An idle poem on global warming of the heart

 

Winter has arrived in my heart before the frosty breeze comes.
My heart felt frozen after one night it drifted in a dream to a familiar face with a loving smile.
Woken up, reality blows like a snowy storm that takes my heart to dumbness.

Summer scents and flowers suddenly withered. Barren branches. Soul-less leaves.
Love in blossom prematurely enters the freezing season.

A reminiscence of sorrow returns but it is not as painful as yesteryears.
The shattered shadow of the once full-filled heart makes me solidly cold.

Life is a cycle of seasons.
Embrace each season, I’ve learned. But it seems as though the global warming has taken my heart.

I have to cope with unpredictable change of season…too short, too soon and sometimes too dramatic.

Advertisements

“Love is shown in Little Ways”

“Love is shown in Little Ways” ชื่อหนังสือเล่มจิ๋วในมือ ที่ได้รับมาในถุงกระดาษของฝากจากพี่สาวคนหนึ่ง

ทุกครั้งที่พบกัน พี่มักมีของติดไม้ติดมือมาเสมอ คราวนี้มาเป็นถุง มีทั้งหนังสือ ผ้าขนหนู ซีดีฝึกกดจุดดูแลตัวเอง และหนังสือเล่มจิ๋วเล่มนี้ ที่ฉันเจอมันนอนอยู่ด้านล่างของถุงกระดาษ

Such a lovely surprise! เวลาที่เจอสิ่งดี ๆ ที่ไม่คาดว่าจะเจอ มักนำความชื่นใจมาให้เสมอ และนี่เองละมัง เป็นแง่งามของสิ่งเล็ก ๆ

พลิกอ่านไม่กี่นาทีก็จบเล่ม ภาพประกอบสดใสน่ารัก ดูแล้วจิตในเบิกบาน เหมือนหนังสือวัยแจ่มใส แรกเรียนรู้รัก (ฮ่าๆๆ)
ถ้อยความดูเป็น cliche “เด็กๆ รู้อยู่แล้ว” ใจเปรยขึ้น
แล้วก็สะดุดกับสิ่งที่คิด “เด็ก ๆ เหรอ? เรารู้อยู่แล้วจริงหรือ เราเห็นรักในสิ่งเล็ก ๆ จริง ๆ หรือเปล่า” ใจย้อนถามตัวเอง

ฉันว่า หากเราเห็นความรักในสิ่งเล็ก ๆ หลายปัญหาที่มีระหว่างกันในความสัมพันธ์จะลดน้อยลง เราจะชื่นชมรอยยิ้ม คำพูดดี ๆ การหาซื้ออาหารให้ การเตือนกันให้กินยา การให้เวลาสนุกหรือรับฟังกัน ฯลฯ มีอีกหลากเรื่องราวที่ความรักแสดงตัวออกมา แต่เรามองข้าม เพราะเรามักวาดภาพความรักว่าเป็นสิ่งที่ต้องยิ่งใหญ่ ศักดิ์สิทธิ์ สูงส่ง หรือบางที ก็ต้องแพง ๆ หรือเมื่อคนอื่นตอบสนองความต้องการของเรา

เวลาที่เรามองความรักด้วยสายตาอย่างนี้ ชีวิตจะเต็มไปด้วยขวากหนามและทุกข์ยาก เพราะเราไม่อาจชื่นชมกับผู้คน และสิ่งต่าง ๆ ที่เขามอบให้เราได้
เมื่อปราศจากการชื่นชม (ซึ่งเป็นการแสดงความรักของเราต่อผุ้คนและสื่งอืิ่นๆ) ก็ยากที่จะเห็นความรัก เพราะมันมีไม่แม้ในหัวใจของเราเอง

การเห็นความรักในสิ่งเล็ก ๆ ทำให้ตัวตนเราเล็กลง อ่อนน้อม พอใจกับสิ่งที่ได้รับ

ฉันว่า ฉันรู้ แต่อาจจะยังเห็นความรักไม่ทั่วถึง และยังเห็นความรักได้ไม่ละเอียดลึกซึ้งเท่าไรนัก … แต่หลายสิ่งที่พานพบในชีวิตเวลานี้ทำให้เพียรฝึกฝนใจตนเองว่า

“รักคือการทำนุบำรุงความดีงาม ความเบิกบาน ความสุขสงบในหัวใจของผู้อื่น” 

