องหมาที่เราช่วยเหลือ ความขัดแย้งระหว่างคนใกล้ชิดคุ้นเคย (ทั้งของตัวเองและเพื่อน ๆ) อ้อ แล้วคงเป็นเรื่องเดือนแห่งความรักด้วยละมัง ฯลฯ
“บางที เราก็เหมือนจะรักคนที่ตายจากไปมากกกว่าคนที่มีชีวิตอยู่” ฉันรำพึงกับตัวเองเวลาทำบุญกรวดน้ำแผ่อุทิศบุญกุศลให้ผู้ล่วงลับ
ยิ่งอายุมากขึ้น รายชื่อของคนและหน้าตาของสิ่งมีชีวิตที่ฉันแผ่อุทิศบุญให้ก็มากขึ้นตามไปด้วย จนหลายครั้งรู้สึกว่า ต้องให้เวลากับพิธีกรรมนี้มากทีเดียว

ฉันนึกเลยไปถึงความรักในอดีตที่นับไม่ถ้วน (innumerable lifetimes) คนที่ฉันรัก เคารพ ผู้ที่มีพระคุณต่อฉัน มีมากมายขนาดไหนหนอ แล้วพวกเขาอยู่ที่ไหน เป็นอย่างไรกันบ้าง เวลาที่นึกถึงความรู้สึกดี ๆ เช่นนี้ในอดีตไม่ว่ากับใครหรือสิ่งใดก็ตาม (จำไม่ได้) มันมีความรู้สึกลึก ๆ บางอย่างในเชิงบวก ซึ่งยากจะอธิบาย เวลาที่เกิดความรู้สึกเช่นนี้ ฉันสัมผัสความรู้สึก “รัก” และส่งความรักและความรู้สึกขอบคุณไปให้ใครหรืออะไรก็ตาม ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเป็นอย่างไร

น้องหมาโอเล่ เป็นหมาแก่ที่ฉันดูแลแทนเจ้าของที่ไม่แยแสมัน ทุกครั้งที่เข้าไปให้อาหาร ให้น้ำ พลิกตัว เช็ดตัว ลูบหัว คุยด้วย มันจะมองจ้องฉันอยู่นานด้วยสายตาที่ทะลวงเข้าไปถึงก้นบึ้งหัวใจของฉันเลยทีเดียว ลึก ๆ ใจสั่นสะเทือนจนน้ำตาจะไหลทุกที
ฉันนึกถึงเรื่องเล่าในทิเบต จำได้คร่าว ๆ ว่า ครั้งหนึ่ง พระทิเบตเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังให้นมลูกของเธอ ขณะนั้นมีหมาข้างถนนตัวหนึ่งผอมแห้งเข้ามาใกล้ ๆ เหมือนจะขออาหารจากหญิงคนนั้น (คงมีอาหารด้วย) เธอกลัวว่าหมาจะแย่งอาหารของเธอ และทำร้ายลูกน้อย จึงคว้าหินใกล้มือแล้วขว้างไล่หมาตัวนั้น พระทิเบตรูปนั้นส่ายหน้าด้วยความปลงสังเวชแล้วพูดว่า “สังสารวัฏช่างน่ากลัวนัก ในอดีตชาติลูกน้อยที่หญิงสาวคนนั้นทะนุถนอมเคยเป็นศัตรูที่ทำร้ายเธอมาก่อน ส่วนหมาข้างถนนผอมโซนั้นเล่าในอดีตเป็นแม่ของหญิงผู้นั้น“

เราไม่มีทางรู้เลยว่า ผู้คนและสัตว์ทั้งหลายที่เราพบเจอในปัจจุบันสัมพันธ์กับเราอย่างไรในอดีต ๆๆๆๆๆ หากเราเห็นอดีตได้ เราจะรู้สึกและปฏิบัติกับคนหรือสัตว์ต่างไปจากที่รู้สึกและทำอยู่ในปัจจุบันหรือไม่