วันนี้เล่นโยคะ นอนหมดสภาพ มองดูต้นไม้ ใบไม้ ฟังเสียงนกร้อง ฉันมีความสุขมาก … รู้สึกได้รับความรักจากทั้งหมดทั้งมวลที่อยู่ตรงนั้น
ขอบคุณวันดี ๆ
อยากชวนให้ทุกคนร่วมพิจารณาเห็นความรักรอบตัว ฝึกใจบ่อย ๆ จะเห็นได้ง่ายเข้า ขอชวนเพื่อน ๆ ที่สนใจที่จะบ่มเพาะควาสุข ความรัก จากความรู้สึก “กตัญญู” ขอบคุณ รับฟังรายการที่นี่ … มีลมหายใจ ย้อนหลัง เป็นการสนทนากับพระจิตร์ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคมนี้ค่ะ

http://www.thaipbsonline.net/program_rerun.asp?id=P0265&NewsID=W0013887

LOVE and love

ช่วงนี้มีหลากเรื่องราวที่ให้ใจพิจารณาเรื่อง “รัก” การไปทำบุญให้คุณน้าและญาติมิตรที่จากไป แววตาของน้องหมาที่เราช่วยเหลือ ความขัดแย้งระหว่างคนใกล้ชิดคุ้นเคย (ทั้งของตัวเองและเพื่อน ๆ) อ้อ แล้วคงเป็นเรื่องเดือนแห่งความรักด้วยละมัง ฯลฯ
“บางที เราก็เหมือนจะรักคนที่ตายจากไปมากกกว่าคนที่มีชีวิตอยู่” ฉันรำพึงกับตัวเองเวลาทำบุญกรวดน้ำแผ่อุทิศบุญกุศลให้ผู้ล่วงลับ
ยิ่งอายุมากขึ้น รายชื่อของคนและหน้าตาของสิ่งมีชีวิตที่ฉันแผ่อุทิศบุญให้ก็มากขึ้นตามไปด้วย จนหลายครั้งรู้สึกว่า ต้องให้เวลากับพิธีกรรมนี้มากทีเดียว

ฉันนึกเลยไปถึงความรักในอดีตที่นับไม่ถ้วน (innumerable lifetimes) คนที่ฉันรัก เคารพ ผู้ที่มีพระคุณต่อฉัน มีมากมายขนาดไหนหนอ แล้วพวกเขาอยู่ที่ไหน เป็นอย่างไรกันบ้าง เวลาที่นึกถึงความรู้สึกดี ๆ เช่นนี้ในอดีตไม่ว่ากับใครหรือสิ่งใดก็ตาม (จำไม่ได้) มันมีความรู้สึกลึก ๆ บางอย่างในเชิงบวก ซึ่งยากจะอธิบาย เวลาที่เกิดความรู้สึกเช่นนี้ ฉันสัมผัสความรู้สึก “รัก” และส่งความรักและความรู้สึกขอบคุณไปให้ใครหรืออะไรก็ตาม ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเป็นอย่างไร

น้องหมาโอเล่ เป็นหมาแก่ที่ฉันดูแลแทนเจ้าของที่ไม่แยแสมัน ทุกครั้งที่เข้าไปให้อาหาร ให้น้ำ พลิกตัว เช็ดตัว ลูบหัว คุยด้วย มันจะมองจ้องฉันอยู่นานด้วยสายตาที่ทะลวงเข้าไปถึงก้นบึ้งหัวใจของฉันเลยทีเดียว ลึก ๆ ใจสั่นสะเทือนจนน้ำตาจะไหลทุกที
ฉันนึกถึงเรื่องเล่าในทิเบต จำได้คร่าว ๆ ว่า ครั้งหนึ่ง พระทิเบตเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังให้นมลูกของเธอ ขณะนั้นมีหมาข้างถนนตัวหนึ่งผอมแห้งเข้ามาใกล้ ๆ เหมือนจะขออาหารจากหญิงคนนั้น (คงมีอาหารด้วย) เธอกลัวว่าหมาจะแย่งอาหารของเธอ และทำร้ายลูกน้อย จึงคว้าหินใกล้มือแล้วขว้างไล่หมาตัวนั้น พระทิเบตรูปนั้นส่ายหน้าด้วยความปลงสังเวชแล้วพูดว่า “สังสารวัฏช่างน่ากลัวนัก ในอดีตชาติลูกน้อยที่หญิงสาวคนนั้นทะนุถนอมเคยเป็นศัตรูที่ทำร้ายเธอมาก่อน ส่วนหมาข้างถนนผอมโซนั้นเล่าในอดีตเป็นแม่ของหญิงผู้นั้น“

เราไม่มีทางรู้เลยว่า ผู้คนและสัตว์ทั้งหลายที่เราพบเจอในปัจจุบันสัมพันธ์กับเราอย่างไรในอดีต ๆๆๆๆๆ หากเราเห็นอดีตได้ เราจะรู้สึกและปฏิบัติกับคนหรือสัตว์ต่างไปจากที่รู้สึกและทำอยู่ในปัจจุบันหรือไม่