ฉันเชื่อว่าการเกิดเป็นมนุษย์อย่างที่เป็นอยู่เป็นโอกาสดี ที่เอื้อให้ฉันทำสิ่งดี ๆ แทนผู้ที่ฉันรักทั้งหลาย หากพวกเขาขาดโอกาสที่จะทำอะไรดี ๆ ให้กับตัวเอง ชีวิตที่มีจึงไม่ใช่เพื่อตัวเองเท่านั้น แต่เพื่อผู้ที่เป็นที่รักทั้งหลาย ทั้งรู้จักและจำได้กับจำไม่ได้ ความดีงามทั้งหลายที่ได้ทำและกำลังทำ ขอให้พวกเขาทั้งหลายได้รับด้วยราวกับว่าพวกเขาทำด้วยตัวเอง

ความรักจะข้ามภพ (กาละและเทศะ) ได้ไหมนะ เราได้แต่เชื่อและจินตนาการสัมผัสเอา

แต่ที่แน่ ๆ ความรักในภพนี้ ชีวิตนี้ เราสัมผัสและรับรู้ได้ “เราดูแลพวกเขาอย่างไร โดยเฉพาะคนที่เรารัก ครอบครัว เพื่อน คนรัก ฯลฯ เรารัก ดูแลและห่วงใยกันอย่างไร ในยามที่ต่างฝ่ายมีลมหายใจ หรือเราจะรอให้พวกเขาเป็นอดีต เพื่อที่เราจะรักเขาให้มากขึ้น”
เวลานี้ เมื่อนึกถึงการกรวดน้ำให้ผู้ที่จากไป ฉันนึกถึงคนที่ยังอยู่ที่วันหน้าก็จะจากฉันไป และฉันอยากจะรักพวกเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ในปัจจุบัน

ฉันอยากจะรักคนที่ยังมีลมหายใจให้มากและไร้เงื่อนไข พอ ๆ กับที่ฉันรู้สึกกับผู้ที่จากไปแล้ว ความยากคงอยู่ที่ การอยู่ด้วยกัน ใกล้กัน สัมพันธ์กันนั้นมีการปะทะ เสียดสี ขัด แย้ง ของตัวตนอยู่เสมอ ๆ รักเพียงใดก็ยังน้อยกว่ารักตนเอง เราจึงรู้สึกขัดข้องหมองใจได้อยู่ร่ำไปเมื่ออีกฝ่ายไม่พูด ไม่คิด ไม่เป็น ไม่ทำ อย่างใจ “เรา”

ฉันนึกถึงคำพูดของเพื่อนคนหนึ่งที่ตอนนี้ท่านเป็นพระ “คนเราเหมือนหินก้อนหนึ่ง ต้องถูกขัด เสียดสี ปะทะ เพื่อขัดเกลาเหลี่ยมคมในตัวออกไปบ้าง เราจะได้กลม ๆ กลิ้งไปไหน เข้ากับใครได้ และยิ่งถูกกระทบกระแทก เสียดสี ขัดเกลา หินก้อนนี้ก็จะได้เล็กลงไปเรื่อย ๆ จนท้ายที่สุด ไม่มีหินอีกต่อไป”
ความรักและตัวตนสัมพันธ์กัน (relative) ไหม

ถ้าเราตัวตนเล็กลง ความรักของเราจะใหญ่โตกว้างขวาง ถ้าตัวตนใหญ่โตคับฟ้า ความรักก็จะเล็กคับแคบ ….

หลายครั้งที่ อยากจะเอาแต่ใจ “ตน” ฉันจะนึกถึงคำบอกเล่าของอ. ประมวล ทีี่เคยให้สัมภาษณ์เรื่องความสัมพันธ์กับอ. สมปอง คู่ชีวิตของท่าน ความโดยย่อว่า อ. ประมวลไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องขับรถไกล ๆ เพื่อไปทานอาหารร้านนั้นหรือร้านนี้ และก็จะไม่ไป แต่เมื่อเห็นว่า การไปทานอาหารที่โน้นมีความหมายและทำให้บุคคลอันเป็นที่รักมีความสุข ท่านก็ยินดีที่จะวางความเห็นของตนลง แล้วพาภรรยาไปทานข้าว ในกรณีเช่นนี้ … อะไรมีความหมายกับเรามากกว่ากัน “ความเห็นของตน” หรือ “ความสุขของคนที่รัก”

คิดถึงเรื่องนี้ทีไร ฉันวางหลายเรื่องที่เป็นความคิดความเห็น ความถูกใจส่วนตัวลง เพื่อคนที่รัก แล้วหลายเรื่องมันก็ง่ายเข้า