ฉันเชื่อว่าการเกิดเป็นมนุษย์อย่างที่เป็นอยู่เป็นโอกาสดี ที่เอื้อให้ฉันทำสิ่งดี ๆ แทนผู้ที่ฉันรักทั้งหลาย หากพวกเขาขาดโอกาสที่จะทำอะไรดี ๆ ให้กับตัวเอง ชีวิตที่มีจึงไม่ใช่เพื่อตัวเองเท่านั้น แต่เพื่อผู้ที่เป็นที่รักทั้งหลาย ทั้งรู้จักและจำได้กับจำไม่ได้ ความดีงามทั้งหลายที่ได้ทำและกำลังทำ ขอให้พวกเขาทั้งหลายได้รับด้วยราวกับว่าพวกเขาทำด้วยตัวเอง

ความรักจะข้ามภพ (กาละและเทศะ) ได้ไหมนะ เราได้แต่เชื่อและจินตนาการสัมผัสเอา

แต่ที่แน่ ๆ ความรักในภพนี้ ชีวิตนี้ เราสัมผัสและรับรู้ได้ “เราดูแลพวกเขาอย่างไร โดยเฉพาะคนที่เรารัก ครอบครัว เพื่อน คนรัก ฯลฯ เรารัก ดูแลและห่วงใยกันอย่างไร ในยามที่ต่างฝ่ายมีลมหายใจ หรือเราจะรอให้พวกเขาเป็นอดีต เพื่อที่เราจะรักเขาให้มากขึ้น”
เวลานี้ เมื่อนึกถึงการกรวดน้ำให้ผู้ที่จากไป ฉันนึกถึงคนที่ยังอยู่ที่วันหน้าก็จะจากฉันไป และฉันอยากจะรักพวกเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ในปัจจุบัน

ฉันอยากจะรักคนที่ยังมีลมหายใจให้มากและไร้เงื่อนไข พอ ๆ กับที่ฉันรู้สึกกับผู้ที่จากไปแล้ว ความยากคงอยู่ที่ การอยู่ด้วยกัน ใกล้กัน สัมพันธ์กันนั้นมีการปะทะ เสียดสี ขัด แย้ง ของตัวตนอยู่เสมอ ๆ รักเพียงใดก็ยังน้อยกว่ารักตนเอง เราจึงรู้สึกขัดข้องหมองใจได้อยู่ร่ำไปเมื่ออีกฝ่ายไม่พูด ไม่คิด ไม่เป็น ไม่ทำ อย่างใจ “เรา”

ฉันนึกถึงคำพูดของเพื่อนคนหนึ่งที่ตอนนี้ท่านเป็นพระ “คนเราเหมือนหินก้อนหนึ่ง ต้องถูกขัด เสียดสี ปะทะ เพื่อขัดเกลาเหลี่ยมคมในตัวออกไปบ้าง เราจะได้กลม ๆ กลิ้งไปไหน เข้ากับใครได้ และยิ่งถูกกระทบกระแทก เสียดสี ขัดเกลา หินก้อนนี้ก็จะได้เล็กลงไปเรื่อย ๆ จนท้ายที่สุด ไม่มีหินอีกต่อไป”
ความรักและตัวตนสัมพันธ์กัน (relative) ไหม

ถ้าเราตัวตนเล็กลง ความรักของเราจะใหญ่โตกว้างขวาง ถ้าตัวตนใหญ่โตคับฟ้า ความรักก็จะเล็กคับแคบ ….

หลายครั้งที่ อยากจะเอาแต่ใจ “ตน” ฉันจะนึกถึงคำบอกเล่าของอ. ประมวล ทีี่เคยให้สัมภาษณ์เรื่องความสัมพันธ์กับอ. สมปอง คู่ชีวิตของท่าน ความโดยย่อว่า อ. ประมวลไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องขับรถไกล ๆ เพื่อไปทานอาหารร้านนั้นหรือร้านนี้ และก็จะไม่ไป แต่เมื่อเห็นว่า การไปทานอาหารที่โน้นมีความหมายและทำให้บุคคลอันเป็นที่รักมีความสุข ท่านก็ยินดีที่จะวางความเห็นของตนลง แล้วพาภรรยาไปทานข้าว ในกรณีเช่นนี้ … อะไรมีความหมายกับเรามากกว่ากัน “ความเห็นของตน” หรือ “ความสุขของคนที่รัก”

คิดถึงเรื่องนี้ทีไร ฉันวางหลายเรื่องที่เป็นความคิดความเห็น ความถูกใจส่วนตัวลง เพื่อคนที่รัก แล้วหลายเรื่องมันก็ง่ายเข้า